นักเตะบาห์เรน : รมว. ตปท. ออสเตรเลีย พบ รมว. ตปท. ไทย เรียกร้องให้ปล่อยตัว ฮาคีม อัล อาไรบี

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
รัฐบาลออสเตรเลียระบุเป็นห่วงนักฟุตบอลบาห์เรน ที่ได้รับสถานภาพผู้ลี้ภัยในออสเตรเลียแต่ถูกทางการไทยควบคุมตัวไปกว่า 1 เดือน พร้อมได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมแล้วหลายครั้ง ขณะที่ทนายความของนักฟุตบอลดังกล่าวบอก อัยการยังสามารถขยายเวลาควบคุมตัวได้อีกถึง 90 วัน
ในการแถลงข่าวที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย น.ส. มารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวถึงกรณีของนายอัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรนที่ได้เป็นผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย ว่า ได้พูดคุยกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะส่งตัวนายอัล อาไรบี กลับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งรัฐบาลไทยก็ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้
"ทางสถานทูตได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมฮาคีมหลายครั้งแล้ว และเราเป็นห่วงเกี่ยวกับการกักตัวของเขามาก และดิฉันก็ได้แสดงความห่วงใยเหล่านั้นต่อรัฐมนตรีไทย" เธอกล่าว
เมื่อปลายเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยในออสเตรเลียด้วยความช่วยเหลือของสหประชาชาติ ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ของไทย กักตัวไว้ตามการร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากรัฐบาลบาห์เรน

ที่มาของภาพ, BBC Sport
สามารถขยายเวลาคุมตัวได้ถึง 90 วัน
นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายอัล อาไรบี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า นายอัล อาไรบีอยู่ในระหว่างการฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรอคำขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการจากประเทศบาห์เรน โดยก่อนหน้านี้ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลอาญา แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
นางณัฐาศิริ กล่าวว่า ศาลมีอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งให้ขังไว้ระหว่างรอคำขออย่างเป็นทางการไม่เกิน 90 วัน ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอควบคุมไว้เพียง 60 วันเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2561 ทั้งนี้ อัยการยังสามารถขยายเวลาได้อีกให้ถึง 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, Google
ส่วนกรณีของ น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด แอล-คานูน น.ส.เพย์น กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการส่งต่อเรื่องมาจาก สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ทางออสเตรเลียอยู่ในระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนในการประเมิน ซึ่งไม่มีกำหนดระยะเวลาในขั้นตอนนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่ น.ส.เพย์น เดินทางมาไทยในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งวันนี้เธอยังได้ลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์และความร่วมมือด้านดิจิทัลกับไทย พร้อมกับย้ำถึงความสนับสนุนต่อไทยในกระบวนการกลับสู่ประชาธิปไตย สำหรับการเยือนไทยในครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญเนื่องจากไทยได้เริ่มตำแหน่งประธานอาเซียนสำหรับปี 2562

ที่มาของภาพ, BAHRAIN INSTITUTE FOR RIGHTS AND DEMOCRACY
เสียงเรียกร้องจากวงการฟุตบอล
นสพ.เดอะการ์เดียน รายงานว่า ผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียได้เข้าพบกับซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียคนปัจจุบันและรองประธานฟีฟ่า และเป็นพระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน
นสพ. ของอังกฤษฉบับนี้เข้าใจว่าการพบกันระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นระหว่างการจัดการแข่งขันเอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยนายคริส นิคู ประธานสหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลีย ได้พูดถึงความต้องการของทางการออสเตรเลียที่จะให้ปล่อยตัว นายฮาคีม อัล อาไรบี
อย่างไรก็ตาม ทั้งสหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียและสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ได้ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นในเรื่องการพบกันในครั้งนี้
สหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียบอกว่าได้มีการติดต่อกับทางการออสเตรเลียตั้งแต่นายนายฮาคีม อัล อาไรบี ถูกควบคุมตัว โฆษกของสหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ที่มาของภาพ, BAHRAIN INSTITUTE FOR RIGHTS AND DEMOCRACY
สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย บอกว่า พวกเขากำลังทำงานร่วมกันกับฟีฟ่าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ
โฆษกสหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียระบุอีกว่า ได้ขอให้รัฐบาลออสเตรเลีย ไทย และบาห์เรน ร่วมมือกันต่อไปในความพยายามที่จะปล่อยตัวนายฮาคีม อัล อาไรบี และเพื่อให้มั่นใจว่าเขาได้กลับออสเตรเลียอย่างปลอดภัยตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล
เครก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียและนักวิจารณ์ฟุตบอล บอกว่านี่เป็นเรื่องการเมืองในวงการฟุตบอลที่ไม่มีใครสักคนที่อยากจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขุ่นเคือง
ซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ต้องการที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียอีกสมัย ในขณะที่นายคริส นิคู จากสหพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียก็อยากจะได้เข้าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย
แอมเนสตี้ฯร่วมเรียกร้องให้ปล่อยตัว
ดร.แกรม ทอม ผู้ประสานงานด้านผู้ลี้ภัย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออสเตรเลียแถลงว่า ถึงเวลาที่ผู้นำในประชาคมฟุตบอลต้องยืนหยัดเพื่อฮาคีม แอมเนสตี้ฯ ยินดีกับข่าวที่ว่าทางฟีฟ่าได้ประชุมกับชีค ซัลมาน เพื่อพูดคุยถึงชะตากรรมของฮาคีม ในฐานะประธานเอเอฟซี ซัลมานมีทั้งพันธกรณีด้านศีลธรรม และความเป็นมืออาชีพที่จะต้องช่วยเหลือฮาคีม
"ในฐานะผู้นำในเอเชียและในฐานะคนบาห์เรน ชีค ซัลมานสามารถใช้อิทธิพลกดดันได้ แต่ที่ผ่านมาเขากลับแสดงทีท่านิ่งเฉยอย่างชัดเจน การไม่ยืนหยัดและประณามปฏิบัติการของบาห์เรนและไทย เท่ากับว่าเอเอฟซีไม่ได้ยึดมั่นตามคุณค่าและความดีงามในฐานะ 'เกมการแข่งขันอันสวยงาม' " ดร. ทอมกล่าว
ในแถลงการณ์ของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ดร.ทอม ระบุว่า "ประเทศไทยต้องไม่ร่วมมือสนับสนุนระบอบปกครองที่กดขี่ของบาห์เรนและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ด้วยการทำให้บุคคลเสี่ยงจะถูกทรมาน ถูกคุมขัง หรือเสียชีวิต"
ฮาคีม คือใคร?
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า ฮาคีมได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี จากการพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรมในบาห์เรนเมื่อปี 2014 ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกคุกคามหรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะในฐานะที่เคยเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบาห์เรน ที่ซ้อมทรมานนักฟุตบอลซึ่งเข้าร่วมในการชุมนุมประท้วง โดยตัวเขาเองถูกจับกุมในเดือนพ.ย. 2012 และถูกซ้อมทรมานเช่นกัน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
นับจากนั้นมา เขาได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลว่ามีการทรมานตัวเขา โดยระบุว่า "พวกเขาปิดตาผม (...และ) ตีที่ขาของผมอย่างแรง และบอกว่า 'คุณจะไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลอีก เราจะทำลายอนาคตของคุณ'" อันเป็นเหตุให้ฮาคีมหลบหนีไปออสเตรเลีย และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในปี 2017
เขาได้รับแจ้งเมื่อเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ ว่า จะถูกส่งตัวกลับไปบาห์เรน ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะทำให้เขาถูกคุมขังและทรมาน
ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในการส่งตัวบุคคลกลับไปยังดินแดนใด ๆ ที่มีแนวโน้มว่าบุคคลผู้นั้นมีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะถูกทรมาน หรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
อัล อาไรบี เป็นนักฟุตบอลอาชีพที่เมืองเมลเบิร์น ปัจจุบันเขาถูกควบคุมตัวมากว่า 40 วันแล้วในช่วงระหว่างรอการไต่สวนเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังบาห์เรน หลังถูกจับกุม ฮาคีมและภรรยาได้ถูกส่งตัวไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวซอยสวนพลูในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค. และในวันที่ 3 ธ.ค. ปีที่แล้ว เขาถูกนำตัวไปขึ้นศาลและศาลสั่งให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ระหว่างถูกนำตัวกลับไปศูนย์กักตัวคนต่างด้าวซอยสวนพลู เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของเขาไว้
วัยรุ่นสาวชาวซาอุฯร่วมรณรงค์ทางโลกโซเชียล
ด้าน ราฮาฟ โมฮาเหม็ด วัยรุ่นสาววัย 18 ปี ชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเพิ่งเป็นข่าวโด่งดังในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จากการทวีตขอความช่วยเหลือไม่ให้ถูกส่งตัวกลับประเทศ หลังจากเธอเดินทางมาถึงประเทศไทย ขณะที่สหประชาชาติได้ประกาศว่า เธอเป็นผู้ลี้ภัยโดยชอบธรรมแล้ว และเจ้าหน้าที่ทางการของออสเตรเลียบอกเป็นนัยว่าเธอจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย
ราฮาฟ ยังคงเคลื่อนไหวทางทวิตเตอร์ซึ่งเป็นสื่อที่ทำให้เธอรอดพ้นจากการถูกส่งตัวกลับประเทศ และเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เธอได้ทวีตข้อความเรียกร้องให้ช่วยเหลือฮาคีม พร้อมกับติดแฮชแท็ก #SaveHakeem
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2

