สำรวจสำนักงานจัดการทรัพย์สิน ควีนอังกฤษ เจ้าชายชาร์ลส์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ
    • Author, พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษ บีบีซีไทย

เอกสารลับ "พาราไดซ์ เปเปอร์ส" 13.4 ล้านแผ่น ไม่เพียงเผยให้เห็นถึงวิธีการหลบภาษีและซ่อนทรัพย์สินของมหาเศรษฐี นักการเมืองและคนดังของโลก

แต่ยังแนะนำให้โลกรู้จักกับ สำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ ของ2 บุคคลสำคัญในราชวงศ์อังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า Duchy (ออกเสียงว่า "ดัชชี") มากขึ้น นั่นคือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง และคนที่สอง ได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

ดัชชีของทั้ง 2 พระองค์นำเงินไปลงทุนในบริษัทซึ่งตั้งอยู่บนหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งแม้จะไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ชวนให้ถูกตั้งคำถามเชิงจริยธรรม ว่าประมุข ของประเทศควรนำเงินไปลงทุนในต่างแดนหรือไม่ และ และว่าที่ประมุข มีสิทธิรณรงค์ประเด็นในที่สาธารณะในประเด็นเดียวกับการลงทุนของเขาหรือไม่

แต่เราจะให้น้ำหนักกับการตั้งคำถามไม่ถูกเลย หากไม่รู้ว่าสำนักงานจัดการลงทุนทั้ง 2 แห่งนี้มีวิธีการทำงานอย่างไร ? ใครเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงในการบริหารดัชชีต่างๆ ? ทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ว่ามีมูลค่าเท่าไร ? และ รายได้จากการลงทุนหรือบริหารจัดการทรัพย์สินนั้นๆ ท้ายที่สุด จะไปเข้ากระเป๋าใคร ?

มรดกตกทอดจากอดีต

ดัชชี เป็นมรดกตกทอดมาจากอดีตกาลของราชวงศ์ในยุโรปและอังกฤษ

รากศัพท์ของคำว่า Duchy แต่เดิมหมายถึง "อาณาเขตที่อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของขุนนางชั้นสูงของอังกฤษ" ผู้มีตำแหน่ง Duke (ดยุค) แต่ปัจจุบันจะมีความหมายเฉพาะทรัพย์สินที่เคยมีอยู่ในอาณาเขตดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ สิทธิและสัมปทานต่างๆ รวมถึงเงินทุนบางส่วน ไม่ใช่ผืนดินทั้งหมดอีกต่อไป

แม้ปัจจุบันมีผู้ดำรงตำแหน่งดยุคในราชวงศ์อังกฤษถึง 30 พระองค์ แต่มีเพียง 2 พระองค์เท่านั้นที่มีดัชชี คอยจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้ ได้แก่ ดยุคออฟแลงคาสเตอร์ (Duke of Lancaster) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ให้กับกษัตริย์หรือราชินีที่ครองบัลลังก์ขณะนั้น และ ดยุคออฟคอร์นวอลล์ (Duke of Cornwall) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตกทอดแด่โอรสองค์โตของพระเจ้าแผ่นดินในเวลานั้น

ที่น่าสนใจคือ ดัชชีออฟคอร์นวอลล์ เกิดขึ้นก่อน ในปี 1337 โดยสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สาม (King Edward III) ทรงตั้งขึ้นพร้อมๆ กับสถาปนาตำแหน่งดยุดแห่งคอร์นวอลล์คนแรก ให้กับเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด (Prince Edward) เจ้าของฉายา "เจ้าชายดำ" ผู้มีผลงานโดดเด่นในช่วงสงครามร้อยปี

ส่วน ดัชชีออฟแลงคาสเตอร์ กำเนิดขึ้นภายหลัง ในปี 1399 ในสมัยที่ผู้ครองบัลลังก์อังกฤษมาจากราชวงศ์แลงคาสเตอร์

