โควิด-19: เปิดประสบการณ์ "ลองโควิด" ผลกระทบระยะยาวที่หญิงอังกฤษเผชิญ

JASMINE HAYER

ที่มาของภาพ, JASMINE HAYER

เหนื่อยล้า ไอ ปวดหัว และปวดกล้ามเนื้อ เหล่านี้คืออาการของ "ลองโควิด" (Long Covid) ภาวะที่ผู้หายจากโควิด-19 บางคนเผชิญที่ผู้เชี่ยวชาญเองก็ยังไม่เข้าใจ และก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าเกณฑ์ที่จะวัดว่าเป็นอาการนี้คืออะไร

ขณะที่คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะรู้สึกดีขึ้นภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ แต่บางคนกลับมีอาการเรื้อรังไปนานกว่านั้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติในสหราชอาณาจักรระบุว่า คนราว 1 ใน 5 มีอาการลองโควิดหลังจากติดเชื้อครั้งแรกไปแล้ว 5 สัปดาห์ โดยในปัจจุบันมีคนกว่า 1 ล้านคนในสหราชอาณาจักรที่เผชิญอาการนี้ และเกรงว่าจะเพิ่มมากขึ้นจากการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน

คนราว 20% บอกว่าอาการเรื้อรังนี้นอกจากจะสร้างปัญหาด้านสุขภาพแล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการทำกิจวัตรประจำวัน และส่งผลกระทบทางการเงินด้วย

แบบสำรวจก่อนหน้านี้ชี้ว่า คนอายุระหว่าง 35 ถึง 49 ปี มีแนวโน้มมีอาการนี้มากที่สุด ตามมาด้วยคนอายุระหว่าง 50 ถึง 69 ปี โดยผู้หญิงมีแนวโน้มจะมีอาการนี้มากกว่า โดยผู้ที่ทำงานด้านการดูแลคนและในภาคสาธารณสุขมีอัตราการมีอาการนี้มากที่สุด ซึ่งอาจเป็นเพราะมีความรู้เรื่องนี้ดี และเสี่ยงต้องเผชิญกับเชื้อไวรัสมากกว่าคนทั่วไป

"ลองโควิดทำลายฉันแต่ฉันกำลังสู้กลับ"

ผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพหรือ "health coach" อย่าง จัสมิน เฮเยอร์ ต้องทิ้งชีวิตในลอนดอนและย้ายกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่หลังจากติดเชื้อโควิด-19 และยังมีอาการเรื้อรังมาต่อเนื่อง

เมื่อเดือน มี.ค. ที่แล้ว หลังมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่มาหนึ่งสัปดาห์ หญิงอังกฤษวัย 31 ปีผู้นี้เริ่มไม่ได้กลิ่นและไม่สามารถรับรสอะไรได้ เธอบอกว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของ "เดือนแห่งนรก" พร้อมเพื่อนในบ้านเดียวกันที่ล้มป่วยเพราะไวรัสร้ายนี้เหมือนกัน

แพทย์บอกให้เธออยู่บ้านจนหายไปเองเพราะเธอไม่ได้ไอและก็ไม่มีไข้ เธอรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะดี แต่เดือน พ.ค. เธอก็ทรุดลงอีกครั้งโดยหายใจแทบไม่ได้ แค่เดินไปมาในบ้านทำเธอ "รู้สึกเหมือนปอดกำลังร้อนเป็นไฟ"

Jasmine Hayer

ที่มาของภาพ, Jasmine Hayer

เดือน มิ.ย. เธอพยายามยืดตัวแค่ 10 นาที แต่นั่นทำให้เธอลุกไปไหนไม่ได้เลยอีก 1 สัปดาห์

น้ำหนักลด ประจำเดือนมาไม่ปกติ หัวใจเต้นเร็ว และนอนไม่หลับ เหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของอีกหลายอาการที่เธอต้องเผชิญ

นี่ทำให้เธอรู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า และร้องไห้อย่างควบคุมไม่ได้หลายครั้งต่อวัน

ถึงเดือน พ.ย. เธอตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่เพื่อพักฟื้น

"ฉันพบว่าแค่จัดที่นอนให้เข้าที่ ฉันก็หายใจไม่ทันไปหลายวัน ก็เลยต้องขอความช่วยเหลือ"

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่แพทย์บอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร บอกว่าเธอแค่วิตกกังวลเท่านั้น เธอบอกว่ารู้สึก "หัวใจสลาย" ที่เธอไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่ามีอาการนี้จริง ๆ

เฮเยอร์ บอกว่า เธอรู้สึกโดดเดี่ยวมากจนกระทั่งไปตรวจเจอแอนติบอดีจากการติดเชื้อ และจากนั้นคนค่อยเชื่อเธอขึ้นมาบ้าง

ต่อมา เธอลองออกไปเดินไกล ๆ เพราะรู้สึกเหมือนปอดจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ทรุดลงอีกครั้ง รู้สึกเหมือนพายุทอร์นาโด "พัดผ่าน" ปอด และก็ตรงเข้าไป "แทง" ที่หัวใจเธอ

2px presentational grey line

อาการของ "ลองโควิด"

