Don’t Look Up: หนังเสียดสีสังคมที่ระดมดาราดัง รวมทั้งเสียงวิจารณ์และคำชม

Don't Look Up stars an ensemble cast including (left to right) Jonah Hill, Leonardo DiCaprio, Meryl Streep and Jennifer Lawrence

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, นอกจากดิคาปริโอและลอเรนซ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วยนักแสดงดังมากมาย อาทิ เคต แบลนเชตต์ ทิโมธี ชาลาเมต์ อะรีอานา กรานเด และเมอรีล สตรีป

"Don't Look Up" ภาพยนตร์เสียดสีโดยเน็ตฟลิกซ์ที่นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และเจนนิเฟอร์ ลอเรนซ์ ได้รับทั้งเสียงชื่นชมและคำวิจารณ์

ขณะที่ผู้ชมหลายคนบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอุปลักษณ์ หรือ metaphor ของภัยที่โลกต้องเผชิญจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ บางคนก็วิเคราะห์ว่ามันสะท้อนถึงความเกรงกลัวของมนุษย์ต่อภัยจากนอกโลกที่มีมาหลายศตวรรษแล้ว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งกำกับโดยอดัม แมคเคย์ บอกเล่าเรื่องราวของนักดาราศาสตร์ 2 คน ที่ออกเดินสายแจ้งข่าวเตือนมนุษยชาติให้รับมือกับดาวหางที่กำลังจะพุ่งเข้าชนโลก แต่กลับไม่มีคนสนใจ

ปีเตอร์ แบรดชอว์ นักวิจารณ์ภาพยนตร์ของ นสพ.เดอะการ์เดียน บอกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ความพยายามจนเกินไป ตระหนักรู้ว่าตัวภาพยนตร์กำลังพยายามทำอะไรมากเกินไป และก็ไร้ความตลกแบบจริง ๆ

แบรดชอว์ บอกว่า ภาพยนตร์ไม่ได้ซ่อนความหมายอย่างแยบยลเลยว่าดาวหางเป็นสัญลักษณ์แทนภัยจากภาวะโลกร้อน

ทอรี เบรเซียร์ จาก นสพ.เมโทร ในอังกฤษ ให้คะแนน 3 ดาวกับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยบอกว่า แม้จะน่าติดตามและตลกในบางตอน การชมภาพยนตร์เสียดสีที่วาดภาพโลกแห่งความเป็นจริงแบบคู่ขนานอาจจะใกล้กับความเป็นจริงเกินไปเมื่อพิจารณาสิ่งที่โลกต้องเผชิญมาในช่วง 21 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากดิคาปริโอและลอเรนซ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วยนักแสดงดังมากมาย อาทิ เคต แบลนเชตต์ ทิโมธี ชาลาเมต์ อะรีอานา กรานเด และเมอรีล สตรีป

เดวิด รูนีย์ จากนิตยสารดอะฮอลลีวูด รีพอร์ตเตอร์ บอกว่า ภาพยนตร์เต็มไปด้วยตัวละครเสริมและนักแสดงดังที่ไม่จำเป็นจนเนื้อหาส่วนที่เป็นการตลกเสียดสีถูกบดบังไป

ด้านอดัม แมคเคย์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บอกกับเว็บไซต์เดดไลน์ว่า เขาไม่ได้พยายามจะให้ทำให้คนที่ปฏิเสธเรื่องโลกร้อนกลับใจ แต่อยากชักชวนให้คนส่วนใหญ่ตระหนักว่าวิกฤตนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

Jennifer Lawrence plays Dr Kate Dibiasky

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, ดอเรียน ลินสกีย์ บอกว่า ขณะที่นิยายวิทยาศาสตร์หลังสงครามโลกมักพูดถึงระเบิด แก่นเรื่องของเรื่องเล่าที่ว่าด้วยภัยพิบัติส่วนใหญ่ในศตวรรษที่ 21 มักว่าด้วยวันสิ้นโลกที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

ภัยจากนอกโลก

ดอเรียน ลินสกีย์ เขียนในเว็บไซต์ของบีบีซีว่า Don't Look Up เป็นเรื่องแต่งประเภทหนึ่งที่มีมานานแล้วที่พูดถึงความเกรงกลัวของมนุษย์ต่อภัยคุกคามจากนอกโลก

นิยายและภาพยนตร์ที่พูดถึงวันสิ้นโลกมักมีปรากฏการณ์อย่างดาวตกหรือดาวเคราะห์น้อย ซึ่งถูกจัดว่าอยู่ในประเภทของวัตถุใกล้โลก หรือเอ็นอีโอ (Near-Earth Object - NEO)

ย้อนไปเมื่อปี 1839 เรื่องสั้น The Conversation of Eiros and Charmion ของเอดการ์ อลัน โพ พูดถึงหายนะที่โลกเผชิญหลังจากดาวหางดูดไนโตรเจนไปจากชั้นบรรยากาศโลก และในลักษณะคล้ายคลึงกัน เรื่องสั้น The Star ของ เอชจี เวลล์ส จากปี 1897 ก็พูดถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติและภาวะโลกร้อนหลังจากที่ดาวหางโคจรผ่านโลกไป

