“ประชาธิปไตยไทยนิยม” ขวดใหม่ของเหล้าเก่า “ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ”

ที่มาของภาพ, BBC Thai
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
21 ก.พ. รัฐบาลทหาร ปล่อยตัว "ทีมไทยนิยม" พร้อมกันทั้งประเทศ-ปูพรมลงพื้นที่กว่า 7,600 ตำบล เพื่อ "รับฟัง" ปัญหาของประชาชน พร้อมชวนคนไทยทำความรู้จัก "ประชาธิปไตยไทยนิยม" ของหัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่เป็นภาคต่อของ "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศสถาปนา "ประชาธิปไตยไทยนิยม" ในสังคมไทย ยืนยันหลายกรรม-หลายวาระว่าประชาธิปไตยที่มีคำว่า "ไทยนิยม" ต่อท้าย ไม่ได้ละทิ้งหลักการสำคัญของ "ประชาธิปไตยสากล" ที่การเลือกตั้งนำมาซึ่งรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล แต่มีเจตนาอันบริสุทธิ์ในการทำให้บ้านเมืองปลอดภัย
"ต้องหาประชาธิปไตยที่คนไทยทั้งหมดทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้าใจ และมีอุดมการณ์อันเดียวกันที่จะทำให้ประเทศชาติเรามั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นี่คือประชาธิปไตยแบบไทยนิยมของผม" นายกรัฐมนตรีกล่าวเมื่อ 16 ม.ค. 2561
การทำให้ประชาชน "รู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม" ถูกบรรจุเป็น 1 ใน 10 กรอบหลักในการดำเนินการเพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน รวม 7,663 ทีม จะดาวกระจายลงพื้นที่-เคาะประตูบ้านประชาชน 83,151 หมู่บ้าน/ชุมชน เริ่มคิกออฟพร้อมกันตำบลละ 1 หมู่บ้านตั้งแต่ 21 ก.พ. นี้

ที่มาของภาพ, BBC Thai
พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ จ.นครปฐมด้วยตัวเอง โดยกล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่ารัฐบาลกำลัง "สู้กับความยากจนและสิ่งไม่ดี ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งขอให้เลือกให้ดี" พร้อมขอให้เข้าใจสถานการณ์ในบ้านเรา ส่วนเรื่องการเลือกตั้งก็ว่ากันไปตามกฎหมายตามขั้นตอน
"สิ่งสำคัญวันนี้จะได้รัฐบาลที่เป็นของปวงชนชาวไทย ถ้าเลือกรัฐบาลที่เป็นของใครของมัน จะเป็นปัญหาแบบเดิม ก็ตีกันอีก ต้องเลือกรัฐบาลที่ดูแลคนทั้งประเทศ ส.ส. ส่งความต้องการขึ้นไป รัฐบาลก็ดูว่าตรงไหนควรทำ ไม่ใช่หว่านไปเรื่อยแล้วเมื่อไรจะพอ วันนี้ก็ยังเข้มแข็งไม่พอ แสดงว่าต้องบริหารใหม่ ใจเย็น ๆ ได้ไหม" นายกรัฐมนตรีกล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
โรดแมปไทยนิยมของรัฐบาล คสช. ออกมาในจังหวะใกล้เคียงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชนที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ซึ่งได้กางปฏิทินนัดชุมนุม-เปิดโรดแมปทวงวันเลือกตั้งภายในปีนี้
ทว่าสิ่งที่แตกต่างคือประชาธิปไตยแบบนักเคลื่อนไหวบนท้องถนนนั้น ชูหลักการสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ขณะที่แผนเผยแพร่ประชาธิปไตยไทยนิยมถูกจัดให้เป็น "ภารกิจด้านความมั่นคง" ร่วมกับประเด็นอื่น ๆ ทั้ง "สัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง", รู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย, รู้กลไกการบริหารราชการ, รู้เท่าทันเทคโนโลยี และร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด
ในระหว่างประชุมมอบนโยบายและการขับเคลื่อนไทยนิยม ยั่งยืน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปรียบเปรยประชาธิปไตยเป็นเสมือนทุเรียนและสับปะรดที่มีเปลือกและเนื้อใน
