ราชวงศ์อังกฤษ: ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เผยถึง “ความเจ็บปวดและความทุกข์ใจ” จากการแท้งลูกคนที่สอง

ที่มาของภาพ, PA Media
เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงเปิดเผยว่า การแท้งบุตรของพระองค์เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาเป็น "ความทุกข์ใจที่ยากจะทานทน"
"ฉันรับรู้ได้ในขณะที่กำลังกอดลูกคนแรกเอาไว้ ว่าฉันกำลังจะสูญเสียลูกคนที่สองไป" ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงระบุในบทความพิเศษของพระองค์ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์
พระองค์ยังตรัสถึงการได้เห็น "สามีของฉันหัวใจสลายตอนที่เขาพยายามกอบกู้หัวใจที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ของฉัน"
เมแกน พระชันษา 39 ปี ทรงระบุในบทความนี้ว่า "ความสูญเสียและความเจ็บปวดได้แพร่ระบาดกัดกินพวกเราทุกคนในปี 2020"
พระองค์ทรงแบ่งปันประสบการณ์ที่เจ็บปวดนี้เพื่อเรียกร้องให้ผู้คน "คอยไถ่ถามคนอื่นว่า 'คุณโอเคไหม'" ในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐฯ ที่มีขึ้นในสัปดาห์นี้
ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์และเจ้าชายแฮร์รีทรงย้ายถิ่นฐานไปพำนักในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เพื่อใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากความสนใจของสื่อมวลชน หลังจากทั้งสองพระองค์ทรงสละฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์ชั้นสูงเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งคู่มี "อาร์ชี" พระโอรสองค์แรกที่ประสูติเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ปี 2019
ความทุกข์ใจที่ยากจะทานทน
เมแกน ทรงเล่าในช่วงต้นของบทความนี้ถึงความรู้สึก "ปวดพระอุทร (ช่องท้อง) อย่างรุนแรง" ขณะที่กำลังดูแล "อาร์ชี"พระโอรส
"ฉันทรุดตัวลงกับพื้นโดยที่มีลูกอยู่ในอ้อมแขน พร้อมกับฮัมเพลงกล่อมเด็กเพื่อปลอบประโลมเราทั้งคู่ เสียงเพลงที่รื่นเริงช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น"

ที่มาของภาพ, PA Media
"หลายชั่วโมงหลังจากนั้น ฉันนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล กุมมือสามีเอาไว้ ฉันรู้สึกถึงความชื้นแฉะที่ฝ่ามือของเขาและจูบข้อนิ้วของเขา ซึ่งเปียกปอนไปด้วยน้ำตาของเราทั้งคู่"
"ขณะจ้องมองไปที่ผนังสีขาวอันเย็นชา ดวงตาของฉันพร่ามัว ฉันพยายามจินตนาการว่าเราจะหาย (จากความทุกข์นี้) ได้อย่างไร" ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงบรรยายในบทความ
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเปิดเผยว่า "การสูญเสียลูกหมายถึงการแบกความทุกข์ใจที่ยากจะทานทน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายได้ประสบแต่กลับถูกพูดถึงไม่มากนัก"
"ความเจ็บปวดจากการสูญเสียของเรา สามีของฉันได้ค้นพบว่าในห้องที่มีผู้หญิง 100 คน จะมีผู้หญิง 10-20 คนที่ต้องแท้งลูก"
"ถึงแม้ความเจ็บปวดนี้จะเกิดขึ้นอย่างดาษดื่น แต่การพูดคุยเกี่ยวกับมันยังคงเป็นสิ่งต้องห้าม และเต็มไปด้วยความรู้สึกอับอาย รวมทั้งความความเศร้าโศกเสียใจอยู่ตามลำพังที่ดำเนินไปเป็นวงจรไม่จบสิ้น"
"บางคนกล้าที่จะบอกเล่าเรื่องของตนเอง ซึ่งพวกเขาได้เปิดประตู และรู้ว่าเมื่อคนหนึ่งพูดเรื่องจริง มันจะช่วยกรุยทางให้เราทุกคนทำแบบนั้นเช่นกัน"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงอ้างอิงถึงการประทานสัมภาษณ์ใน Harry & Meghan: An African Journey สารคดีที่ออกอากาศทางช่องไอทีวีของอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวทูลถามว่าพระองค์โอเคหรือไม่ในระหว่างการปฏิบัติพระกรณียกิจในประเทศแอฟริกาใต้
ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ทรงเล่าถึงการสัมภาษณ์ในครั้งนั้นว่า พระองค์ทรงถูกถามในช่วงเวลาที่จะต้อง "รักษาภาพลักษณ์ที่กล้าหาญท่ามกลางสายตาของสาธารณชน"
"ฉันตอบคำถามเขาไปตรง ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้นจะเป็นการสะท้อนเสียงของแม่ทั้งมือใหม่และมือเก่า และใครก็ตามที่เคยทนทุกข์ทรมานอย่างเงียบ ๆ คนเดียว"
เมแกน ถือเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษคนที่สองที่เปิดเผยเรื่องราวการแท้งบุตรต่อสาธารณชน โดยเมื่อปี 2018 ซารา ทินดัลล์ พระธิดาในเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระราชนัดดา (หลาน) ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ได้เล่าถึงความทุกข์ทรมานจากการแท้งบุตรถึง 2 ครั้งก่อนที่จะมีลูกคนที่สอง












