ฮิวแมนไรท์วอทช์ชี้การโจมตีตึกสูงในกาซาอาจเป็นอาชญากรรมสงคราม

ซากตึกฮานาดี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ตึกฮานาดี สูง 13 ชั้น ในกาซาซิตี้ ถูกโจมตีทางอากาศ เมื่อ 11 พ.ค.

ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลซึ่งทำลายอาคารสูง 4 แห่ง ในฉนวนกาซาในระหว่างที่ปะทะกันเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา อาจถือเป็นอาชญากรรมสงคราม

ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเหล่านั้น แต่รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้ว่าชาวบ้านหลายสิบครอบครัวไร้ที่อยู่อาศัย

ฝ่ายกองทัพอิสราเอลกล่าวว่ากลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์หลายกลุ่มใช้อาคารสูงเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร และใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ แต่ฮิวแมนไรท์วอทช์เห็นว่า ทางอิสราเอลยังไม่เคยแสดงหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเหล่านั้น

ข้อมูลขององค์สหประชาชาติระบุว่าการปะทะกันอย่างดุเดือดนาน 11 วัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 256 คน ในฉนวนกาซา และมีผู้เสียชีวิตอีก 13 คน ในอิสราเอล

มีแรงงานชาวไทยที่ทำงานในอิสราเอล 2 คน เสียชีวิตด้วย

เหตุปะทะครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังเกิดความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ในเยรูซาเลมตะวันออกจนทำให้เกิดการปะทะกันในบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทั้งชาวมุสลิมและชาวยิว

กลุ่มฮามาสซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธอิสลามที่ปกครองกาซา ได้เริ่มยิงจรวดหลังจากเตือนอิสราเอลให้ถอนกำลังออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เป็นชนวนให้อิสราเอลโจมตีทางอากาศเพื่อตอบโต้

จรวดลูกหนึ่งถูกยิงจากกาซาซิตี้ ไปอิสราเอล เมื่อ 11 พ.ค.

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า การที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยิงจรวดใส่พลเรือนอิสราเอล เทียบเท่ากับอาชญากรรมสงคราม

การโจมตีของอิสราเอล ระหว่าง 11-15 พ.ค. ได้ทำลายอาคารฮานาดี, จอว์ฮารา, โชรุก, และจาลา ในเขตกาซาซิตี้

รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ให้ข้อมูลด้วยว่า ในการโจมตีแต่ละครั้ง กองทัพอิสราเอลได้แจ้งเตือนผู้อาศัยอยู่ในอาคารให้ทราบว่ากำลังจะมีการโจมตีขึ้น และให้พวกเขาอพยพออกมา

เจ้าหน้าที่ทางการอิสราเอลระบุว่า อาคารเหล่านี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานของกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มอื่น ๆ รวมถึงสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานบางประเภท และหน่วยข่าวกรองทางทหาร ทางการอิสราเอลระบุว่า อาคารหลังหนึ่งเป็นสำนักงาน "ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงสุดของฮามาส" ที่ในการใช้ต่อต้านอิสราเอล

ฮิวแมนไรท์วอทช์ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยการสัมภาษณ์ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในเหตุการณ์โจมตีหรือได้รับผลกระทบจากการโจมตีเหล่านั้น ประกอบกับการวิเคราะห์คลิปวิดีโอและภาพถ่าย

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าสมาชิกกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหาร ใช้อาคารเหล่านั้นในระยะยาวในช่วงที่มีการโจมตีเกิดขึ้น และว่าแม้พวกเขาจะอยู่ในอาคาร แต่ดูเหมือนการโจมตีจะมุ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของพลเรือนมากเกินความจำเป็น

คำบรรยายวิดีโอ, นาทีอิสราเอลยิงถล่มตึกในฉนวนกาซา

การโจมตีตึกจาลาสูง 12 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานของสำนักข่าวเอพี (Associated Press--AP) และสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นเป็นวงกว้าง

ในเดือน มิ.ย. ทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ กล่าวกับ ผู้บริหารของเอพีว่า อาคารดังกล่าวกำลังถูกกลุ่มฮามาสใช้ในการพัฒนาระบบรบกวนไฟฟ้าเพื่อขัดขวางระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศไอเอิร์นโดมของกองทัพอิสราเอล

แต่บรรณาธิการบริหารเอพี กล่าวว่าเอพีไม่พบข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่า สมาชิกกลุ่มติดอาวุธฮามาสอาจจะอยู่ในตึกนั้น

ริชาร์ด เวียร์ นักวิจัยด้านความขัดแย้งและวิกฤตของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า "การโจมตีที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนของอิสราเอลต่อตึก 4 แห่งในกาซาซิตี้ ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงและยาวนานต่อชาวปาเลสไตน์นับไม่ถ้วนที่อาศัย, ทำงาน, จับจ่ายใช้สอย, และใช้ประโยชน์จากห้างร้านต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ที่นั่น" เขากล่าวด้วยว่า "กองทัพอิสราเอลควรแสดงหลักฐานต่อสาธารณชนที่อิสราเอลระบุว่าได้ใช้ในการอ้างอิงก่อเหตุโจมตีเหล่านั้น"

เพื่อตอบโต้รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ กองทัพอิสราเอลกล่าวกับเอพีว่า "ทรัพย์สินที่ทางฮามาสพยายามจะซุกซ่อนไว้ภายในตึกสูงหลายชั้นเหล่านี้...มักจะมีมูลค่าสูงในทางทหารและการโจมตีตึกเหล่านี้สำเร็จเป็นความสำคัญทางยุทธศาสตร์"

กองทัพอิสราเอลเน้นย้ำว่า ได้ประกาศ "คำเตือนล่วงหน้าและใช้ความพยายามเพื่อทำให้แน่ใจว่าพลเรือนได้อพยพออกไปแล้ว" ในการโจมตีทั้ง 4 กรณีดังกล่าว

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ยังได้ตีพิมพ์รายงานอีก 2 ฉบับ เกี่ยวกับความขัดแย้งครั้งนี้ ซึ่งได้กล่าวหาทั้งสองฝ่ายว่า ก่อเหตุโจมตีที่เทียบเท่ากับอาชญากรรมสงคราม

ฉบับแรกระบุว่า การสอบสวนการโจมตีของอิสราเอล 3 ครั้งที่ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 62 คน ไม่พบหลักฐานว่ามีเป้าหมายทางทหารอยู่ใกล้เคียง ขณะที่ฉบับที่สองระบุว่า การที่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยิงจรวดที่ปราศจากระบบนำวิถี และกระสุนปืน ค. 4,000 ลูก ใส่เมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล เป็นเหตุให้พลเรือนถูกโจมตีโดยไม่เลือกหน้า ทั้งกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว