มู่หลาน : เหตุใดหนังดิสนีย์จึงถูกโจมตีจากปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีน

A still from Mulan

ที่มาของภาพ, Disney

ค่ายดิสนีย์กำลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ครั้งใหม่จากกรณีที่เข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องมู่หลานในเขตปกครองตนเองซินเจียงซึ่งรัฐบาลจีนถูกกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยในพื้นที่

กระแสต่อต้านครั้งนี้มีขึ้นหลังจากพบว่าในเครดิตตอนจบของเรื่อง ทีมงานได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งเชื่อกันว่ามีประชาชนถูกควบคุมตัวประมาณ 1 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์

ภาพยนตร์จากค่ายดิสนีย์เรื่องนี้ได้ตกเป็นเป้าการคว่ำบาตรจากผู้ชมและกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว หลังจากเมื่อปีก่อนดาราสาว หลิว อี้เฟย ผู้สวมบทมู่หลาน ตัวละครเอกของเรื่อง ได้แสดงความคิดเห็นในเชิงสนับสนุนตำรวจฮ่องกง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย

ขณะนี้ค่ายดิสนีย์ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อกระแสวิจารณ์เรื่องสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และการขึ้นเครดิตท้ายเรื่องดังกล่าว

ส่วนจีน ระบุว่า ค่ายกักกันในเขตปกครองตนเองซินเจียงมีความจำเป็นเพื่อยกระดับด้านความมั่นคง

เอกสารระดับสูงที่รั่วไหลเผยให้เห็น ศูนย์ฝึกอบรมต่าง ๆ อย่างเช่นแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายกับเรือนจำของกองทัพมากกว่า
คำบรรยายภาพ, เชื่อกันว่ามีชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ราว 1 ล้านคนถูกควบคุมตัวอยู่ในค่าย "ปรับทัศนคติ"

กระแสวิจารณ์ครั้งใหม่

หนังเรื่องมู่หลานฉบับคนแสดงของค่ายดิสนีย์ได้ลงโรงฉายช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ต้องเลื่อนการฉายออกไปเพราะพิษการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนได้สังเกตเห็นว่าในเครดิตตอนจบของเรื่อง บริษัทดิสนีย์ได้ขอบคุณหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งรวมถึงสำนักงานความมั่นคงสาธารณะในเมืองทูหลูฟาน และ "ฝ่ายประชาสัมพันธ์" ของคณะกรรมการภูมิภาคพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์

Twitter/Jeannette Ng

ที่มาของภาพ, Twitter/Jeannette Ng

ดร.เอเดรียน เซนซ์ ชาวเยอรมันผู้เชี่ยวชาญด้านจีนให้ข้อมูลกับบีบีซีว่า สำนักงานความมั่นคงสาธารณะในเมืองทูหลูฟาน มีหน้าที่กำกับดูแลค่าย "ปรับทัศนคติ" ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์

ดร.เซนซ์ ระบุว่า ส่วน "ฝ่ายประชาสัมพันธ์" ที่ดิสนีย์ระบุถึงนั้น มีหน้าที่ผลิตสื่อโฆษณาชวนเชื่อในภูมิภาค

เชื่อกันว่ามีชาวอุยกูร์ราว 1 ล้านคนถูกควบคุมตัวไว้ในค่ายกักกันที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาหลายแห่งในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เอกสารที่รั่วไหลออกมาและคำให้การต่าง ๆ จากบรรดาผู้รอดชีวิตจากค่ายเหล่านี้ เผยให้ทราบว่าผู้ถูกคุมตัวที่นี่จะถูกกักขัง ถูกล้างสมอง และถูกทำโทษ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางการจีนไม่ยอมรับ และชี้ว่าเป็น "ข่าวปลอม"

การรายงานข่าวเชิงสืบสวนของบีบีซีเมื่อปี 2018 พบหลักฐานว่ามีการสร้างค่ายที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงในพื้นที่ทะเลทรายของเขตปกครองตนเองซินเจียง

ดร.เซนซ์ เรียกดิสนีย์ว่า "บริษัทข้ามชาติที่ตักตวงกำไรอยู่ใต้เงาของค่ายกักกัน"

สภาอุยกูร์โลกได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า "ในภาพยนตร์มู่หลานเรื่องใหม่ ค่ายดิสนีย์ได้ขอบคุณสำนักงานความมั่นคงสาธารณะในเมืองทูหลูฟาน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับค่ายกักกันในเตอร์กิสถานตะวันออก" ซึ่งเป็นพวกเขาหมายถึงดินแดนที่ชาวอุยกูร์เคยจัดตั้งขึ้นปกครองตนเองในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะถูกจีนเข้ายึดครองเมื่อปี 1949

คำบรรยายวิดีโอ, จีนระบุ ไม่มีคุก มีแต่ศูนย์ฝึกอบรมในซินเจียง และคนเต็มใจเข้ามาเพื่อ 'เปลี่ยนแนวคิด'

ขณะที่นักเคลื่อนไหวอีกคนอย่าง ฌอน จาง ได้เขียนวิจารณ์บริษัทดิสนีย์ว่า "มีชาวอุยกูร์กี่พันคนต้องถูกสำนักงานความมั่นคงสาธารณะในเมืองทูหลูฟานจับไปไว้ในค่ายกักกันในขณะที่มีการถ่ายทำเรื่องมู่หลาน"

ดร.เซนซ์ อธิบายว่า ทูหลูฟาน เป็นจุดที่มีการก่อตั้ง "ค่ายปรับทัศนคติ" แห่งแรก ๆ ในภูมิภาคนี้ ซึ่งหญิงชาวอุยกูร์ที่สวมผ้าคลุมหน้าและชายที่ไว้หนวดเคราต่างถูกควบคุมตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนรายนี้ ระบุว่าสำนักงานความมั่นคงสาธารณะยังมีหน้าที่ในการกำกับดูแลการก่อสร้างค่ายและว่าจ้างตำรวจปฏิบัติงานสถานที่เหล่านี้ด้วย

ดร.เซนซ์ ระบุว่า หลักฐานเก่าที่สุดเรื่องการ "ปรับทัศนคติ" ชาวอุยกูร์ในเมืองทูหลูฟานคือเมื่อเดือน ส.ค.ปี 2013

โดยเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ดร.เซนซ์ ได้ออกรายงานที่เปิดเผยหลักฐานว่าทางการจีนบังคับให้หญิงชาวอุยกูร์ทำหมัน หรือใช้การคุมกำเนิดในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งจีนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

จีนระบุว่า ประเทศกำลังต่อสู้กับ "3 พลังแห่งความชั่วร้าย" คือ ลัทธิแบ่งแยกดินแดน ลัทธิก่อการร้าย และลัทธิสุดโต่ง ในเขตปกครองตนเองซินเจียง พร้อมชี้แจงว่าค่ายเหล่านี้เป็นสถาบันที่คนเข้าเรียนโดยสมัครใจ และเป็นการอบรมเพื่อต่อต้านแนวคิดสุดโต่ง

เมื่อปี 2017 นิกี คาโร ผู้กำกับเรื่องมู่หลานเคยโพสต์ภาพทางอินสตาแกรมจากอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียง ขณะที่ทีมผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Architectural Digest ว่าพวกเขาเคยใช้เวลาหลายเดือนในซินเจียงเพื่อเก็บข้อมูลสถานที่การถ่ายทำของหนังเรื่องนี้

ด้าน โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง ได้ออกมาประณามดิสนีย์ผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ผู้ตีตั๋วเข้าชมภาพยนตร์เรื่องมู่หลานอาจเป็น "ผู้ร่วมกระทำผิดในการกักขังหมู่ชาวมุสลิมอุยกูร์"

Twitter/Joshua Wong

ที่มาของภาพ, Twitter/Joshua Wong