ที่มาของภาพ, ดร.สราวุธ อารีย์
บาห์เรนคือเพื่อนสนิทของไทย
ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับบีบีซีไทยว่า ไม่สามารถคาดการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวในขณะนี้ แต่สามารถอธิบายให้ฟังว่า บาห์เรนถือว่าเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์พิเศษในทุกระดับนับตั้งแต่ระดับราชวงศ์ รัฐบาล รวมไปจนถึงการค้าและการลงทุน ในอ่าวเปอร์เซีย นับตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียไม่ค่อยราบรื่นนักที่ผ่านมา ดังนั้นบาห์เรนจึงกลายเป็นประตูการค้า การทูตและการลงทุนของไทยในภูมิภาคดังกล่าว
"โดยทั่วไป ชาวบาห์เรนชื่นชอบประเทศไทยอยู่แล้ว ในขณะที่บนเวทีนานาชาติ บาห์เรนก็ได้แสดงออกถึงความเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิด เช่น การปกป้องหรือชี้แจงให้กับไทยในกรณี 3 ชายแดนภาคใต้ บนเวทีองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี)" นักวิชาการรายนี้กล่าว
สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นที่ชื่นชอบของชาวบาห์เรนก็คือ สมาชิกราชวงศ์ของบาห์เรนเสด็จเยือนประเทศไทยปีละหลายครั้ง
ในประเด็นนี้ นายฐานิศร์ ณ สงขลา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ให้สัมภาษณ์เว็บไทยรัฐ ในเดือน พ.ค. ปีที่แล้วว่า เจ้าชายเคาะลีฟะฮ์ บิน ซัลมาน อัล เคาะลีฟะฮ์ นายกรัฐมนตรีบาห์เรน ทรงโปรดปรานประเทศไทยอย่างมาก ท่านเสด็จประเทศไทยทั้งในแบบส่วนพระองค์และเป็นทางการอยู่บ่อยครั้ง

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
"หากถามว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีบาห์เรนถึงทรงชื่นชอบประเทศไทยอย่างมาก คำตอบก็คือ ท่านชื่นชอบในอัธยาศัยไมตรีของคนไทย คนไทยมีความยิ้มแย้ม ถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งจุดนี้เป็นนิสัยของคนไทยโดยทั่วไปที่ทำให้ชาวต่างชาติตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว" เอกอัครราชทูตไทยอธิบาย
ไทยและบาห์เรนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2520 (ค.ศ. 1977) โดยเริ่มต้นรัฐบาลไทยได้ให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย ต่อมาในปี 2532 กิจการใด ๆ เกี่ยวกับบาห์เรนถูกย้ายไปอยู่ใต้เขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูตไทยในคูเวต ก่อนที่จะไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงมานามา ประเทศบาห์เรนขึ้น เมื่อเดือน พ.ย. 2546 เท่าที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีความขัดแย้งกันในทางการเมืองกับบาห์เรน