  • คนส่วนมากที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะรู้สึกดีขึ้นภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ แต่บางคนกลับมีอาการเรื้อรังไปนานกว่านั้น
  • ลองโควิด เป็นปรากฏการณ์ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มีผู้เข้าใจมันมากพอ และยังไม่มีนิยามที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
  • อาการมีหลากหลายมาก ตั้งแต่ อ่อนเพลีย ไอ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ
  • คนราว 1 ใน 5 มีอาการลองโควิดหลังจากรับเชื้อไปแล้ว 5 สัปดาห์
  • คนอายุระหว่าง 35 ถึง 49 ปี มีแนวโน้มมีอาการนี้มากที่สุด ตามมาด้วยคนอายุระหว่าง 50 ถึง 69 ปี โดยผู้หญิงมีแนวโน้มจะมีอาการนี้มากกว่า
  • คนที่มีอาการโควิดไม่มากในระยะแรก ก็สามารถมีปัญหาลองโควิดได้
  • สำนักงานระบบสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (NHS England) ตั้งงบไว้ 400 ล้านบาท สำหรับคลินิกด้านลองโควิด

ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ NHS

2px presentational grey line

"ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย"

Jasmine Hayer

ที่มาของภาพ, Jasmine Hayer

คำบรรยายภาพ, เฮเยอร์ หวังว่าวันหนึ่งเธอจะได้กลับไปลอนดอนอีกครั้ง และฝึกเป็นครูโยคะต่อให้สำเร็จ

สถานการณ์ดีขึ้นตอนที่เธอไปรักษากับคลินิกโรคทรวงอกที่โรงพยาบาลรอยัลบรอมตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคลินิกที่ดูแลผู้ป่วยโควิดแบบระยะยาว 130 คน

ผลการตรวจพบว่าระดับการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดเธออยู่แค่ 53% ซึ่งคือระดับเดียวกับผู้ที่เป็นโรคทางปอด นอกจากนี้ แพทย์ยังพบลักษณะของการอุดตันบริเวณด้านบนของปอดขวาซึ่งคิดว่าอาจจะเป็นลิ่มเลือดอุดตันเล็ก ๆ ซึ่งทำให้เธอต้องเริ่มกินยาละลายลิ่มเลือด นอกจากนี้ จากการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง แพทย์ยังพบว่าเริ่มมีของเหลวไปเกาะตัวรอบหัวใจเธอด้วย

ตั้งแต่เริ่มทานยาละลายลิ่มเลือดอาการลิ่มเลือดอุดตันก็ดีขึ้น แต่การไหลเวียนของโลหิตและออกซิเจนไปสู่ปอดของเธอยังไม่ปกติ

JASMINE HAYER

ที่มาของภาพ, JASMINE HAYER

คำบรรยายภาพ, จัสมิน เฮเยอร์ ฝึกเป็นครูสอนโยคะ ก่อนจะติดเชื้อโรคโควิด-19

"ยายับยั้งอาการอักเสบที่ชื่อโคลซิซิน (colchicine) ช่วยให้มีอาการดีขึ้น แต่ยังโชคไม่ดีเพราะฉันกลับมาป่วยอีก ตอนนี้ฉันเดินได้อย่างช้า ๆ ครั้งละ 5 นาที ถ้าโชคดีฉันจะเดินแบบนี้ได้สัปดาห์ละหนึ่งวันแต่ก็ต้องเจ็บหน้าอกตามมา ฉันต้องเลือกว่าในแต่ละวันจะใช้เสียงพูดของตัวเอง หรือจะเคลื่อนไหวร่างกายดี เพราะฉันทำทั้งสองอย่างในวันเดียวกันไม่ได้"

แพทย์ไม่ทราบว่าทำไมออกซิเจนถึงไม่ไหลเวียนไปยังปอด ทั้งที่ปริมาณออกซิเจนโดยรวมในตัวของเฮเยอร์อยู่ในเกณฑ์ดี แพทย์ได้สแกนหลอดเลือดและพบว่าผลออกมาเป็นปกติ นั่นยิ่งทำให้แพทย์ประหลาดใจมากขึ้น

"ลองโควิด ทำลายฉัน" เฮเยอร์ เล่า "มันจองจำฉันทั้งทางร่างกายและจิตใจ"

ตอนนี้ เธอกังวลว่าคนที่กำลังเผชิญภาวะคล้าย ๆ เธอจะต้องทรมานเพราะไม่มีใครเชื่อ เธอจึงเริ่มเขียนบล็อกเพื่อบอกเล่าประสบการณ์เพื่อให้คนรู้เรื่องนี้ให้มากที่สุด

"ฉันได้รับข้อความขอบคุณมาจากคนทั่วโลก ดีใจมากตอนได้ยินว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเอาบล็อกฉันไปให้หมอดู ทำให้หมอก็ส่งเธอไปตรวจเพิ่มเติม"

"ฉันรู้ว่ามันโดดเดี่ยวและน่ากลัวแค่ไหนเวลาคุณต้องพยายามโน้มน้าวให้คนเชื่อ"

เฮเยอร์ หวังว่าวันหนึ่งเธอจะได้กลับไปลอนดอนอีกครั้ง และฝึกเป็นครูโยคะต่อให้สำเร็จ ระหว่างนี้ เธอหวังว่าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด

"ฉันเรียนรู้อะไรมามากมาย ตอนนี้แค่อยากจะแบ่งปันกับคนอื่น ๆ รวมถึงหมอที่ต้องรับมือกับอาการที่แปลกใหม่และซับซ้อนนี้ด้วย"

ขณะนี้เฮเยอร์เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในเยอรมนีเกี่ยวกับอาการที่เธอเป็น และยังร่วมในงานวิจัยระยะเวลา 2 ปี ของยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ที่ศึกษาผู้ป่วย 4,500 คน จากโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยลองโควิด 6 แห่งด้วย

รายงานชิ้นนี้ได้รับการปรับปรุงเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2021