คุกลับสหรัฐฯ ในไทย : อดีตซีไอเอหญิง กับฉายา "ราชินีแห่งการซ้อมทรมาน"

ที่มาของภาพ, YBeU Beauty/REUTERS
อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอหญิงที่สื่อให้ฉายาว่า "ราชินีแห่งการซ้อมทรมาน" ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกถึงภารกิจในหน่วยข่าวกรองที่เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญการซักถามผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาปฏิบัติภารกิจที่คุกลับในประเทศไทย
ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง "ยุทธการถล่มบินลาเดน" (Zero Dark Thirty) เมื่อปี 2012 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์หญิงซีไอเอที่แสดงโดยเจสสิกา ชาสเตน เดินทางไปยังคุกลับซีไอเอและอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้ต้องสงสัยเครือข่าย อัลไคดาถูกทรมานด้วยการทำให้สำลักน้ำ (waterboard) ก่อนจะถูกขังในกล่องที่เล็กกว่าตู้เย็นขนาดเล็ก เพื่อเค้นข้อมูล
ฉากดังกล่าวมีเค้าโครงจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2002 เมื่ออัลเฟรดา ชอยเออร์ (Alfreda Scheuer) เจ้าหน้าที่วิเคราะห์หญิงซีไอเอเดินทางไปยังคุกลับของซีไอเอในประเทศไทย เพื่อสังเกตการณ์การสอบสวนนายอาบู ซูเบย์ดาห์ สมาชิกเครือข่ายอัลไคดา ซึ่งถูกทรมานด้วยวิธีทำให้สำลักน้ำ และถูกขังไว้ใน "กรงสุนัข" รายละเอียดของเหตุการณ์นี้ระบุอยู่ในรายงานการสอบสวนของวุฒิสภาสหรัฐฯ
ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญด้านข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ (SSCI) ความยาว 6,000 หน้า ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2014 ระบุว่าคุกลับแห่งนี้ว่ามีชื่อเรียกว่า "สถานกักกันเขียว" (Detention Site Green)
แม้รายงานไม่ได้ระบุที่ตั้งว่าอยู่ในไทย แต่อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคงของไทย ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวบีบีซีเมื่อปี 2018 ว่า สถานกักกันเขียว ตั้งอยู่ภายในฐานทัพอากาศใน จ.อุดรธานี และนายซูเบย์ดาห์ได้ถูกนำตัวจากปากีสถานมาที่คุกลับในไทย
คำให้สัมภาษณ์ของชอยเออร์ อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอหญิงกับสำนักข่าวรอยเตอร์ที่เผยแพร่เมื่อ 20 เม.ย. เกี่ยวกับการเดินทางมาสังเกตการณ์สอบสวนนายซูเบย์ดาห์ นับเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าคุกลับซีไอเอหรือ "สถานกักกันเขียว" นี้อยู่ในประเทศไทย
ชอยเออร์ กับซีไอเอ
สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีและนิตยสารเดอะนิวยอร์กเกอร์ รายงานตรงกันว่า ตัวละครที่ชาสเตนแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Zero Dark Thirty นั้น ถอดบุคลิกบางส่วนมาจากเจ้าหน้าที่ชอยเออร์ แต่ไม่ได้ใช้ชื่อของเธอ เนื่องจากภารกิจของเธอเป็นความลับ
กว่าสองทศวรรษที่ชอยเออร์ปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสงครามต่อต้านก่อการร้ายหลายเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ ต่อสู้กับกลุ่มอิสลามสุดโต่ง เธอเดินทางไปยังศูนย์กักขังลับและร่วมสังเกตการณ์การสอบปากคำโดยวิธีการโหดเหี้ยม
