โรฮิงญา: ผู้ช่วยชีวิตนับร้อยจากเหตุไฟไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยเล่า "ผมเห็นคนกำลังถูกไฟเผากลายเป็นเถ้าถ่าน"

กลุ่มควันและเปลวไฟในค่าย

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

    • Author, สวามินาธาน นาทาราจัน และ คาดีจา อารีฟ
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

เพลิงขนาดใหญ่เผาผลาญไปทั่วค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในเมืองค็อกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ เมื่อช่วงบ่ายของ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยตามการประเมินของหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติราว 45,000 คน เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน และยังคงสูญหายอีก 400 คน

ขณะที่ไฟเผาผลาญที่พักอาศัยชั่วคราวหลายพันหลัง ไซฟุล อารากานี ผู้ลี้ภัยวัย 25 ปี ได้วิ่งฝ่ากลุ่มควันพิษเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

"คนกำลังไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาผม" เขากล่าว "หลายคนเสียชีวิตแล้ว"

ที่พักอาศัยส่วนหนึ่งในค่ายถูกไฟไหม้

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติระบุว่า มีที่พักอาศัยราว 10,000 หลัง ถูกเผาทำลาย

ไซฟุลและอาสาสมัครอีกหลายคน ได้ใช้เสื้อคลุมและผ้าห่มในการช่วยเหลือผู้ที่ถูกไฟเผาไหม้อย่างรุนแรง

ไซฟุลเป็นช่างภาพอาชีพ เขามีแค่โทรศัพท์มือถือติดตัว แต่ก็สามารถถ่ายภาพช่วงที่เกิดความชุลมุนไว้ได้หลายภาพ

"ผมเริ่มถ่ายรูป แต่ไม่อาจหยุดร้องไห้ได้เลย"

Saiful with his camera

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, ไซฟุล อารากานี อายุ 25 ปี เป็นช่างภาพอาชีพ และเป็นหัวหน้าทีมอาสาสมัครในค่าย

ในบรรดาภาพที่เขาถ่าย ภาพที่น่าเศร้าสะเทือนใจที่สุดคือภาพของเด็กแบเบาะถูกไฟเผา ร่างเล็ก ๆ ของทารกเพศชายนอนแน่นิ่งจับของเล่นชิ้นเล็กไว้บนท้อง

ไม่อาจต้านเปลวเพลิง

เมืองค็อกซ์บาซาร์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศมีกลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงญาอาศัยอยู่ราว 1 ล้านคน มีค่ายผู้ลี้ภัยที่อยู่ติด ๆ กัน 34 แห่ง เป็นชุมชนชาวมุสลิม ผู้ลี้ภัยหลายหมื่นคนอพยพมาจากบ้านเกิดในเมียนมาหลังจากมีการปราบปรามอย่างรุนแรงในปี 2017

แต่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวหลายพันหลังสร้างขึ้นติดกันบนพื้นที่ที่เป็นเนินเขา เมื่อเกิดไฟไหม้ที่ค่ายกูตาลาปาลอง บาลูคาลี (Kutalapalong Balukhali) ไฟก็ลุกลามไปยังค่ายอื่น ๆ อีกหลายแห่ง สร้างความเสียหายมหาศาล

เปลวไฟโอบล้อมค่ายผุ้ลี้ภัย

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, ไซฟุล ผู้ลี้ภัยและเพื่อน ๆ ของเขา ได้เดินทางมาถึงจุดนี้ ก่อนหน้าที่หน่วยดับเพลิงจะมาให้ความช่วยเหลือ

ช่วยชีวิต

เวลาหลังจาก 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 16.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ตอนที่แม่ของไซฟุลเพิ่งออกไปนอกบ้าน เขาก็เริ่มเห็นควันดำพวยพุ่งและเปลวเพลิงสีเหลืองอยู่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตร

"เปลวเพลิงพุ่งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่า 30 เมตร" ไซฟุลเล่า "ผมจึงขึ้นแท็กซี่รีบไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ในทันที"

บ้านเรือนที่พังเสียหายบนผืนดินที่ไหม้เกรียม

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, หน่วยงานความช่วยเหลือหลายแห่งบอกว่า กำลังประเมินขอบเขตความเสียหายจากเพลิงไหม้ครั้งนี้อยู่

ช่วงที่ไฟซุลเดินทางมาถึง ฝูงชนจำนวนมากได้มารวมตัวกัน หลายคนกำลังพยายามคาดเดากันว่าต้นเพลิงมาจากทิศทางไหน

"ผมเห็นคนหนีออกมาจากบ้านกรีดร้อง 'ช่วยแม่ฉันด้วย ช่วยพี่สาวฉันด้วย' มันวุ่นวายมาก ไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง" ไซฟุลกล่าว

เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินยังคงอยู่ห่างออกไป ไซฟุลพร้อมกับผู้ลี้ภัยกลุ่มเล็ก ๆ ได้ฝ่าเข้าไปในกลุ่มควันพิษและเริ่มหาผู้รอดชีวิต

