อังกฤษทำอะไรให้จีนไม่พอใจจนห้ามสถานีข่าวบีบีซีออกอากาศ

BBC News offices in London

ที่มาของภาพ, Getty Images

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาออกมาร่วมตำหนิรัฐบาลจีน ภายหลังหน่วยงานกำกับกิจการกระจายเสียงของจีน สั่งห้ามสถานีข่าวบีบีซีเวิลด์นิวส์ออกอากาศในประเทศเมื่อ 11 ก.พ.

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลงว่า การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลจีนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสกัดกั้นการรายงานข่าวอย่างเสรีของสื่อมวลชนในประเทศ ขณะที่ บีบีซีบอกว่า "ผิดหวัง" ต่อการตัดสินใจครั้งนี้ของทางการจีน

ทางการจีนอ้างเหตุผลในการห้ามการออกอากาศว่า ไม่พอใจต่อการรายงานข่าวของบีบีซีในเรื่องไวรัสโคโรนาและการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์

BBC

เกิดอะไรขึ้น

รอบ 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนดำเนินการสกัดกั้นสื่อต่างชาติและห้ามการเข้าถึงสื่อต่างชาติของประชาชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งรวมถึงการเนรทศผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์อเมริกัน 3 ฉบับ ออกนอกประเทศเมื่อปี 2020 นอกจากนี้เว็บไซต์ของบีบีซี และแอปฯของบีบีซีก็ถูกปิดกั้นการใช้งานในจีนแผ่นดินใหญ่

ตลอด 2020-ม.ค. 2021 ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหราชอาณาจักรแย่ลงเรื่อย ๆ เนื่องจากเหตุการณ์ในฮ่องกง หลังรัฐบาลปักกิ่งผ่านกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่เพื่อรับมือกับขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

ปลายเดือน ม.ค. สหราชอาณาจักรเริ่มให้วีซ่าประเภทใหม่ ซึ่งจะทำให้ชาวฮ่องกง 5.4 ล้านคน หรือราว 70% ของประชากรฮ่องกง มีสิทธิ์ในการย้ายมาอยู่อาศัยในสหราชอาณาจักร และกลายเป็นพลเมืองได้ในที่สุด

18 ม.ค. ไมค์ ปอมเปโอ รมว. ต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าได้กระทำการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" จากการกดขี่ข่มเหงชาวอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่น ๆ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทางการจีนปฏิเสธมาตลอด

ตัวเลขคาดการณ์ของหลายหน่วยงานประเมินว่า มีชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ กว่า 1 ล้านคนที่ถูกคุมตัวอยู่ในค่ายกักกันทั่วจีน

2 ก.พ. เว็บไซต์ภาษาอังกฤษของบีบีซี รายงานบทสัมภาษณ์หญิงชาวอุยกูร์หลายรายที่บอกว่า พวกเธอถูกข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งทำร้ายอย่างทารุณอย่างต่อเนื่องในค่าย "ปรับทัศนคติ" หลายแห่งในซินเจียง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวหาบีบีซีว่าสร้าง "รายงานเท็จ"

คำบรรยายวิดีโอ, “ลูกของพวกเราอยู่ที่ไหน” เสียงครวญของชาวอุยกูร์ในจีน

4 ก.พ. Ofcom (ออฟคอม) หน่วยงานกำกับธุรกิจสื่อของรัฐบาลอังกฤษ มีคำสั่งยกเลิกใบอนุญาตการออกอากาศ ในสหราชอาณาจักรของเครือข่ายโทรทัศน์ไชน่าโกลบอล (CGTN - ซีจีทีเอ็น) หลังพบว่า ซีจีทีเอ็นไม่ใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตโดยตรง แต่เป็นอีกบริษัทที่ชื่อสตาร์ไชน่ามีเดียซึ่งบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีส่วนในการกำหนดเนื้อหาของซีจีทีเอ็น ถือว่า ทำผิดกฎหมายของอังกฤษ

ออฟคอม ยังพบว่า บริษัทที่บริหารเนื้อหาของซีจีทีเอ็น ที่แท้จริงนั้นถูกควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องผิดกฎหมายอังกฤษที่จะโอนใบอนุญาตไปให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์

เมื่อปีที่แล้วออฟคอมพบว่า ซีจีทีเอ็น ทำผิดระเบียบการออกอากาศในสหราชอาณาจักร เนื่องจากเผยแพร่ภาพพลเมืองอังกฤษที่ถูกบังคับให้สารภาพผิด

Chinese officials launched the international channel in 2016

ที่มาของภาพ, Xinhua / Alamy Stock Photo

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ทางการจีนทำพิธีเปิดตัวสถานี CGTN เมื่อปลายปี 2016

11 ก.พ. หน่วยงานด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ และวิทยุของจีนพบว่ารายงานหลายชิ้นของบีบีซีเวิลด์นิวส์ "ฝ่าฝืนอย่างร้ายแรง" ต่อแนวปฏิบัติของการแพร่ภาพ โดยเฉพาะกฎที่ระบุว่าข่าว "ควรเป็นความจริง และเป็นธรรม" และไม่ "ทำอันตรายต่อผลประโยชน์แห่งชาติ" ของจีน

หน่วยงานนี้ระบุว่า จะไม่รับคำขอของบีบีซีเพื่อออกอากาศในจีนต่อไปอีก 1 ปี

บีบีซีระบุในแถลงการณ์ว่า 'เราผิดหวังที่ทางการจีนเลือกใช้วิธีการนี้ บีบีซีเป็นองค์กรกระจายเสียงและภาพข่าวระหว่างประเทศที่ได้รับความไว้วางใจที่สุดในโลก เรารายงานเรื่องราวต่าง ๆ รอบโลก ด้วยความเที่ยงธรรม ไม่เลือกข้าง โดยไม่เกรงกลัว หรือ เอาใจใคร"

สถานีข่าวบีบีซีเวิลด์นิวส์เป็นบริษัทลูกที่หารายได้ทางธุรกิจ โดยออกอากาศเป็นภาษาอังกฤษไปทั่วโลก การออกอากาศในจีนเป็นไปอย่างจำกัด รับชมได้ในโรงแรมหรูตามเมืองใหญ่ และในหมู่นักการทูต โดยประชาชนชาวจีนทั่วไปไม่สามารถชมได้

ทันทีที่ทราบข่าว นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร แถลงว่า การกระทำดังกล่าว เป็น "การปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน"

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์