ที่มา: เว็บไซต์ทางการของดัชชีแห่งแลงคาสเตอร์ และรายงานประจำปี

ทรัพย์สินส่วนพระองค์มีมากแค่ไหน

นอกจากดัชชีแล้ว ในอังกฤษยังมี สำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่เรียกกันว่า Crown Estate อยู่ด้วย แต่ข้อแตกต่างสำคัญก็คือ ในขณะที่ดอกผลซึ่งได้จากการดำเนินงานของสำนักงานอย่างหลังจะ "ตกเป็นของแผ่นดิน" ดอกผลที่ได้จากการดำเนินงานของดัชชี จะถือว่าเป็น "พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์"

แม้ว่าทรัพย์สินที่ใช้เป็นทุนในการต่อยอดหารายได้ ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง ครั้งผู้ดำรงตำแหน่งดยุคมีอำนาจบารมีมหาศาลในแผ่นดิน เป็นรองเพียงกษัตริย์ ราชินี และเจ้าฟ้าชายเท่านั้น

การลงทุนในต่างประเทศของควีน

จากรายงานประจำปี 2016 ซึ่งปิดบัญชีไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ของปีนี้ ดัชชีออฟแลงคาสเตอร์ มีทรัพย์สินในมือรวมกันเป็นมูลค่า 519 ล้านปอนด์ (ราว 2.28 หมื่นล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ในภาคตะวันตกของอังกฤษ สิทธิและสัมปทานในเหมืองแร่ รวมถึงปราสาทและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ไม่รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดย สามารถทำกำไรให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้ถึง 19.2 ล้านปอนด์ (ราว 845 ล้านบาท) เพิ่มจากปีก่อน 9.7%

ขณะที่ ดัชชีออฟคอร์นวอลล์ ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ปัจจุบันมีทรัพย์สินในมือรวมกัน 913 ล้านปอนด์ (ราว 4.01 หมื่นล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทางตอนใต้ของอังกฤษ และบางส่วนในเวลส์ รวมถึงมีเงินลงทุนในบริษัทต่างๆ โดยปีล่าสุด สามารถทำกำไรได้ถึง 20.7 ล้านปอนด์ (ราว 911 ล้านบาท) เพิ่มจากปีก่อน 1.2%

ทั้งสองดัชชีมีที่ดินใกล้เคียงกัน คือ 5.45 หมื่นเฮกตาร์ และ 5.33 หมื่นเฮกตาร์ตามลำดับ ไล่เลี่ยกับ จ.ภูเก็ตของไทย ที่ 5.76 หมื่นเฮกตาร์

ราชินีและมกุฎราชกุมารต้องเสียภาษีหรือไม่

แม้รัฐบาลเคยประกาศว่าดัชชีทั้งสองแห่ง ถือเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องเสียภาษี แต่ทั้ง 2 พระองค์ ต่างก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา "โดยสมัครใจ" มาตั้งแต่ปี 1993 หลังเผชิญแรงกดดันจากสาธารณชน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ยอมเสียทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (income tax) และภาษีเงินได้จากการลงทุน (capital gains tax) เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กลับยอมเสียเพียงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น และมักถูกวิจารณ์ว่าแจ้งตัวเลขรายจ่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนของพนักงานในดัชชีมากเกินไป เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง

และแม้จะเสียภาษีโดยสมัครใจมากว่า 2 ทศวรรษ ทว่าก็ยังมีคนเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ดัชชี่ทั้งสอง ต้องจ่ายเงินภาษีภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับบุคคลทั่วๆ ไป โดยเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคล (corporation tax) โดยในปี 2012 ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐ กว่า 29,000 คนได้ร่วมกันลงชื่อยื่นข้อเรียกร้องนี้ต่อกรมสรรพากรของอังกฤษ ให้เก็บภาษีดังกล่าวจากดัชชี โดยเฉพาะจาก ดัชชีออฟคอร์นวอลล์ ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