"การเลือกตั้งคือเรื่องเปลือกซึ่งก็จำเป็น แต่เปลือกกับเนื้ออะไรสำคัญกว่ากัน เบื้องต้นก็สำคัญพอกัน แต่อะไรสำคัญกว่ากันก็ต้องไปบอกชาวบ้าน ถ้าพอใจแค่นี้ จะได้แต่ตาสับปะรดกับเปลือกทุเรียน ส่วนเนื้อในคือการเคารพเสียงส่วนมาก เคารพประชาชน การมีสิทธิเสรีภาพ การมีวัฒนธรรมทางการเมือง ความรักชาติ ความเสียสละ ความมีระเบียบวินัย ตรงนี้คือเนื้อหาของประชาธิปไตย" รองนายกรัฐมนตรีระบุ (9 ก.พ. 2561)
มือกฎหมายรัฐบาลที่สื่อมวลชนทำเนียบฯ ให้ฉายาว่า "เนติบริกร" ย้ำว่า แต่ละประเทศย่อมมีประชาธิปไตยในแบบของตัวเอง ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตจากคนแวดวงวิชาการว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์กับพวกกำลังทำ คือการฟื้น "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ" นั่นเอง
รัฐประหาร 6 ครั้งเพื่อกอบกู้ "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ"

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ถ้าย้อนดู 85 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จะพบว่า มีรัฐประหารอย่างน้อย 6 จาก 13 ครั้งที่ถูกก่อการขึ้นเพื่อกอบกู้-ส่งเสริมระบอบ "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ"
แนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังรัฐประหารปี 2490 โดยชนชั้นนำไทยได้วางกุศโลบาย "บัญญัติศัพท์" เพื่อรักษาเอกราชทางการเมือง ผดุงวัฒนธรรมของชาติ และวางหมากป้องกันฝรั่งบั่นทอนอำนาจปกครอง
ที่มา: ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ, รัฐประหารกับประชาธิปไตย, (2550) และ * ดัดแปลงจากคำกล่าวของ ศ.ดร.เกษียรในงานเสวนา Direk's Talk หัวข้อ "ทิศทางการเมืองโลก ทิศทางการเมืองไทย และนโยบายสาธารณะ" เมื่อ 19 มิ.ย. 2560
ทว่าผู้วางรากฐานทางความคิด "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ" ให้หยั่งลึกในสังคมไทย-ฝังอุดมการณ์การเมืองแก่นายทหารไทย หนีไม่พ้นผู้นำเผด็จการทหารที่ชื่อ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งขึ้นสู่อำนาจหลังก่อรัฐประหารปี 2500 และ 2501

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวไว้เมื่อปี 2558 ว่า จอมพลสฤษดิ์ได้ผูกอุดมการณ์ทหารไทยไว้กับ 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ชาตินิยม-เสนานิยม-ต่อต้านคอมมิวนิสต์นิยม การเมืองในยุคสงครามเย็นทำให้กองทัพอยู่ในสถานะของการเป็น "ผู้พิทักษ์" คอยปกป้องและคุ้มครองสถาบันหลักของประเทศ ก่อนประสบความสำเร็จอย่างถึงขีดสุดในการทำหน้าที่ "ผู้ควบคุมการเมือง"
"ทหารปัจจุบันยังคงเชื่ออย่างมั่นใจว่ากองทัพคือผู้ควบคุมการเมือง และการเมืองจะต้องเดินไปในทิศทางที่ผู้นำทหารปรารถนา และอะไรที่ขัดแย้งกับกองทัพ สิ่งนั้นขัดแข้งกับความมั่นคงของรัฐ"ศ.ดร.สุรชาติระบุ
อย่างไรก็ตามการ "ปฏิวัติประชาชน" ในเดือน ต.ค. 2516 ถือเป็นสัญญาณการปิดฉากลงของการแสดงบทบาทเป็น "ผู้ปกครองเต็มตัว" ของกองทัพ ภายใต้การนำของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
เฉลิมเกียรติ ผิวนวล นักวิชาการรัฐศาสตร์ เขียนไว้เมื่อปี 2533 เรียกขานช่วงเวลานั้นว่า "ยุคตำนานประชาธิปไตย" ก่อนถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ใน "ระบอบปฏิรูป" โดย "รัฐบาลหอย" ของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร และกลายร่างเป็น "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" ในรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
