โควิด-19 : วิกฤตในอินเดีย เตียงไม่พอ หมอขาด ญาติพากลับบ้านมารักษาตัว

: Covid-19 patients wear medical oxygen masks outside a hospital before admission as pandemic situation has drastically deteriorated in the county in Kolkata, India on April 24, 2021.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, วิกาส ปันเดย์
    • Role, บีบีซี นิวส์, นิวเดลี

โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในกรุงนิวเดลี และอีกหลายเมืองของอินเดียกำลังเผชิญคลื่นผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลจนไม่มีเตียงว่างเหลืออยู่เลย ส่งผลให้ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองที่บ้าน โดยที่ครอบครัวพยายามรักษาผู้ป่วยด้วยยาและออกซิเจนจากตลาดมืดที่มีราคาสูงลิบลิ่ว

อังศุ ปรียา ใช้เวลาตลอดวันที่ 25 เม.ย. หาถังออกซิเจนให้พ่อสามีที่มีอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่องจากโควิด-19 เธอไม่สามารถหาโรงพยาบาลในกรุงนิวเดลีและพื้นที่ใกล้เคียงได้

หลังจากการเสาะหาซื้อถังออกซิเจนตามร้านค้าต่าง ๆ ไม่เป็นผล อังศุต้องจำใจไปหาซื้อในตลาดมืด ซึ่งเธอจ่ายเงินไปถึง 50,000 รูปี (ราว 20,770 บาท) สำหรับออกซิเจน 1 ถัง ซึ่งตามปกติมีราคา 6,000 รูปี

ขณะเดียวกัน แม่สามีของอังศุก็มีปัญหาในการหายใจเช่นกัน และมันทำให้เธอเป็นกังวลมาก เธอเล่าให้ทีมข่าวบีบีซีฟังว่า อาจไม่มีเงินพอจะซื้อถังออกซิเจนจากตลาดมืดได้อีก

เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ ทีมข่าวบีบีซีได้โทรศัพท์ไปยังผู้จัดจำหน่ายถังออกซิเจนหลายราย และพบว่าส่วนใหญ่ต่างโก่งราคาขึ้นอย่างน้อย 10 เท่าจากราคาในช่วงเวลาปกติ

ปัญหาที่ครอบครัวของอังศุกำลังเผชิญเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในอินเดียขณะนี้ โรงพยาบาลในหลายเมือง เช่น กรุงนิวเดลี เมืองนอยดา เมืองลัคเนา เมืองอัลลาฮาบาด และเมืองอินเทาร์ หรือ อินดอร์ ต่างไม่มีเตียงว่างที่จะรองรับคนไข้ ทำให้หลายครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยเองที่บ้านตามความสามารถที่มี

A family member of Covid-19 patient carries an empty cylinder to refill outside the oxygen filling centre at Dilshad Garden Area on April 25, 2021 in New Delhi, India.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ออกซิเจนมีราคาสูงขึ้นอย่างน้อย 10 เท่าในวิกฤตโควิดระลอกสองของอินเดีย

สถานการณ์ย่ำแย่เป็นพิเศษในกรุงนิวเดลี ซึ่งเตียงในห้องไอซียูเต็มทั้งหมด ส่งผลให้ครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์ต้องจ้างพยาบาลมาดูแลสมาชิกครอบครัวที่ป่วยด้วยโควิด-19 ที่บ้าน และใช้บริการรักษาทางไกลจากแพทย์เพื่อต่อลมหายใจให้บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา

การระบาดรุนแรงระลอกที่สองนี้ ทำให้อินเดียทำสถิติพบผู้ติดโควิด-19 รายวันมากที่สุดต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว โดยวันที่ 26 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 352,991 คน และมีผู้เสียชีวิต 2,812 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงราวกับ "คลื่นสึนามิ" กำลังท่วมท้นระบบบริการสาธารณสุขของอินเดีย ทำให้กระบวนการตรวจประเมินอาการของคนไข้ ตั้งแต่การตรวจเลือด ไปจนถึงการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ ซีที สแกน และการตรวจเอกซเรย์ ต้องใช้เวลายาวนานขึ้นเพราะมีผู้ใช้บริการล้นหลาม

แพทย์ระบุว่า ความล่าช้าเหล่านี้ ทำให้คนไข้หลายคนตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที ทีมข่าวบีบีซีได้รับข้อมูลว่าคนไข้หลายคนพบเตียงว่างในโรงพยาบาลแต่แพทย์ยังไม่รับตัวเข้ารักษา เพราะยังไม่มีผลตรวจโควิด-19 ที่เป็นบวกมาแสดง

A public notice hangs outside Shanti Mukund Hospital notifying shortage of oxygen beds, on April 22, 2021 in New Delhi, India.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โรงพยาบาลแห่งหนึ่งติดป้ายประกาศหยุดรับคนไข้ชั่วคราวเพราะขาดแคลนออกซิเจน

วิกฤตออกซิเจน

อนุช ติวารี เป็นอีกคนที่จ้างพยาบาลมาช่วยในการรักษาพี่ชายของเขาที่บ้าน หลังจากถูกโรงพยาบาลหลายแห่งปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเตียงว่าง และไม่สามารถรับคนไข้รายใหม่ได้เพราะขาดแคลนออกซิเจน

มีรายงานว่าวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนทำให้มีคนไข้เสียชีวิตแล้วหลายราย ขณะที่โรงพยาบาลต่างขอความช่วยเหลือและเตือนว่ามีออกซิเจนสำรองเหลือใช้งานได้อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้รัฐบาลอินเดียเร่งจัดส่งความช่วยเหลือไปให้

เช่นเดียวกับนานาชาติ ที่ต่างเร่งส่งอุปกรณ์การแพทย์ไปช่วยอินเดีย เช่น สหราชอาณาจักรเริ่มส่งเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ขณะที่สมาชิกอียูก็เตรียมส่งความช่วยเหลือไปให้เช่นกัน ส่วนสหรัฐฯ ยกเลิกข้อห้ามการส่งวัตถุดิบไปต่างประเทศ เพื่อให้อินเดียสามารถผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้มากขึ้น

คำบรรยายวิดีโอ, อินเดียเผชิญวิกฤตขาดแคลนออกซิเจน ขณะผู้ป่วยโควิดพุ่งไม่หยุด

ยาในตลาดมืด

อนุช ติวารี เล่าให้บีบีซีฟังต่อว่า เขาได้จ่ายเงินก้อนโตซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) เพื่อช่วยให้พี่ชายหายใจได้ นอกจากนี้หมอยังบอกให้เขาจัดหายาต้านไวรัส "เรมเดซิเวียร์" (remdesivir) ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินในอินเดีย โดยเป็นยาต้านไวรัสอีโบลา แต่แพทย์สั่งจ่ายยาชนิดนี้เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิดอย่างแพร่หลาย แม้จะยังมีข้อถกเถียงทั่วโลกก็ตาม

อนุช หาซื้อยาดังกล่าวตามร้านขายยาทั่วไปไม่ได้ เขาจึงต้องไปหาซื้อในตลาดมืด เพราะแพทย์ระบุว่าพี่ชายเขาอาจต้องเข้าโรงพยาบาลในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง และจะต้องใช้ยาเรมเดซิเวียร์ในการรักษา

"ไม่มีเตียงว่างเลย ผมจะทำอย่างไร ผมไม่สามารถพาเขาไปที่อื่นได้ เพราะผมใช้เงินไปมากแล้ว และมีเหลืออยู่ไม่มากนัก" เขากล่าว พร้อมชี้ว่า "การต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยโควิดได้เปลี่ยนจากที่โรงพยาบาลมาเป็นที่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเป็นภารกิจที่ยากลำบากเพราะ "เราไม่สามารถเข้าถึงออกซิเจนได้โดยง่าย"

ส่วนยาอีกชนิดที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงคือ "โทซิลิซูแมบ" (tocilizumab) ซึ่งตามปกติใช้รักษาโรคข้ออักเสบ (arthritis) แต่งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่ามันสามารถลดโอกาสป่วยหนักจากโควิด-19 ซึ่งคนไข้จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจได้

แพทย์มักสั่งจ่ายยาชนิดนี้ให้คนไข้อาการหนักมาก แต่ปัจจุบันยาชนิดนี้ได้หายไปจากท้องตลาด ขณะที่บริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายก็ประสบปัญหาในการจัดหายาให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ตามปกติยาโทซิลิซูแมบ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 32,480 รูปี ต่อปริมาณ 400 มิลลิกรัม แต่คามัล กุมาร ซื้อยา 1 โดสให้พ่อของเขาในราคา 250,000 รูปี ซึ่งแม้จะเป็นราคาที่สูงลิบลิ่วแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

Grieving relatives and family members of Covid victims wait outside Maulana Azad Medical College mortuary to collect their bodies, on April 25, 2021 in New Delhi, India

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ครอบครัวต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตสมาชิกที่ป่วยเป็นโควิดซึ่งถูกปฏิเสธการรักษาจากโรงพยาบาล

นพ.อนันต์ พาน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ชี้ว่า รัฐบาลควรเป็นฝ่ายจัดซื้อยาเหล่านี้ในปริมาณที่มาก เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อหาได้ในราคาถูก

"หลายคนไม่สามารถซื้อยาในราคาปกติดได้ และไม่ต้องพูดถึงราคาในตลาดมืด เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงการไม่วางแผน รัฐบาลล้มเหลวในการคาดการณ์และวางแผนรับมือการระบาดระลอกที่สอง...ประชาชนจึงถูกทิ้งให้ต้องเผชิญเรื่องนี้ตามยถากรรม"

นอกจากปัญหาการโก่งราคายาแล้ว บีบีซียังพบการขายยาเรมเดซิเวียร์ปลอมในตลาดมืด รวมทั้งการหลอกขายยาโดยไม่มีการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อด้วย

พนักงานด้านไอทีคนหนึ่งที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ เล่าให้บีบีซีฟังว่าเขาต้องการซื้อถังออกซิเจนและยาเรมเดซิเวียร์ หลังจากได้ข้อมูลทางทวิตเตอร์ เมื่อเขาติดต่อคนขายก็ได้รับแจ้งให้วางเงินมัดจำ 10,000 รูปี

"พอผมโอนเงินไป คนขายก็บล็อกเบอร์ผมทันที" เขาเล่า

แม้ทางการหลายรัฐจะให้คำมั่นที่จะปราบปรามการขายยาเรมเดซิเวียร์ในตลาดมืด และได้จับกุมผู้กระทำผิดไปบางส่วน แต่ก็ยังมีการทำผิดกันอย่างดาษดื่น

อนุช ติวารี บอกอย่างสิ้นหวังว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซื้อของเหล่านี้

"ดูเมือนว่าคุณไม่สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ และตอนนี้คุณก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนที่รักได้แม้แต่ที่บ้าน"