เข็นรถเพื่อปากท้อง อาชีพเสี่ยงบนรางรถไฟของคนไร้บ้านในเมืองหลวงฟิลิปปินส์

คำบรรยายวิดีโอ, ชีวิตต้องสู้บนรางรถไฟของคนเมืองไร้บ้านฟิลิปปินส์

ระบบขนส่งที่ไม่ทั่วถึงในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ก่อให้เกิดบริการผิดกฏหมายของเหล่าคนไร้บ้าน ที่ใช้แรงมนุษย์ผลักรถเข็นทำเอง บนทางรถไฟที่ยังใช้งานอยู่ กลายเป็นอาชีพเสี่ยงชีวิต ทั้งผู้ให้บริการและผู้โดยสาร

มะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในเมืองที่พัฒนาเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สังคมเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำที่เห็นชัดมากขึ้นทุกวัน

ระบบขนส่งในมะนิลา คล้ายกับหลายเมืองใหญ่ในอาเซียน มีทั้งรถไฟ รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง และรถโดยสารอีกหลายรูปแบบ แต่ประชากรที่มากขึ้น ชุมชนแออัดที่ยังมีอยู่มาก ส่งผลให้ระบบขนส่งไม่สามารถครอบคลุมเส้นทางสัญจรได้ทั้งหมด

ระบบขนส่งกรุงมะนิลา ยังไม่ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระบบขนส่งกรุงมะนิลา ยังไม่ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่

เมื่อรัฐบาลยังแก้ปัญหาไม่ได้ ประชาชนกลุ่มหนึ่งที่เล็งเห็นโอกาส จึงเข้ามาเติมเต็ม แม้จะผิดกฎหมายก็ตาม เช่น รถเข็นผิดกฎหมาย

บริการขนส่งที่แปลกประหลาดนี้ ใช้แรงมนุษย์ หรือ "คนเข็นรถ" ผลักรถเข็นที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ไปบนรางรถไฟเป็นระยะทางราว 1 กิโลเมตร โดยคิดค่าบริการไม่ถึง 1 บาทต่อครั้ง (0.02 ดอลลาร์สหรัฐฯ)

ไม่ผลักก็ไม่มีกิน

ชุมชนคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่ติดรางรถไฟ เป็นผู้ให้บริการขนส่งไร้ใบอนุญาตลักษณะนี้ รถเข็นคันหนึ่ง บรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุด 8 คน

โจแอน อาเซโบ (ขวา) รับจ้างเข็นรถมากว่า 10 ปีแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โจแอน อาเซโบ (ขวา) รับจ้างเข็นรถมากว่า 10 ปีแล้ว

โจแอน อาเซโบ รับจ้างเข็นรถบนรางรถไฟมากว่า 10 ปีแล้ว เธอมีรายได้ประมาณ 350 บาทต่อวัน

"มันคือการผลักแล้ววิ่ง ผลักแล้ววิ่ง ถ้าเป็นทางขึ้นเนินแล้วผู้โดยสารเต็ม และมีคนเข็นคนเดียว มันจะยากมาก"

"ชีวิตของพวกเราที่นี่คือ ถ้าไม่ผลัก (รถเข็น) ก็ไม่มีกิน"

ประชาชนในละแวกนี้ นิยมใช้บริการรถรางแรงมนุษย์ เพราะราคาถูกและมีศักยภาพมากกว่าบริการขนส่งอื่น

รถเข็นบนรางรถไฟ บรรทุกผู้โดยสาร 8 คนต่อคัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รถเข็นบนรางรถไฟ บรรทุกผู้โดยสาร 8 คนต่อคัน

"เราเลือกใช้รถเข็นแบบนี้ เพราะเดินทางง่ายกว่า ไปถึงที่หมาย รถไม่ติด และมีมลพิษน้อยกว่า" ผู้โดยสารคนหนึ่งบอกกับบีบีซี

ปีที่แล้วมีคนเสียชีวิต 9 คน

ความสะดวกสบายในราคาประหยัด แลกมาด้วยการเสี่ยงชีวิต เพราะรางรถไฟที่รถเข็นวิ่งอยู่นี้ ยังคงใช้งานอยู่ เฉลี่ยมีรถไฟวิ่งบนเส้นทางนี้ 4 ขบวนต่อชั่วโมง ทุกวัน

ส่วนที่อันตรายที่สุด คือ ช่วงข้ามสะพาน เพราะหากรถเข็นอยู่บนสะพาน ในเวลาเดียวกับที่รถไฟกำลังจะขึ้นสะพาน คนเข็นรถจะต้องรีบไปให้ถึงอีกฝั่งของสะพานให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้น ต้องกระโดดลงแม่น้ำข้างล่าง จากความสูงถึง 30 เมตร

สะพานข้ามแม่น้ำ เป็นจุดที่อันตรายที่สุดของบริการนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สะพานข้ามแม่น้ำ เป็นจุดที่อันตรายที่สุดของบริการนี้

"ฉันไม่สบายใจและกลัวมาก เวลารถไฟเคลื่อนผ่าน" โจแอนเล่าขณะที่รถไฟขบวนหนึ่งเคลื่อนผ่านไปพร้อมบีบแตรเสียงดัง "เราไม่รู้เลยว่ารางสั่นเป็นเพราะแตรที่ดังมาก หรือเป็นเพราะแรงสะเทือนจากล้อรถไฟ"

"เดือนที่แล้วแม้คนขับรถไฟกดแตรตลอดเวลา ก็ยังชนเข้ากับคนเข็นรถ คนเข็นรถตาย หัวใจของเขาทะลักออกมาจากร่าง"

เมื่อปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตบนเส้นทางรถเข็นผิดกฎหมายนี้ 9 คน

การแก้ปัญหาที่ช้าเกินไป

การรถไฟกรุงมะนิลาระบุว่า ไม่สามารถเข้าแก้ปัญหาเองได้ เพราะทางการท้องถิ่นไม่บังคับใช้กฏหมาย ห้ามบริการเสี่ยงชีวิตนี้

สิ่งที่ทางการรถไฟพอจะทำได้ คือกำชับให้คนขับรถไฟระมัดระวังให้มากที่สุด ไม่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้ พร้อมร้องขอให้คนเข็นรถเหล่านี้ หลีกเลี่ยงการใช้ทางรถไฟในลักษณะดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำที่เสี่ยงมาก ไม่เพียงต่อคนเข็นรถ แต่รวมถึงผู้โดยสารเองด้วย

คนไร้บ้านจำนวนมาก อาศัยอยู่ข้างทางรถไฟ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนไร้บ้านจำนวนมาก อาศัยอยู่ข้างทางรถไฟ

การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ทำให้ระบบรถไฟฟิลิปปินส์ทรุดโทรมลงต่อเนื่อง ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ให้คำมั่นจะแก้ปัญหานี้ ด้วยการทุ่มงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

แต่จนกว่าที่ระบบขนส่งฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในกรุงมะนิลา จะพัฒนาจนครอบคลุม คนเข็นรถเหล่านี้ จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของผู้คนยากจนต่อไป แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม