โรฮิงญา: ผู้ลี้ภัยเล่าการเดินทางเสี่ยงอันตรายจากบังกลาเทศสู่มาเลเซีย แต่ถูกผลักดันกลับมาติดอยู่กลางทะเล

คำบรรยายวิดีโอ, โรฮิงญา : ผู้ลี้ภัยเล่าการเดินทางเสี่ยงอันตรายจากบังกลาเทศสู่มาเลเซีย แต่ถูกผลักดันกลับติด

คาดว่ามีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามากกว่า 200 คนซึ่งอพยพจากบ้านเรือนในเมียนมาเพื่อหนีการประหัตประหารมาพักพิงอยู่ในบังกลาเทศ เสียชีวิตหรือสูญหายกลางทะเลในปี 2020 ระหว่างที่พยายามเดินทางไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า หลายคนติดอยู่บนเรือของขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองที่ลอยคว้างอยู่กลางทะเลโดยไม่มีอาหารและน้ำ

จากบังกลาเทศพวกเขาเดินทางไปจนถึงมาเลเซียแต่ถูกผลักดันกลับเพราะมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่เสี่ยงภัยเดินทางจากค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นเด็ก

"ถ้าพวกเขาได้รับอาหาร พวกเขาก็คงไม่ตาย" ทอสมิน ผู้ลี้ภัยที่รอดชีวิตเล่า

ชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยจากเมียนมาไปบังกลาเทศกำลังพยายามแสวงหาชีวิตใหม่ แต่การแสวงหาชีวิตใหม่นั้นเต็มไปด้วยอันตราย

เธอบอกว่า "เราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเลเซีย เพราะว่าโรค [โควิด-19] รัฐบาลมาเลเซียผลักดันเรือกลับไปบังกลาเทศ หลังจากเข้าน่านน้ำบังกลาเทศเราก็ติดอยู่นานราว 1 เดือน จากนั้นอาหารก็หมด"

กราฟิกแผนที่
คำบรรยายภาพ, รัฐบาลมาเลเซียผลักดันเรือผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับไปบังกลาเทศ

ทอสมินเล่าว่า มีคนตาย 5-10 คนต่อวันเพราะขาดอาหารและน้ำ ผู้หญิงไม่ถูกทุบตี แต่ผู้ชายโดนหนักกว่า เธอเองก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยเป็นเวลา 9 วัน

"พวกเราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เราคิดว่าคงไม่ได้เห็นหน้าพ่อแม่อีกต่อไปแล้ว ฉันเห็นผู้อพยพ 20-40 คน ทั้งชายและหญิงล้มตาย ถ้าได้กินอาหารบ้าง พวกเขาก็คงไม่ตาย คนตายเพราะไม่มีอะไรกิน" เธอกล่าว

"ศพจะถูกโยนทิ้งลงทะเลต่อหน้าพวกเรา ฉันคงจะไม่มาด้วย ถ้ารู้ว่ามันทุกข์ทรมานอย่างนี้" ทอสมินกล่าวและยอมรับว่าเธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอด

ภาพแคปหน้าจอเรือบรรทุกผู้ลี้ภัยกลางทะเล
คำบรรยายภาพ, บังกลาเทศช่วยชีวิตผู้ติดค้างกลางทะเลได้หลายสิบคนในปี 2020

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศกู้ยืมเงินหรือใช้เงินที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตจ่ายค่าเดินทางให้กับผู้ลักลอบพาคนเข้าเมืองไปยังมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีฐานะดีกว่า

ฟาทีมา หญิงชาวโรฮิงญาเล่าถึงโมฮัมเหม็ด ซูบาอีร์ ลูกชายคนโตของเธอที่รอดชีวิตกลับมาว่า วันหนึ่งลูกชายเดินมาบอกว่าเขาจะเดินทางออกจากบังกลาเทศไปพร้อมกับคนอื่น ๆ

"แม่ มีหลายคนจะอพยพไปวันนี้ ผมจะไปกับพวกเขาด้วย" ฟาทีมาถ่ายทอดคำพูดของลูกชาย

แต่เรือลำนั้นกลับลอยค้างอยู่กลางทะเล

จูเลฮา ผู้รอดชีวิตอีกคนเล่าว่า 50 วันหลังจากออกเดินทาง ผู้อพยพก็ถูกส่งกลับมาที่ชายฝั่งบังกลาเทศอีกครั้ง

"เราเสียสติหลายครั้ง เราราดน้ำทะเลลงบนตัว เรารอดมาได้ด้วยการทำแบบนี้"

เธอเล่าว่าคนบนเรือเบียดเสียดกันถึงขนาดที่เวลานอนขาคนหนึ่งจะติดกับขาของอีกคนหนึ่ง

จูเลฮา ผู้ลี้ภัยที่รอดชีวิต
คำบรรยายภาพ, "ฉันอยากจะกระโดดลงน้ำ แต่เด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อฮาเรสจับฉันไว้" จูเลฮากล่าว

"น้องสาวของฉันป่วยเป็นดีซ่าน เธอเสียชีวิตเพราะขาดน้ำ มีคนเล่าว่าน้องดื่มน้ำทะเลระหว่างที่เรือถูกผลักดันกลับ ตอนที่น้องตายฉันได้แต่ตะโกนและร้องไห้ กอดเธอไว้" จูเลฮากล่าว

เธอเล่าต่อว่า "[ผู้ลักลอบขนคนเข้าเมือง] ทำท่าจะตีฉันและบังคับให้ฉันกลับไปนั่งที่เดิม [บนเรือ] หลังจากสวดศพให้เธอ ฉันได้ยินว่าเธอถูกโยน [ทิ้งทะเล] แต่ฉันไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง มีหลายคนเห็นว่า เธอถูกโยนออกจากเรือตรงนั้น"

"ฉันอยากจะกระโดดลงน้ำ แต่เด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อฮาเรส จับฉันไว้ ฉันจะลืมเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร ฉันลืมไม่ลงเลย ต่อให้ตายไปแล้วก็ไม่ลืม" จูเลฮากล่าว