อิสราเอล-ปาเลสไตน์ : ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับที่ก่อจลาจลคือใคร

Israeli Arab women voting in the village of Jaljuliya

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลและดินแดนปาเลสไตน์ต้องเผชิญกับเหตุรุนแรงที่ทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองล็อดทางตอนกลางของประเทศ หลังชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับก่อจลาจล

นี่ถือเป็นจังหวะเวลาที่สำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1966 ที่รัฐบาลอิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินในบริเวณที่มีชุมชนเชื้อสายอาหรับอาศัยอยู่

ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับคือใครกัน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในครั้งนี้อย่างไร

ประวัติศาสตร์

คุณอาจเคยได้ยินที่อิสราเอลถูกเรียกขานว่ารัฐของชาวยิว แต่อย่าลืมว่าคนที่ไม่ใช่ชาวยิวก็อาศัยอยู่ในประเทศนี้เช่นกัน

คนที่มีเชื้อสายอาหรับเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อย มีรากเหง้ามาจากชาวปาเลสไตน์ แต่ถือสัญชาติอิสราเอล

จากจำนวนประชากรในอิสราเอลกว่า 9 ล้านคน มีคนราว 1 ใน 5 หรือประมาณ 1.9 ล้านคน เป็นชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ คนเหล่านี้เป็นชาวปาเลสไตน์ที่ยังคงอาศัยอยู่ในเขตพรมแดนอิสราเอลหลังการสถาปนาขึ้นเป็นรัฐในปี 1948 ขณะที่มีเพื่อนเชื้อชาติเดียวกันถึง 7.5 แสนคนที่ลี้ภัยออกไป หรือถูกขับไล่ออกจากบ้านเรือนในสงครามที่เกิดขึ้นตามมา

รถยนต์ถูกเผา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สื่ออิสราเอลรายงานว่า รถยนต์หลายคันและห้างร้านหลายแห่งถูกจุดไฟเผา ระหว่างเหตุจลาจลในเมืองล็อด

ผู้ที่ย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณติดกับพรมแดนอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์และกาซา และในค่ายผู้ลี้ภัยทั่วภูมิภาค

ส่วนกลุ่มคนที่ยังอยู่ในอิสราเอลเรียกตัวเองว่าชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ ชาวอิสราเอลเชื้อสายปาเลสไตน์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าชาวปาเลสไตน์

ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม รองลงมาเป็นศาสนาคริสต์

พวกเขามีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่อิสราเอลจัดการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 1949 แต่ก็บอกว่าพวกเขาถูกเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบมาหลายทศวรรษแล้ว

การผสมผสาน

Dr. Limor Rubin (2nd R) and nurses put on protective gear, as they prepare to enter an isolated ward to treat Covid-19 patients

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แพทย์ชาวยิวและอาหรับร่วมมือกันช่วยคนไข้ระหว่างการระบาดของโควิด-19

การที่ชาวอาหรับและชาวยิวจะใช้พื้นที่ในเมืองร่วมกันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ในช่วงการรับมือกับโควิด-19 ที่ผ่านมา พวกเขาก็ร่วมมือร่วมใจกันอย่างดี

คนทั้งสองกลุ่มใช้บริการระบบสาธารณสุขของประเทศร่วมกัน มีแพทย์ 20% พยาบาล 25% และเภสัชกร 50% ที่เป็นชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ

อย่างไรก็ดี การจะค้นหาว่าอะไรคือลักษณะร่วมในระดับชาติของคนทั้งสองกลุ่มแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยกตัวอย่างในเรื่องการเกณฑ์ทหาร เป็นที่รู้กันว่ากองทัพมีบทบาทสำคัญในอิสราเอล และชาวยิวถูกบังคับให้ต้องรับใช้ชาติ แต่ชาวอาหรับได้รับการยกเว้นจากการเกณฑ์ทหาร

คำบรรยายวิดีโอ, ชาวปาเลสไตน์ปะทะตำรวจอิสราเอล

การเลือกปฏิบัติ

คนแห่โลงศพ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การประท้วงในเมืองล็อดเกิดขึ้นหลังจากงานศพของชายชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ ที่เสียชีวิตระหว่างความไม่สงบในเมืองในวันก่อนหน้า

ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับบอกว่าพวกเขาถูกเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบในประเทศของตัวเองมาหลายทศวรรษแล้ว และองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่งก็เห็นด้วย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า อิสราเอลเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบต่อชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในอิสราเอล

จากรายงานเมื่อเดือน เม.ย. 2021 ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) บอกว่า ทางการอิสราเอลปกครองแบบแบ่งแยกชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ทั้งต่อชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในอิสราเอลและในดินแดนปาเลสไตน์ด้วย

อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลบอกว่ารายงานนี้ "ไร้สาระสิ้นดีและเป็นเท็จ"

ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับบอกว่า นานมาแล้วที่รัฐบาลมักยึดครองที่ดินของพวกเขา และบอกว่าถูกทางการอิสราเอลเลือกปฏิบัติในการจัดสรรงบประมาณประเทศ

นอกจากนี้ กฎหมายที่บังคับใช้ต่อคนสองกลุ่มก็ต่างกันด้วย เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการเป็นพลเมือง ชาวยิวนั้นสามารถขอหนังสือเดินทางอิสราเอลได้ทันที โดยไม่ต้องพิจารณาว่ามีพื้นเพมาจากที่ไหน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ที่ถูกขับไล่และลูก ๆ ของพวกเขาไม่ได้รับสิทธินั้น

เมื่อปี 2018 สภาผู้แทนราษฎรอิสราเอลผ่านกฎหมายที่มีผลให้ภาษาอารบิกและภาษาฮีบรูไม่ถือเป็นภาษาราชการอีกต่อไป และยังประกาศว่าชาวยิวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการกำหนดการปกครองของชาติตัวเอง

ขณะที่ ส.ส. ที่เป็นชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ บอกว่ากฎหมายนี้คือการยกให้ "ชาวยิวเป็นผู้ที่เหนือกว่า" ส่วนชาวอาหรับจะเป็นได้แค่พลเมืองชั้นสอง

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับรองสิทธิพลเมืองทุกคน แต่ก็บอกว่า "เสียงส่วนใหญ่เป็นผู้ตัดสิน"