โควิด-19 : วิกฤตในอินเดีย เตียงไม่พอ หมอขาด ญาติพากลับบ้านมารักษาตัว

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, วิกาส ปันเดย์
- Role, บีบีซี นิวส์, นิวเดลี
โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในกรุงนิวเดลี และอีกหลายเมืองของอินเดียกำลังเผชิญคลื่นผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลจนไม่มีเตียงว่างเหลืออยู่เลย ส่งผลให้ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองที่บ้าน โดยที่ครอบครัวพยายามรักษาผู้ป่วยด้วยยาและออกซิเจนจากตลาดมืดที่มีราคาสูงลิบลิ่ว
อังศุ ปรียา ใช้เวลาตลอดวันที่ 25 เม.ย. หาถังออกซิเจนให้พ่อสามีที่มีอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่องจากโควิด-19 เธอไม่สามารถหาโรงพยาบาลในกรุงนิวเดลีและพื้นที่ใกล้เคียงได้
หลังจากการเสาะหาซื้อถังออกซิเจนตามร้านค้าต่าง ๆ ไม่เป็นผล อังศุต้องจำใจไปหาซื้อในตลาดมืด ซึ่งเธอจ่ายเงินไปถึง 50,000 รูปี (ราว 20,770 บาท) สำหรับออกซิเจน 1 ถัง ซึ่งตามปกติมีราคา 6,000 รูปี
ขณะเดียวกัน แม่สามีของอังศุก็มีปัญหาในการหายใจเช่นกัน และมันทำให้เธอเป็นกังวลมาก เธอเล่าให้ทีมข่าวบีบีซีฟังว่า อาจไม่มีเงินพอจะซื้อถังออกซิเจนจากตลาดมืดได้อีก
เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ ทีมข่าวบีบีซีได้โทรศัพท์ไปยังผู้จัดจำหน่ายถังออกซิเจนหลายราย และพบว่าส่วนใหญ่ต่างโก่งราคาขึ้นอย่างน้อย 10 เท่าจากราคาในช่วงเวลาปกติ
ปัญหาที่ครอบครัวของอังศุกำลังเผชิญเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในอินเดียขณะนี้ โรงพยาบาลในหลายเมือง เช่น กรุงนิวเดลี เมืองนอยดา เมืองลัคเนา เมืองอัลลาฮาบาด และเมืองอินเทาร์ หรือ อินดอร์ ต่างไม่มีเตียงว่างที่จะรองรับคนไข้ ทำให้หลายครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยเองที่บ้านตามความสามารถที่มี

ที่มาของภาพ, Getty Images
สถานการณ์ย่ำแย่เป็นพิเศษในกรุงนิวเดลี ซึ่งเตียงในห้องไอซียูเต็มทั้งหมด ส่งผลให้ครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์ต้องจ้างพยาบาลมาดูแลสมาชิกครอบครัวที่ป่วยด้วยโควิด-19 ที่บ้าน และใช้บริการรักษาทางไกลจากแพทย์เพื่อต่อลมหายใจให้บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา
การระบาดรุนแรงระลอกที่สองนี้ ทำให้อินเดียทำสถิติพบผู้ติดโควิด-19 รายวันมากที่สุดต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว โดยวันที่ 26 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 352,991 คน และมีผู้เสียชีวิต 2,812 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงราวกับ "คลื่นสึนามิ" กำลังท่วมท้นระบบบริการสาธารณสุขของอินเดีย ทำให้กระบวนการตรวจประเมินอาการของคนไข้ ตั้งแต่การตรวจเลือด ไปจนถึงการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ ซีที สแกน และการตรวจเอกซเรย์ ต้องใช้เวลายาวนานขึ้นเพราะมีผู้ใช้บริการล้นหลาม
แพทย์ระบุว่า ความล่าช้าเหล่านี้ ทำให้คนไข้หลายคนตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที ทีมข่าวบีบีซีได้รับข้อมูลว่าคนไข้หลายคนพบเตียงว่างในโรงพยาบาลแต่แพทย์ยังไม่รับตัวเข้ารักษา เพราะยังไม่มีผลตรวจโควิด-19 ที่เป็นบวกมาแสดง

