เลือกตั้ง 2562 : เช็คชื่อคนการเมืองตกที่นั่ง “จำเลย-ผู้ต้องหา” ก่อน คสช. ปลดล็อกการเมือง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
การประชุมร่วมระหว่าง คสช. กับพรรคการเมืองน่าจะได้ข้อสรุปเรื่องวัน-เวลาในการ "ปลดล็อก" ทางการเมือง แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่ามีนักการเมืองอย่างน้อย 29 คนต้องตกที่นั่ง "จำเลย" และ"ผู้ต้องหา" จากการแสดงความคิดเห็น/เคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นัดประชุมร่วมกับพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค. นี้ เพื่อชี้แจงแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งปี 2562
วงหารือนี้จะเกิดขึ้นที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากส่วนอื่น ๆ ราว 280 คนเข้าร่วม ประกอบด้วย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตัวแทนพรรคการเมืองพรรคละ 2 คน ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ในข้อ 8 ที่กำหนดให้ คสช. หารือกับผู้เกี่ยวข้องถึงความพร้อมในการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่ชัด
หนึ่งในสาระสำคัญที่คาดว่าจะมีการหารือและทำให้เกิดความชัดเจนคือ การพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมาย ประกาศ คำสั่งอันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง หรือที่เรียกกันว่า "ปลดล็อก" ทางการเมือง
ตามปฏิทินที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ระบุว่าการปลดล็อกการเมืองจะเกิดขึ้นหลังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ไม่ใช่เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค. นี้

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
สำหรับ "กฎเหล็ก" ของ คสช. ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองต่าง ๆ นับจากรัฐประหารปี 2557 มีอย่างน้อย 2 ฉบับคือ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ห้ามมิให้พรรคประชุม/ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ห้ามมิให้ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
บีบีซีไทยได้ตรวจสอบรายชื่อนักการเมืองและว่าที่นักการเมืองที่ถูกดำเนินคดีเพราะฝ่าฝืน "กฎเหล็ก" ของ คสช. ตลอดเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในระยะหลังพบว่าฝ่ายกฎหมายของ คสช. มักนำกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูงกว่ามาดำเนินคดีร่วมด้วย โดยแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และข้อหาฝ่าฝืนมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
บีบีซีไทยพบว่า มีนักการเมืองอย่างน้อย 29 คน จาก 5 พรรคการเมือง ที่มีสถานะ "จำเลย" หรือ "ผู้ต้องหา" หรือ "ผู้ถูกกล่าวหา" โดยมาจากพรรคเพื่อไทย 9 คน, พรรคเพื่อชาติ 8 คน, พรรคไทยรักษาชาติ 6 คน, พรรคอนาคตใหม่ 5 คน และพรรคเกียน 1 คน อย่างไรก็ตามไม่มีรายชื่อนักการเมืองในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการเมือง แม้ก่อนหน้านี้จะมีเสียงวิจารณ์หนาหูเกี่ยวกับปรากฏการณ์ "ดูด ส.ส." เข้าสังกัด พปชร. ว่าเกี่ยวพันกับการ "ปลดคดีความ" ก็ตาม บีบีซีไทยเข้าใจว่าเสียงวิจารณ์ดังกล่าวหมายถึงคดีความในประเภทอื่น ๆ
พรรคเพื่อไทย 8 คน
พรรคไทยรักษาชาติ 6 คน
พรรคเพื่อชาติ 8 คน
พรรคอนาคตใหม่ 5 คน
พรรคเกียน 1 คน
ที่มา : บีบีซีไทย, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)