โดยข้อเสนอดังกล่าว มี ส.ส.อังกฤษ 15 คน ร่วมลงชื่อด้วย

แต่ไม่เพียงเรื่องของภาษีเท่านั้น ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 6.3 หมื่นล้านบาท ของทั้งสองพระองค์ มักถูกสาธารณชนตั้งคำถามอยู่เสมอๆ ทั้งเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินการ ความจำเป็นในการครอบครองทรัพย์สินไว้มากมายขนาดนั้น และผลกำไรที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ใครต้องรับผิดชอบต่อการบริหารราชทรัพย์

แต่กรณีที่ดัชชีทั้งสองถูกเปิดโปงจาก "พาราไดซ์ เปเปอร์ส" ไม่ใช่เรื่องของการเสียภาษี ทว่าเป็นการนำเงินไปลงทุนอย่างไม่เหมาะสม ดัชชีของราชินีถูกกล่าวหาว่าไปลงทุนในบริษัทที่ชอบเอารัดเอาเปรียบคนยากจน และบริษัทที่บริหารงานล้มเหลว จนต้องปลดคนงานหลายพันคน ดัชชีของเจ้าฟ้าชายถูกกล่าวหาว่า ไปลงทุนในบริษัทที่มี "ผลประโยชน์ทับซ้อน" กับบทบาทของเจ้าฟ้าชาย กรณีออกมารณรงค์ให้เปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโลกร้อน

แต่ถ้าจะถามถึงความรับผิดชอบต่อการลงทุน ต้องไปดูโครงสร้างการบริหาร ว่าทั้งราชินีและเจ้าฟ้าชายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน

คำบรรยายวิดีโอ, เส้นทางพระราชทรัพย์ของควีนในแหล่งเลี่ยงภาษีต่างแดน

กรณี ดัชชีออฟแลงคาสเตอร์ จะแบ่งการบริหารงานออกเป็น 3 ระดับ

  • Chancellor หรือ"รัฐมนตรี" ประจำสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ ซึ่งนายกฯ เป็นผู้เสนอชื่อแต่งตั้ง ปัจจุบันคือ นายแพทริก แม็กกลัฟลิน ส.ส.จากพรรคอนุรักษ์นิยม
  • Council ทำหน้าที่คล้ายๆ "บอร์ดบริษัท" คือกำหนดนโยบายในการดำเนินงาน ราชินีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี จะประชุมปีละ 5 ครั้ง โดยตำแหน่งสำคัญในบอร์ดนี้ นอกจากตัวประธาน ยังรวมถึง Receiver General of the Duchy ผู้คุมกระเป๋าเงิน และ Clerk of the Council ในฐานะซีอีโอ
  • Management Board หรือผู้บริหารประจำสำนักงาน ทำงานตามนโยบายของบอร์ด และงานกิจวัตรทั่วไป

ขณะที่ ดัชชีออฟคอร์นวอลล์ จะมีวิธีการบริหารงานที่ซับซ้อนน้อยกว่า โดยจะมีบอร์ดบริษัทเพียงชุดเดียว ซึ่งเจ้าชายชารล์สเป็นประธาน แต่ก็มีการกำกับดูแลการดำเนินงานโดยรัฐบาลอังกฤษในระดับหนึ่ง เช่น หากทำธุรกรรมที่มีวงเงินเกิน 5 แสนปอนด์ (ราว 22 ล้านบาท) จะต้องได้รับการอนุมัติจาก รมว.คลังก่อน และต้องส่งบัญชีรายรับรายจ่ายให้รัฐสภาอังกฤษรับทราบทุกปี

และแม้จะมีการวางโครงสร้างให้บุคคลอื่นเข้ามาช่วยบริหารงาน ทว่าดูเหมือนหลายฝ่ายจะเชื่อว่า ทั้ง 2 พระองค์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานของดัชชี

เหมือนอย่างที่ นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานเรียกร้องให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ออกมาแสดงความ "เสียพระทัย" ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานของดัชชีอย่างเต็มที่