ลองโควิด : "ผมมีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ต้องใช้อุปกรณ์พยุงขา หัวใจได้รับความเสียหาย ...แต่ก็ได้กลับบ้านแล้ว"

Bill Wilson in hospital

ที่มาของภาพ, Bill Wilson

เป็นเวลา 88 วันที่อดีตผู้สื่อข่าวบีบีซี บิล วิลสัน ต้องเผชิญกับฝันร้าย ต้องอาศัยเครื่องพยุงชีพต่าง ๆ นานา แม้สหราชอาณาจักรกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เขาก็ยังต้องต่อสู้กับผลกระทบจากโควิด หรืออาการที่เรียกกันว่า "ลองโควิด" (long Covid)

"พ่อชอบที่ได้ไปนอนหลับยาวที่โรงพยาบาลไหมคะ" ลูกสาวถามขณะที่ผมค่อย ๆ เดินเข้าบ้านเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนโดยใช้ไม้เท้าช่วย การนอนยาวที่ลูกพูดถึงคือภาวะโคมานานนับเดือนโดยการใช้ยาของแพทย์เพื่อใช้เครื่องพยุงชีพ

ไม้เท้าเป็นเครื่องเตือนใจว่าไวรัสร้ายนี้สร้างความเสียหายตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็นอาการชักหรือภาวะเท้าตก หรือไม่สามารถกระดกปลายเท้าขึ้นได้ โควิดทำลายระบบทางเดินหายใจผมจนเละเทะ มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เป็นโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด และก็ปอดบวมด้วย นอกจากนี้ ผมยังน้ำหนักลดไป 16 กิโลกรัม สูญเสียกล้ามเนื้อไปมากมายจนแทบเดินไม่ได้

ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่ถึง 12 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าตัวเองมีแค่อาการติดเชื้อธรรมดา และให้ออกซิเจนในโรงพยาบาลไม่กี่วันก็คงหาย แต่จริง ๆ แล้วมันกลายเป็นฝันร้ายนาน 88 วันตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. จนถึง ปลาย ก.พ.

"คุณป่วยหนักมาก ๆ" ภรรยาผมบอก "เครื่องช่วยหายใจแบบธรรมดาช่วยคุณไม่ได้"

มีคนน้อยกว่า 1% ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รุนแรงเท่าผม

Bill Wilson and daughter

ที่มาของภาพ, Bill Wilson

ที่ผมยังมีชีวิตอยู่วันนี้ได้ ต้องขอบคุณความสามารถและความทุ่มเทของบุคลากรของสำนักงานบริการสุขภาพแห่ง​ชาติ (National Health Service - NHS) และเพราะว่าแพทย์พิจารณาให้ผมใช้เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอดที่เรียกกันว่า เอ็กโม (extracorporeal membrane oxygenation - Ecmo) ซึ่งเหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายของผู้ป่วยที่เข้าขั้นวิกฤต ถ้าผมไม่มีเครื่องนี้ตอนมีภาวะปอดอักเสบ ผมก็คงไม่รอดแล้ว

เมื่ออวัยวะร่างกายไม่ทำงาน เครื่องดังกล่าวทำหน้าที่แทนปอดผมที่เสียหายไป สูบฉีดเลือดจากร่างกายเข้าไปสู่ปอดเทียม ซึ่งเพิ่มออกซิเจนและกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ จากนั้นก็ส่งเลือดกลับไปในร่างกายด้วยแรงดันแบบเดียวกับที่หัวใจทำ ในสหราชอาณาจักร มีศูนย์เครื่องเอ็กโมอยู่แค่ 6 แห่งเท่านั้น ในลอนดอนมีสองแห่ง หนึ่งในนั้นคือที่โรงพยาบาลรอยัลบรอมพ์ตันที่ผมเข้ารับการรักษา