แต่เขาบอกว่า เขาไม่มีวันลืมสิ่งที่เขาได้พบเห็น

"ผมเห็นผู้คนเหมือนผมกำลังกลายเป็นเถ้าถ่าน ผมอยากจะช่วยเหลือพวกเขา ผมอยากจะช่วยชีวิตพวกเขา แม้ว่าผมจะต้องตาย"

"ผมอุ้มทารกหลายคน แบกหญิงชราและผู้ชายหลายคน ทั้งพาดบนแขนสองข้างและบนบ่า หลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส"

ระหว่างที่เกิดความวุ่นวายอยู่นั้น ไซฟุลได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

"เขาชื่อ ซาลีม เขาน่าจะอายุราว ๆ 40 ปี เขากำลังร้องไห้พูดว่า 'ได้โปรดช่วยชีวิตลูกสาวและภรรยาของผมด้วย ผมรอดชีวิตแล้ว แต่ได้โปรดช่วยชีวิตลูกสาวผมด้วย'"

อาสาสมัครพากันบุกเข้าไปในซากปรักหักพัง แล้วพวกเขาก็ช่วยชีวิตของสองแม่ลูกไว้ได้

หลังจากที่อาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้มานานกว่า 4 ปี ไซฟุลบอกว่า เขารู้ซึ้งดีว่าการถูกทอดทิ้งเป็นอย่างไร นั่นคือเหตุผลที่เขาต้องพยายามช่วยชีวิตคนไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เด็กและผู้หญิงยืนบนผืนดินที่ว่างเปล่า

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, ไซฟุลบอกว่า เหล่าอาสาสมัครช่วยชีวิตคนไว้ได้หลายร้อยคน

ส่วนหน่วยฉุกเฉินกว่าจะเข้ามาถึงจุดที่เกิดเพลิงไหม้ได้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะว่าคนเกือบ 60,000 คน แออัดกันอยู่แทบจะทุกตารางกิโลเมตร

ไซฟุลเล่าว่าพื้นที่เกิดเหตุไม่มีระบบประปา เพื่อนผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องช่วยกันวิ่งไปตักน้ำมาดับไฟไปกลับหลายรอบใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ในที่สุดเวลาประมาณ 16.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น รถดับเพลิงและรถพยาบาลหลายคันก็มาถึง

ไซฟุลช่วยพาคนที่เขาช่วยชีวิตออกมาขึ้นรถพยาบาล เขารู้ว่ามีผู้ลี้ภัยอย่างน้อยหนึ่งคนที่เขาดึงออกมาจากกองไฟ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

"มีคน 10 คน ตายต่อหน้าผม" ไซฟุลเล่า "4 คน เป็นเด็กอายุระหว่าง 1-6 ขวบ"

เด็กผู้หญิงที่มีแผลจากการถูกไฟไหม้ กำลังรับการรักษา

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังได้รับการรักษา หลังจากถูกดึงออกมาจากกองไฟ

หลังเกิดเหตุ

ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน สามารถควบคุมไฟได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ หน่วยงานให้ความช่วยเหลือหลายแห่งได้เริ่มให้ความช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในกองเพลิง

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติคาดว่ามีคนได้รับบาดเจ็บราว 560 คน ไร้ที่อยู่ 45,000 คน และมีที่พักอาศัยที่ถูกเผาทำลายไปราว 10,000 หลัง

ฟาราห์ คาบีร์ ผู้อำนวยการองค์กรแอ็กชั่นเอด (ActionAid) ประจำบังกลาเทศ กล่าวกับบีบีซีว่า พวกเขาเริ่มจัดหาที่พักชั่วคราวใหม่ให้กับผู้ที่สูญเสียที่พักอาศัยจากเพลิงไหม้

"เราได้ให้ผู้รอดชีวิต 200 คน พร้อมกับเด็กที่ไม่มีญาติจำนวนหนึ่งพักที่ศูนย์ชุมชน 2 แห่ง เรามอบอาหารแห้ง และด้วยความร่วมมือจากหัวหน้าผู้ดูแลค่าย เราได้มอบน้ำดื่มอีก 12,000 ลิตร"

ผู้ลี้ภัยมองจุดที่บ้านของพวกเขาเคยตั้งอยู่

ที่มาของภาพ, Team Saiful Arakani

คำบรรยายภาพ, ผู้ลี้ภัยมองจุดที่บ้านของพวกเขาเคยตั้งอยู่

ไซฟุลกล่าวว่าเขารู้สึกสะเทือนใจกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับชุมชนของเขามาก แต่จิตใจของเขาก็สงบลงมาบ้าง จากการที่เขาสามารถช่วยให้คนหลายร้อยคนปลอดภัย

"ผมสงสัยว่า ผมจะนอนหลับไหมคืนนี้ เสียงร้องของเด็ก ๆ เหล่านั้นและผู้หญิงที่ไม่มีใครช่วย ยังคงกึกก้องอยู่ในหัวของผม ผมหวังแต่เพียงว่า ผมจะสามารถช่วยชีวิตคนไว้ได้มากกว่านี้"