แต่เรื่องแต่งที่พูดถึงวันสิ้นโลกลักษณะนี้ที่สร้างอิทธิพลมากที่สุดคือหนังสือเรื่อง When Worlds Collide ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1932 ก่อนที่จะกลายเป็นภาพยนตร์ในปี 1951 นิยายเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของการค้นพบว่าดาวสองดวงได้หลุดจากวงโคจรของระบบสุริยะและกำลังจะพุ่งชนโลก

เรื่องแต่งลักษณะนี้ได้รับความนิยมน้อยลงไปหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชัดเจนว่ามาจากการใช้ระเบิดปรมาณูในการสู้รบกันจริง ๆ สำหรับนักเขียนหลังยุคสงครามโลกส่วนใหญ่ สาเหตุที่โลกถูกทำลายเปลี่ยนจากภัยนอกโลกมาเป็นความโลภ ความร้ายกาจ และความโง่เง่าของมนุษยชาติเอง

ต่อมาเมื่อยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลง คนก็เริ่มกลับมาเกรงกลัวเรื่องภัยจากวัตถุใกล้โลก หรือเอ็นอีโอ อีกครั้ง ในเดือน มี.ค. ดาวเคราะห์น้อย 1989 FC ซึ่งมีความกว้างครึ่งไมล์ เข้ามาอยู่ในรัศมี 430,000 ไมล์จากโลก ซึ่งถือว่าใกล้ที่สุดตั้งแต่ปี 1942

ถึงช่วงทศวรรษ 1990 เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วแล้วว่าแรงกระทบจากอุกกาบาตยักษ์ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ องค์การอวกาศประเทศต่าง ๆ พบวัตถุใกล้โลก หรือเอ็นอีโอ ราว 2,000 ชิ้นที่มีขนาดกว้างอย่างน้อยเท่ากับ ดาวเคราะห์น้อย 1989 FC ที่เข้ามาพาดผ่านวงโคจรของโลก

ในปี 1994 ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ที่แตกออกจากกัน พุ่งชนดาวพฤหัสบดี ทำให้เกิดแรงระเบิด 6 ล้านเมกะตันทีเอ็นที ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เราเห็นว่าจะเป็นอย่างไรหากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับโลกขึ้นมาจริง ๆ

ดอเรียน ลินสกีย์ บอกว่า ในโลกของเรื่องแต่ง ดาวหางไม่ใช่แค่ดาวหางเท่านั้น ขณะที่นิยายวิทยาศาสตร์หลังสงครามโลกมักพูดถึงระเบิด แก่นเรื่องของเรื่องเล่าที่ว่าด้วยภัยพิบัติส่วนใหญ่ในศตวรรษที่ 21 มักว่าด้วยวันสิ้นโลกที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก และอดัม แมคเคย์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Don't Look Up ก็บอกเองว่าภาพยนตร์พูดถึงวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ

Jennifer Lawrence and Leonardo DiCaprio

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และเจนนิเฟอร์ ลอเรนซ์ รับบทเป็นนักดาราศาสตร์ที่ออกเดินสายประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนมนุษยชาติให้รับมือกับดาวหางที่กำลังจะพุ่งเข้าชนโลก แต่กลับไม่มีคนสนใจ

ดอเรียน ลินสกีย์ บอกว่า Don't Look Up เป็นการผสมผสานระหว่างภาพยนตร์เรื่อง Deep Impact และ Veepโดยผลลัพธ์ที่ออกมาคือมีทั้งการเสียดสีและความเจ็บปวดจริง ๆ

"แม้จะลุ่มล่ามและมีหลายสิ่งหลายอย่างวุ่นวายไปหน่อย Don't Look Up เป็นการพูดถึงประเด็นการเมืองในภาพยนตร์ประเภทที่มักจะเลี่ยงการพูดถึงประเด็นการเมือง" ลินสกีย์ เขียนในเว็บไซต์บีบีซี

ตัวละครเอกของนิยายเรื่อง When Worlds Collide กล่าวไว้ว่า "...ความตายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอื่น! โลกอื่นอาจจะสูญสิ้นไปแต่จะไม่ใช่โลกของเราที่เรายืนอยู่"

ลินสกีย์ บอกว่า เรื่องแต่งที่ว่าด้วยวันสิ้นโลกระลอกใหม่ที่มองโลกในแง่ร้ายอย่าง Don't Look Up กำลังทำให้เราลองนึกภาพถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด และไม่ได้ให้เราแค่มองขึ้นไปดูดาวหางเท่านั้น แต่ให้มองและพิจารณาถึงสิ่งที่อยู่เบื้องลึกภายในตัวเราด้วย