เฉลิมเกียรติชี้ว่า แก่นแท้ของประชาธิปไตยแบบนี้เน้นเรื่องความมั่นคงเชิงลบ ควบคู่กับลัทธิชาตินิยมที่เน้นขนบธรรมเนียมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ประกอบกับลัทธิผู้นำ โดยมีข้าราชการชั้นสูงและทหารรองรับอยู่ ซึ่ง "แนวความคิดนี้มองมนุษย์ในแง่ร้าย และปฏิเสธความเสมอภาคของปัจเจกชน" และ "วัตถุประสงค์อันดับแรกของภาระหน้าที่หลักของรัฐบาลคือเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย"
ประชาธิปไตยของ "คนดี"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความพยายามสถาปนา "ประชาธิปไตยไทยนิยม" ในปี 2561 เกิดขึ้นภายใต้คำอธิบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ว่า "ประเทศไทยจะแตกแยกกันต่อไปไม่ได้" ก่อนระดมกลไกรัฐทุกหมู่เหล่าไป "ขายตรง" ประชาธิปไตยในแบบ คสช. พร้อม "ปรับทัศนคติ" ประชาชนให้คิดเหมือนกันเพื่อความปรองดอง นี่คือปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว-ได้ผลแล้วในการส่งวิทยากรกระบวนการที่เรียกว่า ครู ก. ข. ค. หลายแสนคนไปโฆษณาชี้ชวนให้ประชาชนร่วมลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธ์ เมื่อปี 2559
ขณะที่คู่มือการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของกระทรวงมหาดไทย ให้นิยามประชาธิปไตยไทยนิยมไว้ว่าคือการ "นิยมความดี ความงาม เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนจะมุ่งมั่นในการทำความดี เพื่อประเทศชาติและบุตรหลานในอนาคต" พร้อมเรียกร้องให้คนไทยต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาด้วยการ "เลือก 'คนดี' หรือ 'ผู้แทนที่ดี' โดยตั้งเกณฑ์การประเมิน "คนดี" ไว้เสร็จสรรพ หลัง คสช. กับผู้สนับสนุนร่วมกันเขียน "ผีนักการเมือง" ให้สังคมเกิดความหวาดกลัวตลอดเวลา 3 ปี 9 เดือนที่ผ่านมา
5 คำถามบังคับที่วิทยากร "ไทยนิยม" ต้องถามประชาชน 66.18 ล้านคน
- ประชาธิปไตยคืออะไร/ ความเป็นไทยคืออะไร/ ประชาธิปไตยแบบไหนที่เหมาะสมกับสังคมไทย
- อยากเห็นบ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้าหรือไม่
- คนแบบไหนที่พึงประสงค์ เช่น พอเพียง มีวินัย ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ
- คนดีในหมู่บ้านเราเป็นอย่างไร
- นักการเมืองที่ให้เงินชาวบ้านถือเป็นคนดีหรือไม่
ที่มา: คู่มือการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จัดทำโดยกระทรวงมหาดไทย
จึงไม่แปลกหากนักวิชาการและนักเลือกตั้งจะตั้งคำถามว่าผู้นำ คสช. กำลังพาสังคมไทยย้อนยุคไปถึง 40 ปี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรมหรือไม่ กล่าวคือ แม้มีเลือกตั้ง แต่ได้ขุนทหารเป็นนายกฯ หรือเป็น "เกรียงศักดิ์โมเดล" ที่กำหนดให้นายกฯ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยมี ส.ว.แต่งตั้งเป็นฐานอำนาจหลัก โดยเฉพาะเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เปิดตัวในฐานะ "เป็นนักการเมือง" ช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
ที่มาข้อมูล:
1. เกษียร เตชะพีระ, รัฐประหารกับประชาธิปไตย, กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์, 2550.
2. เฉลิมเกียรติ ผิวนวล, ประชาธิปไตยแบบไทย ความคิดทางการเมืองของทหารไทย (2519-2529), กรุงเทพฯ : สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2533.
3. สุรชาติ บำรุงสุข, "Democracy 3.5 เมื่อลมประชาธิปไตยพัดหวน!," ใน KPI YEARBOOK 2558 ดุลอำนาจในการเมืองการปกครองไทย, กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้า, 2558.