การพยายามเอาชีวิตรอดเริ่มต้นจริง ๆ 10 วันก่อนหน้านั้นในแผนกผู้ป่วยหนักที่โรงพยาบาลเวสต์มิดเดิลเซ็กส์ เมื่ออาการติดเชื้อผมมีทีท่าว่าจะแย่ลงเรื่อย ๆ แผนกนั้นเต็มไปด้วยชายอายุ 50 กว่าเช่นผมที่พยายามหายใจ จ้องหน้ากันและกันเงียบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว ขณะใส่หน้ากากช่วยหายใจแบบเต็มหน้า ผมต้องพยายามอย่างมากที่จะรวบรวมสติไม่ให้ตัวเองวิตกกังวลขึ้นมา

ไม่นานหลังจากนั้น แพทย์จับให้ผมนอนคว่ำแทน เพื่อพยายามให้อากาศเข้าปอดได้เองตามธรรมชาติ ผมไอเป็นเลือดออกมา ผมพยายามจะหายใจแต่พยายามแค่ไหนก็ไม่ดีขึ้นสักที ในกระเป๋าสตางค์ ผมเจอรูปดอกไม้ที่ลูกสาววาดให้ ผมกำมันไว้แน่นจนกระดาษแฉะและเปื่อยยุ่ยในที่สุด

ดูเหมือนจะใช้เวลาแค่วันเดียวเท่านั้นที่อาการผมแย่ลงจนวิกฤต แพทย์บอกว่าต้องให้ยาสลบผมเพื่อจะได้ใช้เครื่องเอ็กโม ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าภรรยาได้รับแจ้งว่าเครื่องช่วยหายใจแบบธรรมดาไม่สามารถช่วยอะไรผมได้เลย ในตอนนั้นแพทย์พยายามถามภรรยาผมเรื่องสุขภาพร่างกายเพื่อดูว่าผมจะเหมาะกับเครื่องเอ็กโมหรือไม่ ภรรยาบอกว่ารู้สึกเหมือนถูกล็อตเตอรีพอแพทย์แจ้งว่าร่างกายผมเหมาะที่จะใช้เครื่องช่วยชีวิตตัวนี้

แต่การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มขึ้น หนึ่งเดือนจากนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนว่าผมจะอยู่หรือตาย

ถึงวันคริสต์มาส จากที่ดูเหมือนอาการจะดีขึ้นแล้วผมกลับเกิดอาการชัก และภรรยาผมได้รับแจ้งว่าผมอาจจะเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก และไม่มีใครรู้เลยว่าสมองผมจะได้รับความเสียหายหรือเปล่า นอกจากนี้ ผมยังเจอภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดอย่างรุนแรง และก็เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันสองครั้งแต่แพทย์รังสีวิทยาช่วยรักษาได้สำเร็จ

ขณะที่ทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นนี้ ผมอยู่ในโลกคู่ขนาน เป็นฝันร้ายขณะอยู่ในโคมา มีฉากการผจญภัยจากภาพยนตร์เขย่าขวัญ และฝันว่าผมขับรถไปทั่วสหราชอาณาจักร จากลอนดอนไปนิวคาสเซิล ไปกลาสโกว์ แล้วกลับมาที่ลอนดอนอีกที ในฝันนั้นผมโดนไล่ล่าโดยแก๊งขี่มอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ ก็มีการเดินทางไปในอวกาศด้วย ผมนึกว่าตัวเองเป็นยูริ กาการิน

ระหว่างผมไม่มีสติ ภรรยาได้มาเยี่ยมผมหนึ่งครั้งโดยใส่ชุดป้องกันทั้งตัว ประสบการณ์ในครั้งนั้นยังเลวร้ายเกินกว่าที่เธอจะพูดถึงมันได้

