รัสเซีย ยูเครน : แม่ผู้เดินทางไปหาศพลูกในสนามรบยูเครน

- Author, โดย อนาสตาเซีย กริบาโนวา อีวาน เยอร์มาคอฟ และ แคลร์ เพรสส์
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ลุดมิลา คูปรีชูค ยืนร้องไห้อยู่กลางสนามที่เต็มไปด้วยดินโคลน
สามีเก่าเธอกำลังเอาผ้าห่มห่อร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชาย
"ฉันคลุ้มคลั่งไปเลย" เธอเล่า "ฉันบอกเขาว่า 'เราจะเอาลูกใส่ท้ายรถแล้วขับกลับบ้านใช่ไหม'..."
"สามีตะโกนใส่ฉันว่า 'ใจเย็น ๆ เราแค่ต้องออกไปจากที่นี่'..."
ก่อนหน้านั้น คู่สามีภรรยาที่หย่าร้างกันไปแล้วซื้อรถเบนซ์เก่า ๆ และขับรถกันมาหลายร้อยกิโลเมตร
พวกเขาต้องเข้าไปในพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมอยู่ หลังจากผ่านพื้นที่ที่มีร่องรอยการถล่มยิงและรถหุ้มเกราะที่โดนไฟไหม้เสียหาย พวกเขาไปเจอศพมากมายเรียงรายอยู่

"เขาฉีกเครื่องแบบออกเพื่อดูว่ามีรอยสักที่แขนไหม" ลุดมิลา เล่า "แล้วมันก็มีจริง ๆ มันเขียนว่า 'Never give up' (อย่ายอมแพ้)"
"มีแค่นั้นเองที่ทำให้เราดูออกว่าเป็นลูกชาย" หญิงวัย 40 ปีเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ
"ศพเหล่านี้ถูกวางในที่โล่งมาหลายวันแล้ว อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ศพไม่ได้โดนไฟไหม้เท่านั้น ยังถูกสัตว์ป่าแทะกินด้วย"
ลูกชายเธอ แม็คซิม อายุแค่ 20 ปี และเสียชีวิตในวันที่ 2 หลังรัสเซียบุกรุกรานเข้ามา ซึ่งคือวันที่ 25 ก.พ.
การเดินทางที่อันตราย
ไม่มีใครสนใจคู่ชายหญิงวัยกลางคนที่เดินทางมาในหมู่บ้านทอมาริน ซึ่งรัสเซียยึดครองอยู่ หมู่บ้านนี้ห่างจากเมืองแคร์ซอนประมาณ 90 นาที หากขับรถไป
ลุดมิลา เล่าว่า เธอโดนเอาปืนจ่อที่ด่านตรวจ "ฉันไม่ได้กลัว อย่างเดียวที่ฉันรู้สึกคือความขยะแขยงต่อคนพวกนี้"

ในที่สุด ทหารที่ด่านตรวจปล่อยพวกเขาให้ผ่านไปได้หลังเอารูปศพลูกชายให้ดู
หลังจากไปหาศพลูกชายจนเจอ พวกเขาก็ขับรถอีก 12 ชั่วโมงกลับไปยังบ้านที่เมืองวีนอิเซีย ทางตอนกลางของยูเครน
ทางการยูเครนไม่เปิดเผยตัวเลขทหารที่เสียชีวิตหรือสูญหายไปเนื่องจากเป็นข้อมูลลับ
แม็คซิม เป็นทหารประจำการอยู่ที่เมืองลวิฟทางตะวันตกของประเทศ เขาไม่ได้บอกแม่เมื่อกองพลส่งทางอากาศที่เขาประจำอยู่ถูกส่งไปทางตอนใต้ของประเทศเพื่อหยุดยั้งแผนโจมตีของรัสเซีย
เธอตกใจมากเมื่อแฟนสาวของเขาโทรมาแจ้งว่าลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว
เพื่อนทหารของแม็คซิม มีรูปถ่ายของพื้นที่ที่เขาถูกสังหารและบอกว่าร่างของเขายังอยู่ที่นั่น เขาไม่มีข้อมูลอื่นนอกจากว่าเขาถูกศัตรูถล่มยิงใส่
"ฉันรู้สึกคลุ้มคลั่งทุกคืนเมื่อรู้อยู่ว่าลูกชายนอนหนาวเหน็บอยู่ที่นั่น ไม่มีอะไรมาปกคลุมตัว"
แล้วเช้ามืดวันหนึ่ง เธอและสามีเก่าก็ออกเดินทางโดยไม่มีแผนการ มีแค่รูปถ่าย ชื่อหมู่บ้าน และเบอร์ติดต่อคนในพื้นที่ที่อาสาจะพาพวกเขาไปศพลูก
การตามหา
อัลยอนา แวร์บิตสกา ตัวแทนประธานาธิบดีด้านสิทธิของทหารของยูเครน บอกว่า ระหว่างเดือน ก.พ. ถึงสิ้นปี 2022 มีพลเรือนและทหารยูเครนสูญหายไป 15,000 นาย
พวกเขาอาจจะถูกสังหาร จับกุม หรือไม่ได้ถูกนับรวมอยู่ในฐานข้อมูล
จากข้อมูลโดยบีบีซีแผนกภาษารัสเซีย มีทหารรัสเซียถึง 600 นาย ที่หายไปในเขตแดนของยูเครน โดยจำนวนนี้ไม่รวมถึงบริเวณที่รัสเซียครอบครองอยู่
ผู้คนทำทุกวิถีทางที่จะหาคนรักให้เจอ มีพิธีกรรายการทีวีชื่อดังที่ริเริ่มโครงการระดับประเทศเพื่อตามหาคนที่หายไป ชาวยูเครนช่วยกันบริจาคเงินซื้ออุปกรณ์เครื่องมือ อาทิ รถตู้เก็บความเย็นเพื่อขนศพทหารออกจากพื้นที่และไปคืนให้กับครอบครัวพวกเขา
ในกลุ่มโซเชียลมีเดียบนเฟซบุ๊กและเทเลแกรม ผู้คนขอความช่วยเหลือและช่วยกันแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่หายไป

เก็บเป็นความลับ
ฝ่ายกองทัพยูเครนไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องทหารที่หายไป ครอบครัวของทหารมักต้องรอให้รัฐบาลหรือกลุ่มอาสาสมัครพาศพของสมาชิกในครอบครัวกลับมาให้
นาตาลยา คาร์พอวา ซึ่งมาจากเมืองวีนอิเซีย เหมือนกัน เล่าว่า เธอได้ข่าวเรื่องศพของลูกชาย โรมัน ช่องทางเทเลแกรมของรัสเซีย
ทหารรัสเซียโพสต์ข้อความบอกข้อมูลเหล่านี้ในเทเลแกรม โดยนี่มักเป็นแหล่งข้อมูลเดียวจากพื้นที่ที่ฝ่ายศัตรูควบคุมอยู่
โพสต์ดังกล่าวชี้ว่า มือปืนสไนเปอร์ได้สังหารโรมัน ซึ่งเป็นวิศวกรวัย 30 ปี
นาตาลยา ลาออกจากงานเพื่อมาตามหาร่างของลูกชายโดยเฉพาะ รูปจากเทเลแกรมเป็นรูปบัตรประจำตัวเขาและก็บอกตำแหน่งของศพเขาคร่าวๆ ทางตะวันออกของยูเครน

เธอได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพอากาศที่โรมันประจำอยู่ โดยพวกเขาบินโดรนไปเจอร่างเขาที่หมู่บ้านดอฟเฮนเก ซึ่งอยู่นอกเมืองอิซูมทางตะวันออกของยูเครน แต่การต่อสู้อย่างหนักและการที่รัสเซียควบคุมพื้นที่นั้นไว้ได้ทำให้เธอไม่สามารถไปเอาร่างลูกกลับมาได้
แล้วในที่สุด เมื่อเดือน ก.ย. ทหารยูเครนก็ไปยึดหมู่บ้านดอฟเฮนเก คืนมาได้
ด้วยความช่วยเหลือจากนักการเมืองท้องถิ่น นักเคลื่อนไหว และกองทัพ ในที่สุดเธอก็ได้ร่างลูกชายกลับมาก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งจะทำให้ร่างลูกเธอหายไปพร้อมหิมะ
"ฉันรู้สึกโล่งอกมาก" นาตาลยา พูดด้วยเสียงสั่นเครือ "คุณไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ามันรู้สึกอย่างไรที่ไม่สามารถเอาร่างลูกชายกลับมาฝังที่บ้านได้"
กองทัพอากาศยูเครนบอกบีบีซีว่าการต่อสู้อย่างหนักและการที่รัสเซียควบคุมพื้นที่นั้นไว้อยู่ทำให้หน่วยรบของโรมันไม่รู้ว่ามีคนเสียชีวิตเท่าไรในตอนนั้น
ความเศร้าโศก
หลังจากกลับมาที่เมืองวีนอิเซีย ลุดมิลานำร่างของแม็คซิม ไปยังสถานที่เก็บศพ
"พวกเขาให้ฉันเห็นแค่มือลูก" เธอเล่า "พวกเขาไม่ให้ฉันเห็นร่างกายเขาเพราะว่าศีรษะลูกขาดหายไปแล้ว"

หลังจากนั้น ลุดมิลา ตัดสินใจเปลี่ยนห้องนอนลูกชายให้กลายเป็นห้องรำลึก มีรูปถ่ายที่เขายิ้มแย้ม ขวดน้ำหอมเขา และงานหัตถกรรมที่เขาทำให้เธอขณะยังเป็นเด็กนักเรียน
"ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เขาเสียชีวิตไป" เธอเล่า
สำหรับนาตาลยา การฝังศพลูกชายไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสงบสุขขึ้นมา
"สามีและฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาตายไปแล้ว"
"ฉันอยาก[ให้ยูเครน]ได้รับชัยชนะ แม่คนอื่นจะได้ไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบฉัน"
บีบีซีไม่สามารถติดต่อหน่วยทหารที่แม็คซิม ประจำอยู่เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขาได้









