โรฮิงญา : บังคลาเทศเร่งสืบหาสาเหตุเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยค็อกซ์ บาซาร์
ทางการบังคลาเทศกำลังสืบสวนหาสาเหตุของไฟไหม้ครั้งใหญ่ภายในค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์ บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังคลาเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ชาวโรฮิงญาไร้ที่อยู่อาศัยนับหมื่นคน
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ตำรวจกำลังตรวจสอบว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้เป็นการก่อวินาศกรรมหรือไม่ เบื้องต้น มีรายงานว่า ทางการจับกุมชายผู้หนึ่งไว้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของเหตุไฟไหม้ได้
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เหตุที่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วมาจากถังแก๊สในครัวเรือน ภายในเขตค่ายที่พักของชาวโรฮิงญา
ค่ายผู้ลี้ภัยค็อก บาซาร์ ถือเป็นค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่หนีการปราบปรามของกองทัพเมียนมา ในรัฐยะไข่ นับแต่เดือน ส.ค. ปี 2017
- ผู้อพยพโรฮิงญากว่า 200 ชีวิต เสี่ยงเรือจม นอกชายฝั่งไทย โยนศพทิ้งทะเลแล้วหลายสิบ
- "ฆ่าเราเถอะ แต่อย่าส่งเรากลับไปเมียนมา"
- ผู้ช่วยชีวิตนับร้อยจากเหตุไฟไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยเล่า "ผมเห็นคนกำลังถูกไฟเผากลายเป็นเถ้าถ่าน"
- ผู้ลี้ภัยเล่าการเดินทางเสี่ยงอันตรายจากบังกลาเทศสู่มาเลเซีย แต่ถูกผลักดันกลับมาติดอยู่กลางทะเล
เจ้าหน้าที่ระบุว่า เพลิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 15.45 น. วานนี้ (5 มี.ค.) ตามเวลาในไทย โดยไฟลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากที่พักของผู้ลี้ภัยที่ทำมาจากไม้ไผ่และผ้าใบ ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี
มิจานูร์ ราห์มาน กรรมาธิการฝ่ายผู้ลี้ภัยของบังกลาเทศ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มีที่พักราว 2,000 หลัง ถูกเพลิงเผาผลาญไป ส่งผลให้ผู้ลี้ภัยพลัดถิ่นกว่า 12,000 คน ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน
ราห์มาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง แต่ก็สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ในจำนวนนั้นรวมถึงมัสยิดอย่างน้อย 35 แห่ง และศูนย์การศึกษาสำหรับผู้ลี้ภัยอีก 21 แห่ง
เช้าวันนี้ (6 มี.ค.) ผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนได้เดินทางกลับไปยังพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ โดยพวกเขาหวังว่าจะเก็บกู้สิ่งของต่าง ๆ ที่เสียหายไปแล้วได้บ้าง แต่ภาพที่พวกเขาเห็นกลับเป็นซากที่พักที่ถูกเผาดำเป็นตอตะโก เหลือเพียงเสาโลหะและหลังคาสังกะสี

ที่มาของภาพ, STR/EPA-EFE/REX/Shutterstock
หัวหน้าคณะผู้แทนหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศบอกกับบีบีซีว่า เหตุไฟไหม้ดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อค่ายผู้ลี้ภัย ขณะที่สาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงศูนย์บริการน้ำและศูนย์ตรวจสุขภาพก็ได้รับความเสียหายไปด้วย
ชายชาวโรฮิงญาวัย 30 ปี บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ที่พักที่ใช้เป็นร้านขายของของเขาก็ถูกเผาเช่นกัน "ไฟได้เผาผลาญทุกอย่างไปจากผม ทุกอย่างจริง ๆ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ควันไฟสีดำที่ลอยเหนือค่ายผู้ลี้ภัยที่ 11 ยังคงสามารถมองเห็นได้ โดยจุดดังกล่าว มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งง่ายต่อการเกิดไฟไหม้อย่างมาก
ข้อมูลของกระทรวงกลาโหมของบังคลาเทศ ที่เผยแพร่เดือนที่แล้ว รายงานว่า ระหว่าง ม.ค. 2021- ธ.ค. 2022 มีรายงานเหตุไฟไหม้ทั้งหมด 222 ครั้ง ภายในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ในจำนวนนั้นเป็นกรณีวางเพลิง 60 ครั้ง
เมื่อเดือน มี.ค. 2021 ก็เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเช่นกัน ครั้งนั้น คร่าชีวิตผู้ลี้ภัยไปอย่างน้อย 15 คน และไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 50,000 คน
สำหรับค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้ถือเป็นถิ่นพำนักสำหรับผู้ที่ต้องหลบหนีมาจากเมียนมา หลังจากกองทัพเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นชาวมุสลิม ที่อาศัยในในเมียนมาซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จึงทำให้เกิดการประหัดประหารกันจากรุ่นสู่รุ่น
การอพยพครั้งล่าสุดของชาวโรฮิงญามายังพื้นที่ชายแดนบังคลาเทศเริ่มต้นในเดือน ส.ค. 2017 ภายหลังกองทัพเมียนมาตอบโต้อย่างรุนแรง เมื่อกลุ่มกบฎชาวโรฮิงญาเปิดฉากโจมตีสถานีตำรวจหลายแห่ง










