You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ เข้าสู่วงโคจรสำเร็จ มุ่งหน้าสู่จุดหมายห่างโลก 1.5 ล้าน กม.
ในที่สุดกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) ทายาทรุ่นที่สองของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ก็ได้ฤกษ์ถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศและเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดไว้ได้สำเร็จ เมื่อช่วงค่ำราว 19.50 น. ของวันที่ 25 ธ.ค.ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันคริสต์มาส ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (EST) ของทวีปอเมริกา
กล้อง JWST ซึ่งพับตัวอยู่ในจรวด Ariane 5 ทะยานขึ้นจากฐานยิงปล่อยในเมืองโครูของเฟรนช์เกียนา ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในอเมริกาใต้ หลังจากต้องรอกันมานานถึง 30 ปี โดยนอกจากกระบวนการคิดค้นและพัฒนาจะกินเวลายาวนาน จนใช้งบประมาณไปถึงกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว การประกอบสร้างและเตรียมติดตั้งกล้อง JWST ยังพบกับอุปสรรคมากมาย จนต้องเลื่อนการส่งขึ้นวงโคจรมาหลายครั้ง นับแต่มีกำหนดยิงปล่อยครั้งแรกเมื่อปี 2007
แม้แต่กำหนดการเดิมในปีนี้ ซึ่งเตรียมจะส่งกล้อง JWST ขึ้นสู่ห้วงอวกาศในวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 24 ธ.ค.เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างนำเข้าติดตั้งกับฐานยิงปล่อย โดยแถบยางที่รัดและหนีบตัวกล้องให้เข้าที่หลุดออก จนเกิดการสั่นสะเทือนในระดับที่น่าเป็นห่วงว่าโครงสร้างของกล้องที่บอบบางอาจเสียหายได้
หลังแก้ไขปัญหาข้างต้นแล้ว องค์การนาซาและองค์การอวกาศยุโรปได้ประกาศเลื่อนกำหนดปล่อยกล้อง JWST ออกไปอีกครั้ง ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับสภาพอากาศ ทำให้ในที่สุดกล้องโทรทรรศน์ที่เปรียบเสมือนดวงตาคู่ใหม่ในการสำรวจจักรวาล ก็ได้กลายมาเป็นของขวัญวันคริสต์มาสปี 2021 ให้กับมนุษยชาติ
เดินทางสู่จุดสังเกตการณ์ห่าง 1.5 ล้าน กม.จากโลก
กล้อง JWST นั้นแตกต่างจากดาวเทียมและกล้องโทรทรรศน์อวกาศอื่น ๆ ที่โคจรรอบโลก เพราะวงโคจรของมันมีดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง เพื่อให้สามารถคงอยู่ในตำแหน่งของจุดสังเกตการณ์ที่ห่างออกไปจากโลกถึง 1.5 ล้านกิโลเมตร
ข้อดีของการอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว คือสามารถพ้นจากเงาบดบังที่เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวหากอยู่ใกล้โลก นอกจากนี้ยังเป็นจุดลากรานเจียนที่สอง (L2) ซึ่งเป็นจุดสมดุลแรงโน้มถ่วงระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และวัตถุชิ้นที่สาม ทำให้กล้อง JWST อยู่ในห้วงอวกาศตรงจุดดังกล่าวได้อย่างมีเสถียรภาพและประหยัดพลังงาน ทั้งยังสังเกตห้วงอวกาศลึกได้ชัดเจนขึ้นโดยมีโลกและดวงอาทิตย์อยู่ด้านหลัง
จรวด Ariane 5 จะนำส่งกล้อง JWST ขึ้นสู่ห้วงอวกาศโดยไม่มีการโคจรรอบโลกก่อน จากนั้นจะมีการใช้จรวดขับดันขนาดเล็กปรับทิศทางให้มุ่งตรงไปยังจุด L2 ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ในระหว่างที่เดินทางอยู่นั้น ตัวกล้องที่พับอยู่จะค่อย ๆ คลี่กางชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมา โดยใช้เวลาราว 14 วัน ดำเนินขั้นตอนติดตั้งที่ละเอียดอ่อนทั้งหมด 344 ขั้นตอน ซึ่งในระหว่างนั้นไม่อาจปล่อยให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้แม้แต่ขั้นตอนเดียว เนื่องจากจะไม่สามารถแก้ไขได้เพราะกล้องอยู่ไกลเกินไป และจะทำให้โครงการมูลค่ามหาศาลนี้ต้องสูญเปล่าไปโดยปริยาย
แม้จะไปถึงจุด L2 ได้สำเร็จ แต่กล้อง JWST ก็ยังไม่สามารถทำงานได้ทันที โดยต้องรอให้ตัวกล้องที่กำลังร้อนเย็นลงไปถึง 40 เคลวิน (-233 องศาเซลเซียส) ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่ใช้ทำงานได้เสียก่อน นอกจากนั้นยังต้องปรับและจัดวางตำแหน่งของกระจกรับแสง รวมทั้งเปิดการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาทดสอบทีละชิ้นด้วย เราจึงต้องรอไปอีกราว 6 เดือน จนถึงช่วงฤดูร้อนครั้งหน้าหรือประมาณกลางปี 2022 กว่าที่จะได้เห็นภาพแรกจากกล้อง JWST ได้
ผู้สนใจสามารถรับชมคลิปวิดีโอขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งจำลองกระบวนการยิงปล่อยจรวดนำส่ง Ariane 5 และขั้นตอนต่าง ๆ ของการติดตั้งกล้อง JWST ในห้วงอวกาศได้ ที่นี่
กล้อง JWST ต่างจากฮับเบิลอย่างไร
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ ถูกออกแบบมาให้มองเห็นเอกภพส่วนที่อยู่ไกลเกินความสามารถของกล้องฮับเบิล โดยมีประสิทธิภาพและความไวสูงกว่าถึง 100 เท่า เนื่องจากมีขนาดของกระจกปฐมภูมิที่ใหญ่กว่า ตั้งอยู่ในจุดสังเกตการณ์ที่ไกลจากโลกมากกว่า และสามารถมองเห็นจักรวาลด้วยแสงอินฟราเรดซึ่งทะลุทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางในห้วงอวกาศเช่นกลุ่มฝุ่นและก๊าซ เข้าไปสังเกตการณ์ภายในแหล่งกำเนิดดวงดาวต่าง ๆ ได้
เป้าหมายสำคัญของกล้อง JWST คือการมองย้อนเวลาผ่านห้วงอวกาศลึก จนเห็นถึงชั่วขณะที่ดาวฤกษ์ดวงแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อราว 13,000 ล้านปีก่อน โดยดาวฤกษ์ดึกดำบรรพ์ดวงแรกนี้เริ่มฉายแสงในความมืดมิด หลังเกิดเหตุการณ์บิ๊กแบงหรือกำเนิดจักรวาลได้ราว 100 ล้านปี ก่อนที่ดาราจักรหรือกาแล็กซีแห่งแรกจะเกิดขึ้นตามมาเมื่อราว 1,000 ล้านปีหลังเหตุการณ์บิ๊กแบง
นักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษาชั่วขณะที่ดาวฤกษ์ดวงแรกเกิดขึ้น เพื่อทำความเข้าใจถึงสสารหรือธาตุต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีมาพร้อมกับบิ๊กแบง แต่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วย "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์" หรือศูนย์กลางของดาวฤกษ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยในจำนวนนี้รวมถึงธาตุที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตด้วย
ความเข้าใจในกระบวนการที่ดาวฤกษ์ได้ให้กำเนิดธาตุเหล่านี้ จะทำให้ได้ทราบว่าสรรพสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา มีความเป็นมาอย่างไร
กล้อง JWST มีกำหนดเวลาในการปฏิบัติงานเบื้องต้นที่ 10 ปี แต่คาดว่าในอนาคตอาจขยายเวลาออกไปอีกได้ เช่นเดียวกับกล้องฮับเบิลที่ปฏิบัติงานมานานกว่า 30 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม กล้อง JWST ที่อยู่ไกลกว่าจะไม่สามารถใช้มนุษย์อวกาศออกไปซ่อมบำรุงได้เหมือนกล้องฮับเบิล แต่คาดว่าอาจมีการใช้หุ่นยนต์ไปซ่อมแซมหรือเติมเชื้อเพลิงให้อีกได้ในอนาคต
ช่องทางรับชมการถ่ายทอดสด
ผู้สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ขณะกล้อง JWST ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้ โดยติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ดังต่อไปนี้ ซึ่งจะเริ่มการถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศไทยเป็นต้นไป