ที่มาของภาพ, Getty Images
วิกฤตออกซิเจน
อนุช ติวารี เป็นอีกคนที่จ้างพยาบาลมาช่วยในการรักษาพี่ชายของเขาที่บ้าน หลังจากถูกโรงพยาบาลหลายแห่งปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเตียงว่าง และไม่สามารถรับคนไข้รายใหม่ได้เพราะขาดแคลนออกซิเจน
มีรายงานว่าวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนทำให้มีคนไข้เสียชีวิตแล้วหลายราย ขณะที่โรงพยาบาลต่างขอความช่วยเหลือและเตือนว่ามีออกซิเจนสำรองเหลือใช้งานได้อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้รัฐบาลอินเดียเร่งจัดส่งความช่วยเหลือไปให้
เช่นเดียวกับนานาชาติ ที่ต่างเร่งส่งอุปกรณ์การแพทย์ไปช่วยอินเดีย เช่น สหราชอาณาจักรเริ่มส่งเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ขณะที่สมาชิกอียูก็เตรียมส่งความช่วยเหลือไปให้เช่นกัน ส่วนสหรัฐฯ ยกเลิกข้อห้ามการส่งวัตถุดิบไปต่างประเทศ เพื่อให้อินเดียสามารถผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้มากขึ้น
ยาในตลาดมืด
อนุช ติวารี เล่าให้บีบีซีฟังต่อว่า เขาได้จ่ายเงินก้อนโตซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) เพื่อช่วยให้พี่ชายหายใจได้ นอกจากนี้หมอยังบอกให้เขาจัดหายาต้านไวรัส "เรมเดซิเวียร์" (remdesivir) ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินในอินเดีย โดยเป็นยาต้านไวรัสอีโบลา แต่แพทย์สั่งจ่ายยาชนิดนี้เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิดอย่างแพร่หลาย แม้จะยังมีข้อถกเถียงทั่วโลกก็ตาม
อนุช หาซื้อยาดังกล่าวตามร้านขายยาทั่วไปไม่ได้ เขาจึงต้องไปหาซื้อในตลาดมืด เพราะแพทย์ระบุว่าพี่ชายเขาอาจต้องเข้าโรงพยาบาลในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง และจะต้องใช้ยาเรมเดซิเวียร์ในการรักษา
"ไม่มีเตียงว่างเลย ผมจะทำอย่างไร ผมไม่สามารถพาเขาไปที่อื่นได้ เพราะผมใช้เงินไปมากแล้ว และมีเหลืออยู่ไม่มากนัก" เขากล่าว พร้อมชี้ว่า "การต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยโควิดได้เปลี่ยนจากที่โรงพยาบาลมาเป็นที่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเป็นภารกิจที่ยากลำบากเพราะ "เราไม่สามารถเข้าถึงออกซิเจนได้โดยง่าย"
ส่วนยาอีกชนิดที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงคือ "โทซิลิซูแมบ" (tocilizumab) ซึ่งตามปกติใช้รักษาโรคข้ออักเสบ (arthritis) แต่งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่ามันสามารถลดโอกาสป่วยหนักจากโควิด-19 ซึ่งคนไข้จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจได้
แพทย์มักสั่งจ่ายยาชนิดนี้ให้คนไข้อาการหนักมาก แต่ปัจจุบันยาชนิดนี้ได้หายไปจากท้องตลาด ขณะที่บริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายก็ประสบปัญหาในการจัดหายาให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ตามปกติยาโทซิลิซูแมบ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 32,480 รูปี ต่อปริมาณ 400 มิลลิกรัม แต่คามัล กุมาร ซื้อยา 1 โดสให้พ่อของเขาในราคา 250,000 รูปี ซึ่งแม้จะเป็นราคาที่สูงลิบลิ่วแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

ที่มาของภาพ, Getty Images
นพ.อนันต์ พาน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ชี้ว่า รัฐบาลควรเป็นฝ่ายจัดซื้อยาเหล่านี้ในปริมาณที่มาก เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อหาได้ในราคาถูก
"หลายคนไม่สามารถซื้อยาในราคาปกติดได้ และไม่ต้องพูดถึงราคาในตลาดมืด เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงการไม่วางแผน รัฐบาลล้มเหลวในการคาดการณ์และวางแผนรับมือการระบาดระลอกที่สอง...ประชาชนจึงถูกทิ้งให้ต้องเผชิญเรื่องนี้ตามยถากรรม"
นอกจากปัญหาการโก่งราคายาแล้ว บีบีซียังพบการขายยาเรมเดซิเวียร์ปลอมในตลาดมืด รวมทั้งการหลอกขายยาโดยไม่มีการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อด้วย
พนักงานด้านไอทีคนหนึ่งที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ เล่าให้บีบีซีฟังว่าเขาต้องการซื้อถังออกซิเจนและยาเรมเดซิเวียร์ หลังจากได้ข้อมูลทางทวิตเตอร์ เมื่อเขาติดต่อคนขายก็ได้รับแจ้งให้วางเงินมัดจำ 10,000 รูปี
"พอผมโอนเงินไป คนขายก็บล็อกเบอร์ผมทันที" เขาเล่า
แม้ทางการหลายรัฐจะให้คำมั่นที่จะปราบปรามการขายยาเรมเดซิเวียร์ในตลาดมืด และได้จับกุมผู้กระทำผิดไปบางส่วน แต่ก็ยังมีการทำผิดกันอย่างดาษดื่น
อนุช ติวารี บอกอย่างสิ้นหวังว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซื้อของเหล่านี้
"ดูเมือนว่าคุณไม่สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ และตอนนี้คุณก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนที่รักได้แม้แต่ที่บ้าน"











