ซินเจียง : นักวิทยาศาสตร์อเมริกันอ้างหลักฐาน จีนกำลังสร้างโรงเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์ในพื้นที่ชาวอุยกูร์

ทหารจีนหน้าหัวรบนิวเคลียร์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, มีรายงานว่า จีนกำลังสะสมหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มขึ้น

นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ระบุว่า จีนกำลังสร้างโรงเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์ทางตะวันตกของประเทศ

รายงานจากสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน (Federation of American Scientists--FAS) ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน บ่งชี้ว่า หากการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่ดังกล่าวอาจมีโรงเก็บขีปนาวุธถึง 110 หลัง

เจ้าหน้าที่ทางการกลาโหมของสหรัฐฯ เคยแสดงความกังวลใจเกี่ยวกับการสะสมขีปนาวุธนิวเคลียร์ของจีน

นี่คือสถานที่สร้างโรงเก็บขีปนาวุธแห่งใหม่แห่งที่ 2 ที่มีรายงานว่ากำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางตะวันตกของจีนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

เดือนที่แล้ว หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า พบโรงเก็บขีปนาวุธ 120 หลัง ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ห่างไกลในเมืองอวี้เหมิน มณฑลกานซู่ บริเวณภาคกลางตอนเหนือของประเทศ

FAS ระบุในรายงานเมื่อ 26 ก.ค. ว่า สถานที่แห่งใหม่ที่เมืองฮามี่ ซึ่งห่างจากเมืองอวี้เหมิน ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 380 กม. ยังอยู่ในขั้นตอนแรกของการก่อสร้าง

ในปี 2020 กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนมีแผนที่จะเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์เป็น 2 เท่า

ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และรัสเซีย เตรียมที่จะจัดการเจรจาเรื่องการควบคุมอาวุธ

การเจรจาระหว่าง นางเวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ และนายเซอร์เก รีอับคอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ถูกมองว่า เป็นขั้นแรกของการฟื้นฟูการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ของทั้งสองฝ่าย

แต่จีนยังไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาควบคุมอาวุธใด ๆ

Map

กองบัญชาการยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (US Strategic Command) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ในการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานนี้ผ่านทางทวิตเตอร์

"นี่เป็นครั้งที่ 2 ในช่วง 2 เดือน ที่ประชาชนได้ค้นพบถึงสิ่งที่เราได้เคยบอกมาโดยตลอดเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นที่โลกกำลังเผชิญอยู่ และการปิดบังอำพรางไว้" กองบัญชาการยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ระบุ

คำบรรยายวิดีโอ, สหรัฐฯ เผยคลิปทดสอบนิวเคลียร์ยุคสงครามเย็น หลังเก็บเป็นความลับมาหลายสิบปี

สถานที่เก็บขีปนาวุธในซินเจียง ถูกตรวจพบโดยการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมพาณิชย์ แต่ต่อมา แพล็นเน็ต (Planet) บริษัทให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมได้มอบภาพที่มีความคมชัดสูงให้ในภายหลัง

กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2020 จีนมีหัวรบนิวเคลียร์สะสมอยู่มากกว่า 200 หัวรบ และตั้งเป้าที่จะเพิ่มเป็นอย่างน้อย 2 เท่าของจำนวนนี้

นักวิเคราะห์ระบุว่า คาดว่า สหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 3,800 หัวรบ

จีน-สหรัฐฯ หารือการค้า

อีกด้านหนึ่ง ขณะที่จีนได้กล่าวหาว่าสหรัฐฯ กดขี่ และเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรและกำแพงภาษีในการเจรจาระดับสูง ในเมืองเทียนจินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อต้นสัปดาห์

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ ในการ "ตัดสินใจอย่างเหมาะสม"

เขาแสดงความเห็นนี้ ระหว่างการหารือกับ นางเวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการจะมีความขัดแย้งกับจีน

นางเชอร์แมน เป็นเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ที่มีตำแหน่งสูงสุดที่เดินทางเยือนจีนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชาติมีความสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย และต่อโลก รัฐบาลจีนเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ พัฒนาความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงในสมัยของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวหาว่า สหรัฐฯ กดขี่จีน

แต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังคงใช้มาตรการที่เข้มงวดกับจีนต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นต่าง ๆ อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน และการคว่ำบาตร

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ นายเซี่ย เฟิง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวว่า สหรัฐฯ "กำลังทำให้จีนเป็นปีศาจ" เพราะจีนถูกมองว่า "เป็นศัตรูในจินตนาการ"

จากแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศจีน ก่อนหน้านี้ นายเซี่ย เคยกล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการกล่าวโทษจีนว่าเป็นสาเหตุของปัญหาเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ เอง

"ราวกับว่า ถ้าจำกัดการพัฒนาของจีนได้...อเมริกาก็จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง"

หลังการเจรจากันเมื่อ 26 ก.ค. นางเชอร์แมน กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่า เรื่องต่าง ๆ จะพัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้หรือไม่

"ไม่มีทางที่จะรู้ได้ในช่วงแรกของการสร้างความสัมพันธ์นี้ว่า เราจะได้ทุกอย่างตามที่คาดหวังไว้หรือไม่" เธอกล่าวกับสำนักข่าวเอพี

การหารือกันนี้ ถูกมองว่าเป็นการเตรียมการสำหรับการหารือกันระหว่างนายไบเดน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แต่เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า ยังไม่มีการหารือกันเรื่องนี้ในการเจรจากันนาน 4 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา