สหราชอาณาจักรทดลองระดับคลินิก ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ต้านโควิดสายพันธุ์ใหม่ ครั้งแรกของโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐบาลสหราชอาณาจักรขอให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร ในโครงการทดสอบวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งจะใช้ฉีดเสริมเพื่อให้เกิดภูมิต้านทานเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ทุกชนิด
การทดลองในประชากรกลุ่มใหญ่หรือการทดลองระดับคลินิกดังกล่าว จะมีขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกในเดือนมิถุนายนนี้ โดยประชากรวัยทำงานและผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป ซึ่งได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิดสองเข็มแรกแล้ว จะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการทดสอบ เพื่อประเมินถึงประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของวัคซีนเสริมเข็มนี้
ข้อมูลที่ได้จากการทดลองข้างต้นจะช่วยให้รัฐบาลตัดสินใจได้ว่า จำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันเข็มที่ 3 ให้กับประชากรกว่า 20 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนโควิดไปครบถ้วนก่อนหน้านี้แล้วหรือไม่ เพื่อป้องกันการระบาดระลอกใหม่จากไวรัสกลายพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวครั้งหน้า
- โควิด-19: ลำดับเหตุการณ์ แผนที่ อินโฟกราฟิก ยอดติดเชื้อ-เสียชีวิตในไทยและทั่วโลก
- วัคซีนโควิด: เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวัคซีนของซิโนแวคที่ไทยซื้อเพิ่มอีกหลายล้านโดส
- เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มเสี่ยง
- รู้จักวัคซีนโควิดของ "โมเดอร์นา" ที่รัฐอนุมัติให้ รพ.เอกชนจัดหาเป็นทางเลือก
- วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กับผลข้างเคียงที่พึงระวัง
โครงการทดลองวัคซีนเข็มที่ 3 นี้มีชื่อว่า "โคฟ-บูสต์" (CoV-Boost) เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ซึ่งจะใช้อาสาสมัครทุกกลุ่มอายุจำนวน 3,000 คน จากสถานที่ 18 แห่งทั่วประเทศ โดยคนกลุ่มนี้ต้องเป็นผู้ที่รับวัคซีนโควิดเข็มแรกไปในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หรือเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อาสาสมัครจะต้องเขียนบันทึกเพื่อรายงานผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 โดยละเอียด และเจ้าหน้าที่จะติดตามทดสอบประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันหลังจากนั้นเป็นระยะ ทั้งในช่วงหลังฉีดไปแล้ว 1 เดือน 3 เดือน และ 12 เดือน โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดมาวิเคราะห์ว่ามีแอนติบอดีเกิดขึ้นในระดับที่สูงพอหรือไม่
การทดสอบนี้จะทำกับวัคซีนที่สหราชอาณาจักรได้สั่งซื้อมาใช้แล้วทั้ง 7 ชนิด ได้แก่วัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca), โมเดอร์นา (Moderna), ไฟเซอร์ (Pfizer), โนวาแวกซ์ (Novavax), แจนส์เซน (Janssen), วัลนีวา (Valneva) และเคียวร์แว็ก (CureVac)

ที่มาของภาพ, AFP
นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการทดลองโคฟ-บูสต์ ระบุว่า แม้วัคซีนเข็มที่ 3 นี้จะเป็นวัคซีนโควิดแบบธรรมดาที่ยังไม่ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อต้านไวรัสกลายพันธุ์ แต่คาดว่าวัคซีนที่ฉีดเสริมจะช่วยกระตุ้นให้มีแอนติบอดีเพิ่มขึ้นมากพอ จนสามารถต้านทานไวรัสกลายพันธุ์ทุกรูปแบบที่แพร่ระบาดอยู่ได้
ศาสตราจารย์ ซอล เฟาสต์ จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ผู้นำทีมวิจัยของโครงการทดลองโคฟ-บูสต์ บอกว่า "เราไม่ได้ทดสอบเพื่อตัดสินว่าวัคซีนตัวใดดีกว่ากัน แต่ทำเพื่อดูว่ามีความจำเป็นต้องให้วัคซีนเข็มที่ 3 หรือไม่ เพราะบางกลุ่มอายุอาจไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีนเสริมนี้ แต่บางกลุ่มก็อาจมีความจำเป็นอยู่ คาดว่าผลทดลองที่ได้จากวัคซีนทุกตัวจะไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงใด ๆ ตามมา"











