อนุภาคไวรัสโควิด-19 ที่กระจายอยู่ทั่วโลกหนักเท่าไหร่

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มานน์ของอิสราเอล สามารถคำนวณมวลรวมและน้ำหนักโดยประมาณของอนุภาคไวรัส SARS-CoV-2 หรือไวรัสโควิดที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้ได้สำเร็จ
การคำนวณที่ดูเผิน ๆ เหมือนเกมเล่นฆ่าเวลายามว่างนี้ พบว่าไวรัสโควิดทั้งโลกซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในร่างกายของผู้ติดเชื้อ อาจมีน้ำหนักรวมได้ตั้งแต่ 100 กรัม หรือเท่ากับแอปเปิล 1 ผล ไปจนถึงน้ำหนักระดับ 10 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับเด็กวัย 1-3 ขวบที่กำลังหัดเดินเตาะแตะ 1 คน
ข้อมูลที่ได้จากการคำนวณข้างต้น นอกจากจะคลายความสงสัยใครรู้เป็นพิเศษของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องได้แล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ในการคาดการณ์และวางแผนรับมือโรคระบาด ในกรณีของโควิด-19 รวมทั้งเชื้อไวรัสกลายพันธุ์รูปแบบใหม่ ๆ ได้อีกด้วย
วิธีคำนวณมวลรวมของไวรัสโควิดดังกล่าว ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร PNAS ฉบับวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าผู้ติดเชื้อแต่ละคนมีอนุภาคไวรัสในร่างกายได้ตั้งแต่ราว 1 หมื่นล้านอนุภาค ไปจนถึง 1 แสนล้านอนุภาค และในช่วงการระบาดใหญ่จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อโดยเฉลี่ยทั่วโลกตั้งแต่ราว 1 ล้านคน ไปจนถึง 10 ล้านคนอยู่เสมอ
การคำนวณเริ่มต้นโดยใช้ผลตรวจหาจำนวนอนุภาคไวรัสโควิด ที่พบในเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของลิงวอก (Rhesus monkey) ขณะที่มันกำลังติดเชื้อในระดับสูงสุด โดยนำเอาจำนวนเฉลี่ยของไวรัสที่พบในเนื้อเยื่อลิง 1 กรัม มาคูณด้วยปริมาณมวลรวมของเนื้อเยื่อมนุษย์ จนทราบถึงตัวเลขโดยประมาณของจำนวนอนุภาคไวรัสที่มีในคน 1 คนได้
ผลวิจัยจากขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของไวรัสโควิดก่อนหน้านี้ ทำให้เราทราบว่าแต่ละอนุภาคมีมวลราว 1 เฟมโตกรัม หรือ 10 ยกกำลัง -15 กรัม หากเอาจำนวนนี้คูณด้วยอนุภาคไวรัสที่พบโดยเฉลี่ยใน 1 คน ก็จะทราบได้ถึงมวลของไวรัสโควิดในร่างกายมนุษย์ขณะที่มีการติดเชื้อระดับสูงสุด ซึ่งพบว่าอยู่ระหว่าง 1-10 ไมโครกรัมต่อคน ทำให้ไม่ยากต่อการคำนวณหาน้ำหนักรวมของไวรัสจากข้อมูลประชากรที่ติดเชื้อทั้งหมดต่อไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปัจจุบันสถิติที่เป็นยอดสะสมของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดทั่วโลกอยู่ที่ 137 ล้านคน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 3.7 ล้านคน
การคำนวณแบบเดียวกันนี้ ยังช่วยให้ทราบว่าไวรัสโควิดมีวิวัฒนาการและกลายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็วเพียงใดด้วย โดยทีมผู้วิจัยพบว่าตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่คนผู้หนึ่งติดเชื้อ ไวรัสโควิดจะสามารถเกิดการกลายพันธุ์ได้ตั้งแต่ 0.1 ไปจนถึง 1 ตำแหน่งในจีโนมของมัน และอาจเกิดการกลายพันธุ์สะสมได้ถึง 3 ตำแหน่ง ภายในระยะเวลา 1 เดือน
"เรายังหวังว่าผลการศึกษานี้จะช่วยไขข้อข้องใจ เรื่องที่ว่าซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Superspreader) หรือผู้ติดเชื้อเพียงรายเดียวแต่แพร่เชื้อออกไปเป็นวงกว้าง เกิดมาจากการที่ผู้ติดเชื้อมีจำนวนอนุภาคไวรัสในร่างกายสูง หรือเกิดจากพฤติกรรมทางสังคมที่มักเข้าใกล้ชิดผู้อื่นกันแน่" ทีมผู้วิจัยกล่าวทิ้งท้าย