Bill began drawing - including this picture of his room

ที่มาของภาพ, Bill Wilson

คำบรรยายภาพ, บิลวาดรูปห้องพยาบาลที่เขารักษาตัวอยู่

หลังจากได้เครื่องดังกล่าวช่วยพยุงชีพอยู่เดือนหนึ่ง ปอดผมก็เริ่มจะซ่อมแซมตัวเองได้ และแพทย์คิดว่าปลอดภัยแล้วที่จะเรียกสติผมกลับมาอีกครั้ง แต่ก็เกิดอาการแทรกซ้อนที่ผมไม่รู้ตัวเลย ความดันโลหิตผมสูงปรี๊ด แพทย์พยายามจะเรียกสติสัมปชัญญะผมกลับมาด้วยการยื่นจดหมายของภรรยาที่เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาให้ และก็วางรูปภรรยาคู่กับลูกสาวมาไว้ที่หัวเตียงด้วย

พอแพทย์เริ่มลดออกซิเจน ผมก็เผชิญกับอาการเพ้อคลั่งต่าง ๆ มากขึ้น ผมนึกว่าตัวเองอยู่ในโรงแรมที่เมืองเบอร์มิงแฮมเตรียมไปดูการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นปลายปีนี้ แล้วก็ไม่ได้มีแผนจัดที่เมืองนี้แต่อย่างใด มาอีกคืนหนึ่ง ผมนึกว่าพยาบาลได้จัดงานศิลปะแปลก ๆ ในห้อง อีกคืนหนึ่ง ผมนึกว่าตัวเองอยู่ในปราสาท ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดใหม่

ตอนที่สมองผมเริ่มกลับมาทำงานได้ดีขึ้นอีกครั้ง ผมรู้สึกอยากวาดรูปขึ้นมาซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยนึกจะทำอีกหลังจากออกจากโรงเรียนแล้ว การพยายามยืนเจ็บปวดมาก ผมใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะยืนได้ตรง ๆ แล้วก็ต้องใช้ที่ค้ำช่วยพยุง

โล่งใจที่ยังมีชีวิตอยู่

ตอนนี้ผมอยู่ในการดูแลของหลายแผนกจากหลายโรงพยาบาล ที่ฝั่งขวาของหัวใจมีภาวะลิ่มเลือดอุตตันซึ่งแพทย์หวังว่าจะรักษาได้ด้วยการกินยาละลายลิ่มเลือด ส่วนฝั่งซ้ายของหัวใจผมไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างเต็มที่

ท่อนขาล่างข้างขวายังต้องใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงอยู่ และก็ยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน นอกจากนี้ ความทรงจำผมยังมัว ๆ ไม่ชัดเจน สิ่งที่ผมจำได้ตอนนี้มาจากสิ่งที่คนนั้นคนนี้บอกเล่า มาจากข้อความและอีเมลเก่า ๆ ของบุคลากรทางการแพทย์ และจากสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวเป็นครั้งคราว

"ผมเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้" พยาบาลคนหนึ่งถามผม มันคงต้องใช้เรียงความอีกชิ้นในการบอกเล่า แต่ที่รู้สึกตอนนี้คือโล่งใจมาก ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และตระหนักรู้ว่าชีวิตคนเรามันเปราะบางแค่ไหน ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโควิดถึงส่งผลกับผมรุนแรงถึงขนาดนี้

ตอนนี้ผมนั่งอยู่กับลูกสาว ช่วยเธอทำแบบฝึกหัดที่ให้เลือกธงชาติต่าง ๆ ในโลก ผมนึกถึงบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วโลกที่ช่วยชีวิตผมไว้ จากที่ต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร, จากไอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส, กรีซ,โปแลนด์, โรมาเนีย, รัสเซีย, ไทย, ฟิลิปปินส์, เกาหลีใต้, จีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย, ไนจีเรีย, แอฟริกาใต้, สหรัฐฯ, จาเมกา และอีกหลายประเทศ

ผมขอคารวะพวกเขา รวมถึงครอบครัวและเพื่อน ๆ ผมด้วย พวกเขาเป็นวีรบุรุษของเรื่องนี้