รู้จัก "ไฮเปอร์เบิร์สต์" การระเบิดนิวเคลียร์ความร้อนชนิดใหม่ ทุก 1,000 ปีอาจมีแค่ครั้งเดียว

ที่มาของภาพ, NASA / JPL-CALTECH
ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติจากสหรัฐฯ เม็กซิโก โรมาเนีย และเนเธอร์แลนด์ ค้นพบการระเบิดนิวเคลียร์ความร้อนหรือเทอร์โมนิวเคลียร์ (thermonuclear explosion) ชนิดใหม่ ซึ่งปลดปล่อยรังสีเอกซ์และพลังงานมหาศาลจากด้านในของดาวนิวตรอน
การระเบิดในลักษณะนี้ไม่เคยมีผู้พบเห็นมาก่อน โดยคาดว่าเป็นการระเบิดที่เกิดขึ้นได้ยากและน้อยครั้ง ซึ่งภายในระยะเวลา 1,000 ปี อาจจะมีให้เห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ทีมผู้วิจัยซึ่งเผยแพร่ผลศึกษาปรากฏการณ์ดังกล่าวในคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org ระบุว่าพบการระเบิดนิวเคลียร์ความร้อนแบบใหม่นี้ในปี 2011 ขณะที่ดาวนิวตรอน MAXI J0556-332 ซึ่งอยู่ที่ริมขอบกาแล็กซีทางช้างเผือก ห่างจากโลก 140,000 ปีแสง ระเบิดปะทุพลังงานมหาศาลและแผ่รังสีเอกซ์ออกมาให้กล้องโทรทรรศน์ตรวจจับได้
พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาสูงกว่าของดาวนิวตรอนทั่วไปมาก เพียงแค่ 3 นาทีก็ปะทุพลังงานออกมามากกว่าที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยทั้งหมดตลอดระยะเวลา 800 ปี จนทำให้ดาวนิวตรอนนี้ร้อนขึ้นเป็น 2 เท่าหลังการระเบิดดังกล่าว เมื่อเทียบกับระดับอุณหภูมิของดาวนิวตรอนทั่วไป
ทีมผู้วิจัยตั้งชื่อให้การระเบิดนิวเคลียร์ความร้อนแบบใหม่นี้ว่า "ไฮเปอร์เบิร์สต์" (Hyperburst) เป็นการปลดปล่อยพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิวชัน (fusion) ซึ่งสภาวะที่มีอุณหภูมิและความดันสูงสุดขั้วแบบในใจกลางดาวฤกษ์หรือดาวนิวตรอนเช่นนี้ จะทำให้นิวเคลียสของอะตอมธาตุเบาเช่นไฮโดรเจนรวมตัวกัน กลายเป็นฮีเลียมและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม การระเบิดปะทุพลังงานจากภายในดาวนิวตรอนเช่นนี้ ตามปกติแล้วจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคู่ดาวนิวตรอนดึงดูดเอาก๊าซและมวลสารจากกันและกันเข้าไป ซึ่งจะทำให้เกิดการระเบิดปะทุพลังงานออกมาทุก 2-3 ปี แต่การระเบิดแบบไฮเปอร์เบิร์สต์ที่รุนแรงผิดปกตินั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก จึงคาดว่ามวลสารจากคู่ดาวนิวตรอนเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดไฮเปอร์เบิร์สต์ขึ้น
"เราสันนิษฐานว่าการระเบิดนิวเคลียร์ความร้อนแบบพิเศษนี้ มาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ไม่เหมือนใคร โดยอาจเป็นการรวมตัวกันของอะตอมที่หนักกว่าไฮโดรเจน เช่นออกซิเจนหรือนีออน ซึ่งจะปลดปล่อยพลังงานออกมาสูงกว่าได้" จีรูน โฮมัน สมาชิกทีมวิจัยจากบริษัท Eureka Scientific อธิบาย
"การระเบิดที่ทรงพลังมหาศาลเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก และอาจไม่พบเจอเลยในชั่วชีวิตของคน ๆ หนึ่ง เนื่องจากต้องใช้เวลาสะสมพลังงานหลายร้อยหรือหลายพันปี กว่าจะปะทุออกมาได้สักครั้ง อย่างไรก็ตาม เรายังต้องศึกษาต่อไปเพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนถึงที่มาของไฮเปอร์เบิร์สต์" โฮมันกล่าวสรุป










