ทำความรู้จัก จีนา แฮสเปล ว่าที่ ผอ.ซีไอเอ คนใหม่ ผู้เคยคุม "คุกลับ" ในไทย

จีนา

ที่มาของภาพ, AFP PHOTO/CENTRAL INTELLIGENCE AGENCY/HANDOUT

ทำความรู้จัก จีนา แฮสเปล ว่าที่ ผอ.ซีไอเอ หญิงคนแรก กับเสียงวิพากวิจารณ์ด้วยประวัติบริหาร "คุกทรมาน" ในไทย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐฯ แต่งตั้ง นางจีนา แฮสเปล เป็น ผ.อ.สำนักข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ แทน นายไมค์ ปอมเปโอ ผู้ขึ้นรับตำแหน่ง รมว. ต่างประเทศ แทนนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อ13 มี.ค. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ผลงานในอดีตของเธอ เนื่องจากเคยบริหาร "คุกลับ"ในไทย ซึ่งใช้กักตัว และซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มอัลไคดา

"คุกลับ" ของซีไอเอซึ่งมีอยู่ตามประเทศต่าง ๆ นี้ถูกสั่งปิดโดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา อย่างไรก็ตาม ปธน. ทรัมป์ ได้แสดงความสนับสนุนต่อกระบวนการทรมานนักโทษในลักษณะดังกล่าว

ในวัย 61 ปี นางแฮสเปลมีประสบการณ์ในการทำงานต่างประเทศมากมายและเป็นผู้บริหารหลายตำแหน่ง ในกรุงวอชิงตัน เธอเป็นรองผู้อำนวยการและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของซีไอเอ

เมื่อปีที่แล้ว เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้อำนวยการซีไอเอโดยนายไมค์ ปอมเปโอ ในตอนนั้น นายปอมเปโอ บอกว่า เธอเป็น "เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองตัวอย่าง" ผู้มีความสามารถอันแปลกประหลาดที่สามารถทำให้งานสำเร็จลุล่วงและเป็นแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง

Videograb of Gina Haspel at the 2017 William J Donovan Award Dinner

ที่มาของภาพ, The OSS Society ®

เธอกล่าวในแถลงการณ์ว่า "ฉันรู้สึกขอบคุณ ปธน.ทรัมป์ สำหรับโอกาสนี้ และรู้สึกไม่คู่ควรกับความเชื่อมั่นที่ตัวประธานาธิบดีมีให้ในการได้เสนอชื่อให้เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางคนใหม่ หากนี่ได้รับการยืนยัน ฉันตั้งหน้าตั้งตารอที่จะให้ความสนับสนุนด้านข่าวกรองที่ดีเยี่ยมที่เขาคาดหวังหลังจากการบริหารงานมาในปีแรก"

"คุกลับ" ในไทยที่นางแฮสเปลเป็นผู้บริหารนั้นใช้กักตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นสมาชิกกลุ่มอัลไคดาอย่าง นายอาบู ซูเบย์ดาห์ และ นายอับ อัล ราฮิม อัล-นาชิรี โดยเอกสารของซีไอเอที่ถูกเปิดเผยระบุว่า นายซูเบย์ดาห์ถูกทรมานด้วยวิธี "waterboarding" ในปี 2002 โดยการการจับมัดตัวและทำให้สำลักน้ำ 83 ครั้งในหนึ่งเดือน และโดนเอาศีรษะโขกกำแพง จากนั้นเขาก็ถูกทรมานโดยการไม่ให้ได้หลับได้นอน และกระบวนการทรมานอื่น ๆ จนกระทั่งผู้สอบสวนเห็นว่าเขาไม่มีข้อมูลที่มีประโยชน์จะเปิดเผยให้แล้ว

ในเวลาต่อมา เทปบันทึกกระบวนการการสืบสวนถูกทำลาย และ นสพ.นิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า ปรากฎชื่อของนางแฮสเปลอยู่ในเอกสารที่สั่งให้ทำลายการบันทึกดังกล่าว ในเวลาต่อมา การสอบสวนพบว่านางแฮสเปลไม่มีความผิด และทางการระบุว่า เธอทำตามคำสั่งในการทำลายเทปบันทึก

รีพรีฟ องค์กรสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้นแสดงให้เห็นว่านางแฮสเปล "ไม่เหมาะ" ที่จะบริหารซีไอเอ

"นี่เป็นตัวอย่างของวิสัยทัศน์อันล้าหลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการพึ่งคนและกระบวนการที่ใช่ไม่ได้ผล" มายา โฟอ์ ผู้อำนวยการรีพรีฟ กล่าว

เมื่อปี 2014 เว็บไซต์ข่าว วอยซ์ ออฟ อเมริกา รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐเผยแพร่รายงานว่ามีคุกลับของซีไอเอในประเทศไทยด้วย ในจำนวน 8 แห่งใน 5 ประเทศ แต่ทางการไทยปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีสถานที่ดังกล่าว