ชอยเออร์ ลาออกจากการเป็นซีไอเอด้วยตำแหน่งสุดท้าย คือ รองหัวหน้ามาตุภูมิและภัยคุกคามเชิงกลยุทธ์ ในช่วงปลายปี 2021 และอนุญาตให้รอยเตอร์สัมภาษณ์ในปีนี้ ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อครั้งแรกเพื่อชี้แจงข้อครหาที่ว่าซีไอเอบังคับให้เธอลาออก
ชอยเออร์ ยืนยันว่ายุติหน้าที่ด้วยเหตุผลส่วนตัว อย่างไรก็ตาม นโยบายของซีไอเอนั้นจะไม่ให้ความเห็นต่อลูกจ้างเป็นรายตัวหรือกระทั่งยืนยันว่าบุคคลนั้นทำงานกับซีไอเอหรือไม่
ปัจจุบัน บทบาทใหม่ของชอยเออร์ คือ เป็นไลฟ์โค้ช เจ้าของธุรกิจที่ชื่อว่า YBeU Beauty อันเป็นธุรกิจที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ให้แก่ผู้หญิงให้ "ดูดี รู้สึกดี และทำสิ่งดี ๆ "
"ราชินีแห่งการซ้อมทรมาน"
ชอยเออร์บอกกับรอยเตอร์ว่าวิธีวอเทอร์บอร์ดที่ระบุในรายงานการสอบสวนของวุฒิสภาไม่ใช่การทรมาน และยืนยันว่ามันเป็นเทคนิคการสอบสวนที่ใช้ได้ผล เธอบอกด้วยว่าคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ที่มีต่อเธอนั้น มาจากการที่เธอต่อสู้กับขบวนการก่อการร้าย
"ฉันถูกทำให้เปื้อนเลือด" ชูเออร์ระบุ
เดอะนิวยอร์กเกอร์ตั้งฉายาชอยเออร์ว่า "ราชินีแห่งการซ้อมทรมาน" โดยเลี่ยงที่จะระบุว่าหมายถึงเธอโดยตรง และยังเขียนด้วยว่าเธอ "ร่วมสำราญในกระบวนการทรมาน" ซึ่งชอยเออร์ บอกว่าเป็นฉายาที่ไม่ตรงกับความจริง และยืนยันว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานจริงจัง ถึงลูกถึงคน ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และเธอภูมิใจกับทุกสิ่งที่ได้ทำลงไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
"คุณรู้อะไรไหม ฉันไม่เคยเสียใจเลยสักนิด" ชอยเออร์บอก และตั้งข้อสังเกตด้วยว่าหากเจ้าหน้าที่ผู้ชายทำภารกิจที่เธอทำ สื่อจะไม่ตั้งฉายาหรือกล่าวถึงเขาแบบที่กล่าวถึงเธอ
คณะสอบสวนของวุฒิสภา ไม่ได้กล่าวหาว่าชอยเออร์เป็นผู้ทรมานผู้ต้องสงสัยคนใด แต่ระบุว่าบทบาทของชอยเออร์เป็น "ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน" ไม่ใช่ผู้ทำหน้าที่สอบสวน
"มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างผู้สอบสวนกับผู้ซักถาม... ผู้ซักถามคือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ถามคำถาม" ชอยเออร์ กล่าว
ฝ่ายสื่อของซีไอเอ ปฏิเสธจะให้ความเห็นต่อคำพูดของชอยเออร์ แต่ระบุว่า ซีไอเอเลิกใช้เทคนิคการสอบสวนแบบเข้มข้น (enhanced interrogation techniques) ไปตั้งแต่ปี 2007
"สถานกักกันเขียว"
เหตุการณ์ก่อการร้ายเมื่อ 11 ก.ย. 2001 เครือข่ายอัลไคดาจี้เครื่องบิน 4 ลำ พุ่งโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ตึกเพนตากอน และตกลงที่ทุ่งหญ้าในรัฐเพนซิลวาเนีย รอยเตอร์รายงานว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซีไอเอได้ผลักดันโครงการเค้นความลับด้วยเทคนิคที่ถูกมองว่าเป็นการทรมานผู้ต้องสงสัยหรือเทคนิคการสอบสวนอย่างเข้มข้น ซึ่งเปลี่ยนวิธีดำเนินงานด้านข่าวกรองสหรัฐฯ โดยอนุญาตให้มีการทรมาน และเกิดคุกลับขึ้นในไทย โปแลนด์ และลิทัวเนีย
ในรายงานของคณะกรรมการข่าวกรองของวุฒิสภาเมื่อปี 2014 และคำพิพากษาในศาลหลายกรณี ได้เปิดเผยการดำเนินการดังกล่าว

ที่มาของภาพ, AFP
รายงานของคณะกรรมการข่าวกรองของวุฒิสภามีการระบุชื่อของชอยเออร์กว่า 20 ครั้ง ในส่วนที่ว่าด้วย "เทคนิคการสอบสวนอย่างเข้มข้น" ของหน่วย Alec Station หน่วยพิเศษของซีไอเอที่ตั้งขึ้นมาเพื่อล่าตัวนายโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายอัลไคดา
นายอาบู ซูเบย์ดาห์ ซึ่งถูกจับตัวที่อัฟกานิสถานในปี 2002 เป็นคนแรก ๆ ถูกเค้นสอบสวนด้วยการทรมาน เขาเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการคนสำคัญในอัลไคดา ชอยเออร์ได้รับคำสั่งให้เดินทางจากสหรัฐฯ มาที่ฐานบัญชาการลับซีไอเอในไทย ซึ่งรายงานของคณะกรรมการข่าวกรองของวุฒิสภาเรียกว่า "สถานกักกันเขียว" เพื่อมาสังเกตการณ์การใช้เทคนิคการสอบสวนเข้มข้นกับนายซูเบย์ดาห์
แม้ว่าขณะนั้นเจ้าหน้าที่สอบสวนเห็นว่านายซูเบย์ดาห์ไม่ได้มีบทบาทสำคัญและไม่มีข้อมูลใด ๆ ที่เป็นประโยชน์แล้ว แต่ซีไอเอต้องการให้การซักถามดำเนินต่อไป จึงส่งชอยเออร์และเจ้าหน้าที่กฎหมายมาสังเกตการณ์
"ฉันจะไม่พูดถึงรายละเอียดที่ฉันเห็น" ชอยเออร์ ระบุ พร้อมบอกว่า "เราทำหน้าที่อย่างเอาจริงเอาจังเพื่อได้มาซึ่งความจริง เพื่อรักษาชีวิตของผู้อื่น เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ฉันเห็น ทำหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด มันไม่ได้แปลว่า ฉันรู้สึกสำราญใจกับเรื่องนั้น"
รายงานของคณะกรรมการข่าวกรองวุฒิสภาสหรัฐฯ บอกว่านายซูเบย์ดาห์ ถูกสอบสวนด้วยเทคนิคเข้มข้นอยู่ 20 วัน เกือบจะ 24 ชั่วโมงต่อวัน เขาถูกทำวอเทอร์บอร์ด 2-4 ครั้ง ต่อวัน ถูกถอดเสื้อผ้าจนร่างกายเกือบเปล่าเปลือย และขังอยู่ในกล่องคล้ายโลงศพ หรือกล่องขนาดเล็กเท่า "กรงสุนัข"
ซูเบย์ดาห์ ซึ่งไม่เคยถูกตั้งข้อหาใด ๆ ยังถูกขังเป็นเวลา 20 ปีในเวลาต่อมาที่คุกกวนตานาโม
นอกจากคุกลับในไทยแล้ว ชอยเออร์ยังเดินทางไปยังคุกลับในโปแลนด์ เพื่อซักถามนายคาลิด ชีกห์ โมฮัมเหม็ด ผู้บงการโจมตีในเหตุการณ์ 911 ขณะที่เขากำลังถูกทรมานด้วยการให้ "ยืนหลับ" และวอเทอร์บอร์ดทั้งหมด 183 ครั้ง
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ "คุกลับ" ในไทย
หลังจากนางจีนา แฮสเปล ได้รับเสนอชื่อให้เป็น ผอ. ซีไอเอ คนใหม่เมื่อเดือน มี.ค. 2018 โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รายงานข่าวว่าด้วยความเกี่ยวข้องระหว่างว่านางแฮสเปล กับ "คุกลับ" ในประเทศไทย โดยอ้างข้อมูลจากรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญด้านข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ (SSCI) ว่าสถานที่ที่นายซูเบย์ดาห์ และผู้ถูกคุมขังอีกอย่างน้อย 2 คน ถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ซีไอเอด้วยเทคนิคเข้มข้นนี้ ถูกเรียกด้วยรหัสสีว่า "สถานกักกันเขียว" (Detention Site Green)
ประเทศไทย ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นที่ตั้งของสถานกักกันที่ว่านี้ และเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศต่างปฏิเสธการมีอยู่ของสถานที่ดังกล่าวมาโดยตลอด
แต่อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคงของไทย ได้ยืนยันกับบีบีซีว่า สถานกักกันเขียว ตั้งอยู่ภายในฐานทัพอากาศในภาคอีสานที่ จ.อุดรธานี
เขาระบุว่า มันไม่ได้มีขนาดใหญ่และเป็นเพียงแค่เซฟเฮาส์ของซีไอเอ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการได้ ตราบเท่าที่พวกเขาแจ้งให้รัฐบาลไทยทราบ
"เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนถูกจับได้โดยเจ้าหน้าที่อเมริกัน ทั้งนอกประเทศหรือในประเทศไทย พวกเขาถูกนำส่งตัวผ่านสถานที่นี้ และต่อจากนั้นก็ถูกส่งต่ออีกครั้งด้วยเครื่องบินของสหรัฐฯ" อดีตเจ้าหน้าที่ไทยกล่าว
รายงานดังกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไทยอย่างน้อย 8 คน ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส รู้ถึงการมีอยู่ของสถานที่ลับแห่งนี้ รวมทั้งคาดว่ายังมีบุคคลอีกหลายคนที่รับรู้ว่ามีศูนย์แห่งนี้อยู่ในไทย
ทำไมต้องประเทศไทย
ในช่วงที่ซีไอเอกำลังพิจารณานำผู้ต้องสงสัยจากเครือข่ายอัลไคดาสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2002 นายทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งต้องการนำประเทศไปในทิศทางที่ต่างออกไป
นายทักษิณ ได้กล่าวถึงประเด็นคุกลับซีไอเอในไทยเมื่อ ก.ย. 2564 ผ่านรายการทางคลับเฮาส์ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ในวาระ 20 ปี เหตุการณ์ 9/11 ว่า เรื่องนี้ไม่ได้มาในระดับรัฐบาลหรือการเมือง เป็นเรื่องระดับความมั่นคงของ สหรัฐฯ และไทย เป็นงานระดับเจ้าหน้าที่ ที่รัฐบาลให้ความสนใจ จนต่อมาว่ามีความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับไทยในการสอบสวนผู้ก่อการร้าย เป็นเรื่องจริงที่ร่วมมือกันระหว่างหน่วยความมั่นคงของไทยและสหรัฐฯ โดยมี จีนา แฮสเปล เป็น ผอ.ซีไอเอ ในขณะนั้น
"เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แต่เป็นเรื่องปกติ ที่ไทยกับสหรัฐมีความร่วมมือด้านความมั่นคงอยู่แล้ว รายละเอียดฝ่ายความมั่นคงไม่ได้เล่า แต่รายงานเพียงว่า มีเอาผู้บาดเจ็บมารักษาตัว ไม่ได้พูดถึงการซ้อมทรมาน และผมไม่เคยได้เยี่ยมผู้ต้องหา ไม่ทราบว่าอยู่ไหนด้วยซ้ำ" นายทักษิณ หรือโทนี่ วู้ดซัม กล่าวเมื่อถูกถามถึงคุกลับที่ถูกเปิดเผยในเอกสารวิกิลีกส์
รายงานของ SSCI ระบุเหตุผลหลายข้อที่ซีไอเอเลือกไทยเป็นที่ตั้ง:
- แนวคิดการคุมตัวผู้ต้องสงสัยในฐานทัพสหรัฐฯ ถูกปฏิเสธ เพราะพวกเขาต้องแจ้งให้คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศทราบ
- เรือนจำขนาดใหญ่ที่อ่าวกวนตานาโม ในคิวบา นั้นไม่เหมาะสม เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าจะสามารถเก็บความลับได้ยาก และเจ้าหน้าที่จากเอฟบีไอหรือกองทัพสหรัฐฯ อาจพยายามควบคุมการสอบสวน
- ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้อนุมัติการส่งตัวนายซูเบย์ดาห์ ไปยังสถานกักกันเขียว เมื่อ 29 มี.ค. 2002 โดยรัฐบาลไทยได้รับแจ้งและแสดงความยินยอมในวันเดียวกัน

ที่มาของภาพ, EPA
ทำไมต้อง อุดรธานี
กองทัพไทยและสหรัฐฯ มีประเพณีการฝึกซ้อมรบร่วมกันมายาวนาน และอุดรธานี เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลด้วยเหตุผลหลายข้อ:
- ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรกันตามสนธิสัญญา
- มีการร่วมมือทางกองทัพและข่าวกรองระหว่างสองประเทศอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่ช่วงต้นสงครามเย็น
- ในช่วงทศวรรษ 1960 ไทยได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีกลุ่มคอมมิวนิสต์ในประเทศเวียดนาม ลาว และกัมพูชา
- อุดรธานี เป็นหนึ่งในฐานทัพหลักของสหรัฐฯ ซึ่งมีฝูงบินประจำการเป็นของตัวเอง และถูกใช้งานอย่างมากโดยซีไอเอ ณ เวลานั้น










