You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เลือกตั้งออสเตรเลีย : ทำไมรัฐสภาออสเตรเลียจึงมีคนขาวเต็มสภา ทั้งที่ประชากรมีหลากหลายเชื้อชาติ
- Author, ฟรานเซส เหมา
- Role, บีบีซี นิวส์ ซิดนีย์
ออสเตรเลียเป็นหนึ่งชาติที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก แต่ในวงการเมืองกลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สมาชิกรัฐสภาของออสเตรเลียเป็นคนผิวขาวถึง 96% ของทั้งหมด
ในการเลือกตั้งปีนี้ บรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ยังมีโอกาสที่จะปรับปรุงเรื่องนี้ได้ แต่นักวิจารณ์บอกว่า ส่วนใหญ่แล้ว พรรคการเมืองต่างก็เลือกที่จะทำเหมือนเดิม
ทู ลี เป็นลูกของผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในย่านฟาวเลอร์ เขตเลือกตั้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ ห่างจากชายหาดของเมือง และเป็นหนึ่งในย่านชุมชนเมืองที่ยากจนที่สุดในประเทศ
หญิงสาววัย 30 ปี ผู้นี้ ทำงานเป็นทนายความในชุมชนให้แก่ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในย่านนี้
ปีที่แล้ว เธอได้รับเลือกตั้งจากพรรคเลเบอร์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดของประเทศ แต่แล้วทางหัวหน้าพรรคก็เปลี่ยนให้ผู้หญิงผิวขาวลงสมัครเลือกตั้งแทน
คริสตินา เคนนีลลี ต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงในบริการขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ทั้งเรือข้ามฟาก รถไฟ รถบัส และต่อรถบัสอีกคันหนึ่ง ในการเดินทางจากบ้านที่อยู่บนเกาะของเธอในย่านนอร์เทิร์น บีเชส ของซิดนีย์ มาถึงย่านฟาวเลอร์
ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตฟาวเลอร์ที่ไม่พอใจพากันตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่เธอมีต่อย่านนี้ แต่ในฐานะหนึ่งในนักการเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของพรรคเลเบอร์ ตามธรรมเนียม เธอจึงได้รับเลือกให้ลงสมัครในเขตที่มีการเลือกพรรคแรงงาน
ลี เพิ่งรู้ว่า มีคนลงสมัครแทนที่เธอจากหนังสือพิมพ์ฉบับค่ำที่ตีพิมพ์เรื่องนี้
เธอบอกกับบีบีซีว่า "วันต่อมา เธอก็ถูกนำชื่อออกจากการรับเชิญเข้าร่วมประชุมพรรค"
แม้ว่า จะมีผลตีกลับเกิดขึ้น รวมถึงกลุ่มเฟซบุ๊กที่คนในพื้นที่รณรงค์ให้ยุติการแต่งตั้งเคนนีลลี ซึ่งเป็นคนที่ทางพรรคเลเบอร์ผลักดัน
"ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอังกฤษหรือสหรัฐฯ คงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้" ดร.ทิม ซูตฟอมมาซาน ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการนโยบายซิดนีย์ (Sydney Policy Lab) และอดีตกรรมการการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติของออสเตรเลีย กล่าว
"แต่ในออสเตรเลีย มีความรู้สึกว่า คุณยังสามารถรักษาสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปได้ โดยไม่ได้มีผลกระทบทางการเมืองและสังคมตามมามากนัก"
เกมของคนภายใน
จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2016 พบว่า มีชาวออสเตรเลียอย่างน้อย 1 ใน 5 มีภูมิหลังที่ไม่ใช่ชาวยุโรป และพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
ประชากรราว 49% เกิดในต่างประเทศ หรือไม่ก็มีพ่อแม่ที่เกิดในต่างต่างประเทศ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีผู้อพยพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเข้ามาในออสเตรเลียมากกว่าในอังกฤษ
แต่รัฐสภาออสเตรเลียยังคงมีคนผิวขาวเกือบจะทั้งหมดเหมือนสมัยที่มีนโยบาย "ไวต์ ออสเตรเลีย" (White Australia) ตั้งแต่ปี 1901 - ยุคทศวรรษ 1970 ซึ่งออสเตรเลียไม่รับผู้อพยพที่ไม่ใช่คนผิวขาว
ดร.ซูตฟอมมาซาน กล่าวว่า คนที่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ปรากฏอยู่ในสถาบันการเมืองต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น
เมื่อเปรียบเทียบกับชาติประชาธิปไตยในโลกตะวันตกอื่น ๆ แล้ว ออสเตรเลียยังตามหลังอยู่มาก
ชาวพื้นเมืองในออสเตรเลียไม่ได้รับสิทธิ์เลือกตั้งจนกระทั่งยุคทศวรรษ 1960 และเพิ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของพวกเขาได้รับเลือกตั้งในปี 2010
เมื่อ 20 ปีก่อน ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร มีสัดส่วนผู้แทนจากกลุ่มหลากหลายทางวัฒนธรรมต่ำพอ ๆ กัน แต่พรรคการเมืองของสหราชอาณาจักร ได้แก้ปัญหานี้ และปัจจุบันได้แซงหน้าออสเตรเลียไปมาก
ทำไมจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในออสเตรเลีย
ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า ระบบการเมืองของออสเตรเลียมีการปิดกั้นมากกว่าประเทศประชาธิปไตยอื่น ๆ ผู้สมัครเกือบทุกคนที่ได้รับเลือกให้ลงสมัครในพรรคการเมืองสำคัญ ๆ มักจะเป็นสมาชิกที่ไต่เต้าขึ้นมาจากตำแหน่งต่าง ๆ และมักจะเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยงานสมาชิกรัฐสภาปัจจุบัน
ลี บอกว่า เธอคงไม่มีวันที่จะก้าวเข้าไปสู่วงการเมืองนั้นได้ ถ้าเธอไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาที่เป็นผู้ชายผิวขาวอาวุโสที่กำลังเกษียณอายุคนหนึ่งของเขตฟาวเลอร์
เมื่อไม่นานนี้ทางพรรคเลเบอร์ได้ให้คำมั่นสัญญาในการประชุมระดับรัฐเมื่อปีที่แล้ว และได้เลือกผู้สมัครชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีน 2 คน ลงสมัครในเขตที่มีโอกาสชนะในนครซิดนีย์
แต่ก็เกิดความถอยหลังในเรื่องนี้อีกครั้ง ไม่กี่สัปดาห์หลังจากมีการเลือกผู้สมัครผิวขาวลงเลือกตั้งแทนลี ทางพรรคเลเบอร์ก็ได้ทำเช่นเดียวกันนี้ในอีกเขตหนึ่งใจกลางเมือง
การเลือก แอนดรูว์ ชาร์ลตัน อดีตที่ปรึกษาของอดีตนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ของออสเตรเลีย ลงเลือกตั้ง ทำให้ผู้สมัครที่มาจากกลุ่มความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างน้อย 3 คน ในย่านที่มีชาวจีนและอินเดียอาศัยอยู่จำนวนมากต้องพลาดโอกาสไป
บรรดาผู้ใหญ่ภายในพรรคระบุว่า เคนนีลลีและชาร์ลตัน เป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพนับถือของพรรคและมีคนนิยมชมชอบจำนวนมาก พวกเขาจะสามารถเป็นตัวแทนได้ดีกว่าผู้สมัครหน้าใหม่
โดยสิ่งที่คนไม่พอใจก็คือ เขตที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุด 2 แห่งในออสเตรเลีย พลาดโอกาสในการที่จะเลือกผู้สมัครที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉลี่ยแล้ว สมาชิกรัฐสภาจะดำรงตำแหน่งราว 10 ปี นั่นจึงส่งผลกระทบระยะยาวในเขตเหล่านี้ โดยเฉพาะพรรคเลเบอร์ที่เรียกตัวเองว่า "พรรคแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม"
รัฐบาลในยุคทศวรรษ 1970 ของออสเตรเลีย ซึ่งละอายต่อนโยบายในอดีต ได้ผ่านกฎหมายเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และให้ "ที่นั่ง" แก่ผู้อพยพและชนพื้นเมืองในออสเตรเลีย
แต่บรรดานักวิจารณ์ ระบุว่า เรื่องนี้ได้ทำให้ออสเตรเลียเปิดรับวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ยังไม่มีการตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ
โดยดร.ซูตฟอมมาซาน กล่วว่า "มีการมองว่า ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกือบจะไม่ใช่เรื่องการเมืองในออสเตรเลีย" ต่างไปจาก "การต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์" ของชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ในชาติตะวันตกหลายประเทศ
ส่งผลกระทบอย่างไร
การไม่มีตัวแทนในรัฐสภา อาจนำไปสู่ความล้มเหลวของนโยบายได้ ยกตัวอย่าง ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโควิดในนครซิดนีย์ในเดือน ส.ค. 2021 เขตฟาวเลอร์และเขตพาร์รามัตตา ซึ่งมีชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดของเมือง ถูกล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด เพราะพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก
ลีและหลายคนระบุว่า เป็นเพราะว่า ผู้ที่ออกนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ไม่มีความเข้าใจความเป็นจริงของชุมชนเหล่านี้
นโยบายอย่างการทำงานจากบ้าน ไม่สามารถนำมาใช้กับคนจำนวนมากที่ทำงานที่ต้องพึ่งค่าจ้างรายชั่วโมงอย่าง การทำความสะอาด หรือ การส่งอาหาร
ข้อจำกัดในการแยกตัว ก็ไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นจริงของครอบครัวที่มีคนอยู่รวมกันหลายรุ่นในบ้าน ซึ่งมักจะอยู่ร่วมห้องเดียวกัน
เดฟ ชาร์มา สมาชิกรัฐสภาจากพรรคลิเบอรัล ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาชาวออสเตรเลียเชื้อสายอินเดียเพียงคนเดียว กล่าวว่า ทุกพรรครวมถึงพรรลิเบอรัลเอง ควรจะต้องสรรหาคนที่มีพื้นเพแตกต่างกันมากกว่านี้
ดร. ซูมฟอมมาซาน กล่าวว่า "ถ้าสถาบันการเมืองไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชน ก็จะส่งผลต่อความชอบธรรมของพวกเขา"