ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องคุมเข้มห้องปฏิบัติการที่หละหลวม หวั่นเปิดช่องก่อการร้าย

ที่มาของภาพ, EPA
- Author, จอห์น ซิมป์สัน
- Role, บรรณาธิการเหตุการณ์โลก
เราได้เห็นกันแล้วว่า ไวรัสที่ควบคุมไม่อยู่สามารถทำให้เกิดอะไรขึ้นกับโลกที่มีประชากรล้นโลกและมีการไปมาหาสู่กันง่ายดาย มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้วราว 166 ล้านคน ในช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา
ยอดรวมผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากโควิด-19 อยู่ที่ 3.4 ล้านคน แม้ว่าองค์การอนามัยโลก (World Health Organization--WHO) ระบุว่า ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 8 ล้าน หรือมากกว่านั้น
สหรัฐฯ เพิ่งประกาศว่า จะมีการตรวจสอบหาต้นตอของไวรัสที่ทำให้เกิดโควิดรวมถึงความเป็นไปได้ที่ว่า อาจจะหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่น แม้ว่า WHO ระบุก่อนหน้านี้ในปีนี้ว่า ทฤษฎีนี้ "มีความเป็นไปได้น้อยมาก" แต่เราได้รู้แล้วว่า มีความเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อโรคมรณะหลุดออกมาได้
ขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านสงครามชีวภาพได้เรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มจี 7 ซึ่งเป็นชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ ให้พิจารณาบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเตือนว่าห้องปฏิบัติการที่มีการควบคุมอย่างหละหลวมเป็นช่องทางสำหรับผู้ก่อการร้าย
พ.อ. เฮมิช เด เบรตตัน-กอร์ดอน เป็นทหารที่ผันตัวมาเป็นนักวิชาการ เขาเคยเป็นผู้บัญชาการกรมร่วมนิวเคลียร์และรังสีวิทยา ชีววิทยาและเคมี (Joint Chemical, Biological, Radiological and Nuclear Regiment) ของอังกฤษ เขาเคยตรวจสอบผลกระทบโดยตรงของสงครามชีวภาพและเคมีโดยเฉพาะในอิรักและซีเรียมาแล้ว
"โชคร้ายที่ผมใช้ชีวิตหลายปีในที่ต่าง ๆ ที่มีรัฐบาลที่ทุจริต ซึ่งต้องการทำร้ายประชาชน ผมคิดว่า ห้องปฏิบัติการเหล่านี้เป็นโอกาสสำหรับผู้ก่อการร้ายและคนอื่น ๆ และขึ้นอยู่กับเราว่า จะทำให้มันเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับพวกเขาหรือไม่" เขากล่าว
เห็นกันแล้วว่า มาตรการควบคุมระดับนานาชาติต่อศูนย์ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งมีการสร้างและศึกษาไวรัสอันตรายอยู่ มีความหละหลวมอย่างน่ากังวล
มีการแบ่งห้องปฏิบัติการที่ทำงานกับเชื้อโรคร้ายชนิดต่าง ๆ ตามกลุ่มความเสี่ยงอันตรายทางชีวภาพตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับเสี่ยงสูงสุด ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการทั่วโลกถูกจัดอยู่ในระดับ 4 อยู่ราว 50 แห่ง หนึ่งในนั้นคือห้องปฏิบัติการพอร์ตัน ดาวน์ (Porton Down) ใกล้กับเมืองซาลิสเบอรี ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยทางเคมีและชีวภาพที่เป็นความลับสุดยอดของอังกฤษ
พอร์ตัน ดาวน์มักจะได้รับการยกย่องว่ามีความปลอดภัยได้มาตรฐานสากล และห้องปฏิบัติการระดับ 4 ได้รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดมาก แต่ห้องปฏิบัติการระดับ 3 ซึ่งมีการควบคุมที่เข้มงวดน้อยลงมีจำนวนมากกว่ามาก
พ.อ. เด เบรตตัน-กอร์ดอนกล่าวว่า มีห้องปฏิบัติการระดับ 3 อยู่มากกว่า 3,000 แห่ง ทั่วโลก ส่วนใหญ่แล้วใช้สำหรับการวิจัยทางการแพทย์ แต่ก็มักจะมีการเก็บรักษาไวรัสที่ใช้ในการทดลองอย่างโควิด-19 ไว้ และห้องปฏิบัติการเหล่านี้ในบางประเทศอย่าง อิหร่าน ซีเรีย และเกาหลีเหนือ เป็นที่น่ากังวล

ที่มาของภาพ, AFP
เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงทางชีววิทยา การวิจัยด้านอาวุธเคมีได้รับการควบคุมที่ดีกว่ามาก องค์กรห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemical Weapons--OPCW) ก่อตั้งขึ้นตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention) ในปี 1997 และมีสมาชิก 193 ประเทศ องค์กรนี้มีอำนาจในการลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ไม่มีการพัฒนาและการวิจัยผิดกฎหมายเกิดขึ้น
อย่างที่เห็นกันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซีเรีย แม้ว่า OPCW ไม่สามารถยุติการผลิตและการใช้อาวุธเคมีได้ แต่ก็ยังมีและปฏิบัติหน้าที่อยู่
การควบคุมการวิจัยและอาวุธทางชีวภาพ มีความเข้มงวดน้อยกว่านั้น อนุสัญญาว่าด้วยอาวุธชีวภาพ (Biological Weapons Convention--BWC) ซึ่งห้ามอาวุธที่ใช้สารพิษและอาวุธชีวภาพ มีผลบังคับใช้ในปี 1975 แต่มีประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกน้อยกว่า และไม่เคยเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การตรวจสอบที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประเทศสมาชิกจะปฏิบัติตามเงื่อนไขได้อย่างเต็มที่
พ.อ. เด เบรตตัน-กอร์ดอนหวังว่า ความเสี่ยงที่เกิดจากศูนย์ชีวภาพทั่วโลกจะได้รับการหารือในการประชุมสุดยอดจี 7 ในเดือน มิ.ย. นี้ และเขาได้โน้มน้าวให้รัฐมนตรีของรัฐบาลสหราชอาณาจักรผลักดันให้เกิดการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น ผู้ที่ให้การสนับสนุนเขารวมถึง นายพลเดวิด พีเทรอุส อดีตผู้บัญชาการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA ด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ผมคิดว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทุกคนต่างก็ต้องการสนับสนุนข้อเสนอแนะนี้ ผู้นำโลกควรผลักดันเรื่องนี้ บางประเทศ เช่น เกาหลีเหนือ อาจคัดค้านแนวคิดนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ผมคิดว่าประเทศส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดขึ้น" นายพลพีเทรอุสกล่าว
ช่วงระหว่างปี 2007-2008 นายพลพีเทรอุส เป็นผู้บัญชาการกองกำลังนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ในอิรัก ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของซัดดัม ฮุสเซน และมีการพัฒนาอาวุธเคมีและชีวภาพขึ้นแน่ แม้ว่าจะไม่มีการพบอาวุธเหล่านี้เลยในช่วงที่มีการบุกอิรักนำโดยสหรัฐฯ ในปี 2003 ช่วงที่เขาบริหารซีไอเอ ได้ตอกย้ำความกังวลของเขาที่ว่า อาวุธชีวภาพที่อยู่ในน้ำมือรัฐบาลฉ้อฉล อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างรุนแรงขึ้นได้
หลายชาติได้เรียกร้องให้เพิ่มการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์มานานหลายสิบปีแล้ว และต่อมาก็ได้เพิ่มการควบคุมอาวุธเคมี การวิจัยและการผลิตอาวุธเหล่านี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนมากจากสิ่งเหล่านี้ โดยอาวุธเคมีทำให้ชาวเคิร์ดในอิรักเสียชีวิตหลายพันคนในปี 1988 และมีชาวซีเรียไม่ทราบจำนวนเสียชีวิตในช่วงสงครามกลางเมืองในปัจจุบัน
แต่เมื่อพิจารณาถึงประชากร 8 ล้านคนที่อาจเสียชีวิตจากโควิด ความเป็นไปได้ที่ไวรัสนี้อาจหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการ 1 ใน 3,000 แห่ง หรือมากกว่านั้น ซึ่งยังไม่ได้มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ทำให้ความเสี่ยงทางชีวภาพมีอันตรายกว่านี้มาก










