เลือกตั้งฟิลิปปินส์ 9 พ.ค. มีใครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบ้าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ฮาเวิร์ด จอห์นสัน
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำฟิลิปปินส์, บีบีซี นิวส์
ฟิลิปปินส์จะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 9 พ.ค.นี้ และหลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่จุดประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวาง
บรรดาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งบุตรสาวของประธานาธิบดีที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ไปจนถึงบุตรชายอดีตจอมเผด็จกา รและอดีตนักมวยชื่อก้องโลก
ผู้สมัครรับเลือกตั้งหลัก ๆ มีใครบ้าง
เฟอร์ดินานด์ "บองบอง" มาร์กอส จูเนียร์
บิดาของเขาคือ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส อดีตจอมเผด็จการผู้โหดร้าย ส่วน อิเมลดา มาร์กอส มารดาของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากคอลเลคชันรองเท้าหรูหลายพันคู่
แล้วเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือที่คนทั่วไปเรียกเขาตามชื่อเล่นว่า "บองบอง" กำลังเป็นที่รู้จักในฐานะตัวเต็งที่จะได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของฟิลิปปินส์ได้อย่างไร
คำตอบมาจากการอำนาจทางการเมืองที่ตระกูลมาร์กอสเคยสร้างไว้ในอดีต ความจงรักภักดีของผู้สนับสนุนหลายชั่วอายุคน ตลอดจนการใช้กลยุทธ์อันแยบยลทางโซเชียลมีเดีย
ความยิ่งใหญ่ในอดีต

ที่มาของภาพ, Getty Images
ที่จังหวัดอีโลโคสนอร์เต ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของตระกูลมาร์กอส เป็นที่ตั้งของอาคารสไตล์โคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่ชื่อ "มาลากันยัง ออฟ เดอะ นอร์ธ" (Malacañang of the North)
อาคารแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า "พระราชวังมาลากันยัง" (Malacañang palace) ซึ่งเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดยอยู่ห่างจากกรุงมะนิลา เมืองหลวงออกไปหลายร้อยไมล์ การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ได้มอบอาคารหลังนี้ให้เป็นของขวัญแก่อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ในสมัยที่เขายังอยู่ในอำนาจช่วงทศวรรษที่ 1960
ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม และเปรียบเสมือนสถานที่สักการะตระกูลมาร์กอส กลุ่มผู้สนับสนุนพวกเขามักเข้าไปถ่ายรูปเซลฟีกับภาพวาดของนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส และอิเมลดา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง แล้วสำรวจห้องต่าง ๆ ที่พวกเขาเคยพักอาศัยอยู่
ที่ด้านในห้องพักในวัยเด็กของบองบอง มาร์กอส มีภาพวาดของเขาสวมมงกุฎกำลังขี่ม้าขาววิ่งผ่านกลุ่มเมฆ ราวกับจะแสดงให้เห็นถึงชายผู้จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของฟิลิปปินส์

หลังจากถูกโค่นอำนาจในการปฏิวัติของประชาชนเมื่อปี 1986 ตระกูลมาร์กอสกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการทุจริตที่ฉาวโฉ่ไปทั่วโลก
รายงานอิสระและเอกสารจากศาลเผยให้เห็นหลักฐานที่ไม่อาจแก้ตัวได้ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงในยุคที่นายมาร์กอสเรืองอำนาจ โดยคาดว่าในยุคนั้นทหารและตำรวจได้จับกุมและทรมานกลุ่มผู้เห็นต่างจำนวนหลายหมื่นคน
นอกจากนี้ยังพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า นายมาร์กอส ภรรยา และกลุ่มคนสนิทได้คดโกงและยักยอกเงินของประเทศไปถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตอนที่กลุ่มนักปฏิวัติบุกเข้าไปในพระราชวังมาลากันยัง พวกเขาพบภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของตระกูล รวมทั้งทรัพย์สินหรูหรามากมาย เสื้อผ้าราคาแพง และรองเท้าแบรนด์ดังกว่า 3,000 คู่ของนางมาร์กอส

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่ปัจจุบัน นายบองบองได้กลายเป็นผู้สมัครตัวเต็งในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี และในขณะที่ทีมหาเสียงของเขากำลังทำงานอย่างหนัก กลุ่มผู้สนับสนุนเขาต่างแสดงความกังขาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงอันดำมืดในอดีตของตระกูลมาร์กอส
โซเชียลมีเดียลบล้างมลทิน
ฝ่ายต่อต้านเขาต่างบอกว่านี่เป็นผลมาจากการใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อลบล้างประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ตระกูลมาร์กอสปฏิเสธ
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เฟสบุ๊กเต็มไปด้วยโพสต์โฆษณาชวนเชื่อ และบัญชีอวตารที่คอยออกมาปกป้องตระกูลมาร์กอส
การใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ข้อมูลลักษณะนี้ทำให้คนฟิลิปปินส์จำนวนไม่น้อยหลงเชื่ออย่างสนิทใจ และมักเปรียบยุคการปกครองแบบทรราชย์ของตระกูลมาร์กอสว่าเป็น "ยุคทอง" ของฟิลิปปินส์ ทั้งที่ในความเป็นจริงในสมัยนั้นเศรษฐกิจประเทศตกอยู่ในภาวะใกล้จะล่มสลาย และติดหนี้สินธนาคารต่างชาติมูลค่ามหาศาล
ส่วนตัวนายบองบองเคยถูกตัดสินให้มีความผิดฐานหลบเลี่ยงภาษีขณะทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในปี 1995 ซึ่งบรรดาคู่แข่งทางการเมืองชี้ว่าเขาควรถูกตัดสิทธิ์จากการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งนี้
ที่ผ่านมา นายบองบองปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์ทางโทรทัศน์ รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับสื่ออิสระต่าง ๆ โดยอ้างเรื่องความมีอคติและเป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะสมกับเขา
ซารา ดูแตร์เต
ซารา ดูแตร์เต เป็นบุตรสาวของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ผู้นำคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images
เธอลงสมัครเป็นรองประธานาธิบดีคู่กับนายบองบอง มาร์กอส
ทั้งคู่ประกาศตัวเป็น "ทีมเดียวกัน" โดยให้คำมั่นจะพลิกฟื้นฟิลิปปินส์ขึ้นมาอีกครั้ง
ในขณะที่ นางซารา ดูแตร์เต ประกาศนโยบายว่าต้องการกำหนดให้คนอายุ 18 ปีต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร นายบองบองระบุว่า เขาเปิดกว้างต่อการนำโทษประหารชีวิตมาใช้กับอาชญากรที่ไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับไปเป็นพลเมืองดีของสังคมได้
เลนี โรเบรโด
คู่แข่งคนสำคัญของ บองบอง มาร์กอส และซารา ดูแตร์เต คือ เลนี โรเบรโด ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์
นางโรเบรโด เป็นอดีตทนายความและนักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน
กลุ่มผู้สนับสนุนเธอ ซึ่งรวมถึงคนดังและชนชั้นแนวหน้าในฟิลิปปินส์ต่างสวมเสื้อผ้าสีชมพู ซึ่งเป็นสีในการรณรงค์หาเสียงของเธอ

ที่มาของภาพ, Getty Images
พวกเขาหวังว่า "การปฏิวัติสีชมพู" จะช่วยขับเคลื่อนฟิลิปปินส์ให้กลับสู่ค่านิยมที่ให้ความสำคัญต่อครอบครัว และหลักพื้นฐานแห่งกฎหมาย
ฝ่ายผู้วิจารณ์นางโรเบรโดระบุว่า เธอเป็นตัวแทนของกลุ่มชนชั้นนำที่มั่งคั่งในฟิลิปปินส์ เธอเป็นสมาชิกพรรคลิเบอรัล ซึ่งมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับกลุ่มคนในตระกูลร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
แมนนี ปาเกียว
แมนนี ปาเกียว นักชกแชมป์โลก เจ้าของฉายา "เดอะแพ็คแมน" เป็นอีกคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้
ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก และได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีสิทธิ์ออกเสียงฐานะยากจน เนื่องจากภูมิหลังในชีวิตที่ต่อสู้จนสามารถขยับฐานะทางเศรษฐกิจและทางสังคม
นายปาเกียวเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองเฮเนรัลซันโตส ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ และมักอาศัยนอนอยู่ริมถนนในวัยเด็ก แต่เส้นทางการเป็นนักมวยอาชีพที่คว้าตำแหน่งแชมป์โลก 12 รายการใหญ่ก็ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images
เรื่องน่ารู้ของฟิลิปปินส์และการเลือกตั้งครั้งนี้
ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีหมู่เกาะกว่า 7,000 เกาะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และมีประชากร 110 ล้านคน
ฟิลิปปินส์ถูกสเปนเข้ายึดครองเป็นเมืองขึ้นครั้งแรกในปี 1565 ก่อนจะตกอยู่ใต้อาณัติของอเมริกาในปี 1898 และถูกญี่ปุ่นเข้ารุกรานในปี 1942 ก่อนที่จะได้รับเอกราชคืนโดยสมบูรณ์ในปี 1946
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความเหลื่อมล้ำสูงระหว่างคนจนและคนรวย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ระบุว่า ประชากรมีรายได้เฉลี่ยคนละ 3,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ของไทยอยู่ที่ 7,186 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ณ ปี 2020) และประชากรราว 26 ล้านคนมีชีวิตอยู่อย่างยากจน
ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก แต่ก็มีผู้นับถือศาสนาอิสลามจำนวนมากบนเกาะมินดาเนาทางภาคใต้ด้วย
ในการเลือกตั้งในเดือน พ.ค. จะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่รัฐสภา และการเลือกตั้งรัฐบาลในระดับท้องถิ่น
ประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอยรุนแรงอันเนื่องมาจากวิกฤตโควิด-19 และการปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานรัฐ
อีกประเด็นสำคัญคือการที่จีนแผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปยังบริเวณพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ และมีการสร้างฐานทัพทหาร และใช้เรือออกข่มขู่และคุกคามการเดินเรือของฟิลิปปินส์
อนาคตของดูแตร์เต
ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กำลังจะพ้นจากจำแหน่ง หลังจากบริหารประเทศครบวาระ 6 ปี
เขาก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี 2016 พร้อมดำเนินนโยบาย "ทำสงครามปราบปรามยาเสพติด" ที่ทำให้มีผู้เสพและผู้ค้ายาถูกสังหารเป็นจำนวนมาก
นโยบายดังกล่าวถูกวิจารณ์เป็นวงกว้าง และนายดูแตร์เตกำลังเผชิญการไต่สวนในความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court หรือ ICC)

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม นายดูแตร์เต ยังคงได้รับการสนับสนุนจากชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากที่มองว่าเขาช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมบนท้องถนน และยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มคนมั่งคั่งและทรงอิทธิพลในประเทศ
นายดูแตร์เตมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตระกูลมาร์กอส เขาอนุมัติให้ย้ายร่างของนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส อดีตผู้นำเผด็จการไปฝังไว้ยังสุสานวีรชนของชาติ ท่ามกลางเสียงประท้วงจากชาวฟิลิปปินส์จำนวนมาก










