อิสราเอล-ปาเลสไตน์ : แรงงานไทยอย่างน้อย 2 คน เสียชีวิตใกล้เขตกาซา

ที่มาของภาพ, Reuters
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ยืนยันว่ามีแรงงานไทยในนิคมเกษตรกรรมใกล้พื้นที่ฉนวนกาซาเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 8 รายจากการโจมตีฉนวนกาซาช่วงบ่ายวานนี้ (18 พ.ค.) ตามเวลาอิสราเอล พร้อมทั้งย้ำให้คนไทยในอิสราเอลติดตามข้อมูลข่าวสารและปฏิบัติตามมาตรการของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด
"สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ" สถานเอกอัครราชทูตฯ ระบุในข้อความที่เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊กทางการช่วงเช้าวันนี้ โดยให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานไทยซึ่งพักอาศัยในนิคมเกษตรกรรม Ohad
"เมื่อมีเสียงไซเรนเตือนภัย ขอให้ทุกท่านรีบเข้าหลบภัยในสถานที่หลบภัยโดยเร็ว ในกรณีฉุกเฉินและต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ 054-636-8150 หรือ inbox ข้อความมาที่เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต Royal Thai Embassy, Tel Aviv หรือ 'ทุกเรื่องเมืองยิว' "
เมื่อคืนวานนี้ตามเวลาไทย สื่ออิสราเอลรายงานว่า แรงงานไทยเสียชีวิตจากจรวดที่ยิงมาจากเขตกาซา 2 คน ขณะที่สถานีวิทยุ Radio Darom โพสต์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์

ที่มาของภาพ, Panuwat Jukjan
น.ส.พิมพ์ชนก จิระพัฒนากุล กงสุลไทยประจำอิสราเอล เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่านิคมเกษตรกรรมโอฮัด (Ohad) เมือง Eshkol อยู่ห่างจากเขตกาซาราว 14 กม. และในพื้นที่รัศมี 100 กม. จากเขตกาซา มีแรงงานไทยทำงานอยู่ราว 4,000 คน อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานทูตได้ช่วยลำเลียงแรงงานไทยที่ทำงานในนิคมเกษตรกรรมที่อยู่ติดเขตกาซาออกจากพื้นที่แล้วจำนวนหนึ่ง
ต่อมานายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในจำนวนผู้บาดเจ็บ 8 ราย มี 2 รายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะที่แรงงานกลุ่มดังกล่าวทำงานอยู่ในห้องบรรจุผลิตผลทางการเกษตร ในชั้นนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟกำลังประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และจะติดตามดูแลคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด

ที่มาของภาพ, Panuwat Jukjan
นายอดิเรก จินเซ็ง แรงงานไทยที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมโอฮัด และเป็นหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงพักเที่ยง ซึ่งแรงงานไทยจำนวนหนึ่งกำลังพักผ่อนทั้งบริเวณด้านหน้าที่พัก และใต้ต้นไม้ ขณะนั้นตนได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นบนท้องฟ้าสองลูก แต่ไม่มีเสียงเตือนภัย จากนั้นแรงงานราวสิบกว่าคนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวก็วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดและไปหลบอยู่ในบังเกอร์
นายอดิเรกเห็นว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งคน และได้เห็นผู้ได้รับบาดเจ็บแขน และขาขาด และร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือด เพื่อนแรงงานได้ช่วยกันปั๊มหัวใจและช่วยกันปฐมพยาบาลในเบื้องต้น
แรงงานไทยบอกด้วยว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตนั่งอยู่หน้าที่พัก ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแขนและขาขาด กำลังเดินอยู่
นายจักรี รัตพลที อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว บอกบีบีซีไทยว่า ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่แขน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยอาการไม่หนัก
เขาเล่าว่าขณะเกิดเหตุกำลังทำงานเก็บมะเขือเทศอยู่ในโรงเรือนเพาะปลูกและมีเพื่อนแรงงานด้วยกันกว่า 20 คน ทำงานอยู่
"รู้สึกตกใจ เพราะก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ก็คิดมาตลอดว่ามันอันตราย และผมได้ลงทะเบียนเพื่อเดินทางกลับบ้านแล้ว แม้จะทำงานยังไม่ครบห้าปีก็ตาม"
ภาณุวัฒน์ จุกจันทร์ ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนหนึ่งบอกบีบีซีไทยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพักผ่อนในแคมป์ที่พักคนงาน โดยทุกคนกำลังพักในช่วงเวลา 13.00-15.00 น. เนื่องจากอากาศร้อน ในระหว่างนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังตูมเป็นครั้งแรก จากนั้นได้ยินเสียงดังตามมาอีกหนึ่งครั้ง ซึ่งครั้งที่สองนี้ทำให้กระจกแตกกระจายเต็มห้องพัก เมื่อออกมาด้านนอก ก็เห็นห้องครัวและห้องน้ำพังเสียหายทั้งหมด
นายภาณุวัฒน์ ได้เข้าไปดูในห้องพักคนงานอีกคนหนึ่งเห็นเพื่อนแรงงานได้รับบาดเจ็บ จึงแบกร่างเพื่อนคนงานออกมาให้พ้นจากจุดเกิดเหตุ ต่อมานายจ้าง ทหารอิสราเอล และรถพยาบาลได้เข้ามาในที่เกิดเหตุ โดยขณะนั้นตนไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต
"กลัวครับ ถ้าได้ยินเสียงเซวะอะโดม (สัญญาณเตือนภัยขั้นสีแดง) ผมก็ต้องหมอบ แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงเตือนภัย ไม่มีสัญญาณอะไรเลย"
นายภาณุวัฒน์ ทำงานในอิสราเอลเกือบครบสัญญา 5 ปี แล้ว และตั้งใจจะเดินทางกลับไทยเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเอง

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 8 ราย จากเหตุระเบิดการโจมตีด้วยจรวดของกลุ่มฮามาสที่นิคมเกษตรกรรม (โมชาฟ) Ohad ใกล้ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยมากที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตย์ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนี้1. ในส่วนของผู้เสียชีวิตที่เป็นแรงงานชายไทย 2 ราย นั้น นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับแรงงานจังหวัดในประเทศไทย เพื่อแจ้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานเรื่องข้อมูลผู้เสียชีวิต กระบวนการส่งศพผู้เสียชีวิต ตลอดจนติดตามสิทธิประโยชน์รวมทั้งเงินชดเชยที่ผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บพึงได้รับจากสถาบันประกันแห่งชาติ อิสราเอล (National Insurance Institute) ของอิสราเอล ต่อไป2. สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น มีอาการสาหัส 2 ราย และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 6 ราย ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล Soroka เมือง Beer Sheva บางส่วนอาการดีขึ้นมาก จึงได้รับการอนุญาตให้เดินทางกลับที่พักแล้ว ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้โทรศัพท์หาผู้บาดเจ็บและสามีของผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแสดงความเสียใจที่ได้รับบาดเจ็บ และอวยพรให้ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว พร้อมขอให้มีขวัญและกำลังใจเพื่อผ่านอุปสรรคในครั้งนี้3. เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 นาย Alon Schuster รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร อิสราเอล รวมถึงนาย Gilard Cohen รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อิสราเอล ได้โทรศัพท์ถึงเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตและบาดเจ็บของแรงงานไทย โดยทางการอิสราเอล พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่าทางการอิสราเอลใช้มาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยแก่คนต่างชาติเช่นเดียวกับชาวอิสราเอล











