เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ไบเดนยังไม่ประกาศชัยชนะ ตอกย้ำมั่นใจคว้าชัยถล่มทลายเกิน 300 เสียง

Democratic U.S. presidential nominee Joe Biden makes a statement on the 2020 U.S. presidential election results during a brief appearance before reporters in Wilmington, Delaware, U.S., November 5, 2020

ที่มาของภาพ, Reuters

นายโจ ไบเดน ผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ซึ่งกำลังมีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันอยู่ในขณะนี้ ขึ้นกล่าวปราศรัยที่รัฐเดลาแวร์ ในช่วงกลางดึกของคืนที่สามของการนับคะแนนการเลือกตั้ง ซึ่งขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด

นายไบเดนไม่ได้ประกาศชัยชนะอย่างที่คาดกันไว้ แต่เขาเน้นย้ำว่า "เราจะชนะในการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยคะแนนเสียงข้างมากอย่างชัดเจน ทั้งประเทศสนับสนุนเรา"

"เราได้คะแนนจากมหาชนกว่า 74 ล้านเสียง ซึ่งสูงกว่าคะแนนของประธานาธิบดีคนใด ๆ ในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ที่เคยได้รับเลือกตั้งมา"

ไบเดนเชื่อว่าเขาจะชนะด้วยคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งที่สูงกว่า 300 เสียง โดยจะได้ชัยชนะในรัฐจอร์เจียและแอริโซนา ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่พรรคเดโมแครตสามารถกุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ได้ในสองรัฐนี้ รวมทั้งจะสามารถสร้าง "กำแพงสีน้ำเงิน" กลับคืนมาใหม่ โดยคว้าชัยชนะในหลายรัฐแถบภูมิภาคมิดเวสต์ หลังจากที่พ่ายให้กับทรัมป์ไปในการเลือกตั้งปี 2016

ไบเดนยังได้กล่าวถึงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ โดยเขาให้คำมั่นว่าจะลงมือจัดการแก้ไขปัญหานี้ทันที ในวันแรกที่ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

โจ ไบเดน และ คอมมาลา แฮร์ริส ยืนอยู่ด้านหลัง

ที่มาของภาพ, Reuters

เขายังวอนขอให้ชาวอเมริกันซึ่งตอนนี้เผชิญความขัดแย้งตึงเครียดทางการเมือง รวมทั้งการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอันเนื่องมาจากการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ โดยขอให้ "ละทิ้งความโกรธแค้นและการประท้วงต่อต้านไปเสีย เรายังมีปัญหาใหญ่อีกหลายเรื่อง และไม่มีเวลามาทำสงครามแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน"

นายไบเดนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความปรองดองสมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียว โดยเขาจะบริหารประเทศเพื่อชาวอเมริกันทุกคน"เราอาจเป็นคู่แข่งขัน แต่เราไม่ใช่ศัตรูกัน"

ถ้อยแถลงของไบเดนครั้งนี้ ไม่ได้กล่าวถึงความพยายามของทรัมป์ที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมโต้แย้งผลการเลือกตั้งโดยตรง แต่เขาเน้นย้ำเพียงว่า "เราจะต้องใจเย็น รอให้กระบวนการนับคะแนนดำเนินไปจนเสร็จสิ้น คะแนนเสียงของพวกคุณจะได้รับการตรวจนับ ผมไม่สนใจว่ามีคนพยายามขัดขวางมันขนาดไหน ผมจะไม่ยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด"

ป้ายแสดงผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, EPA

ก่อนหน้าถ้อยแถลงของไบเดนไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเตือนไม่ให้เขาด่วนประกาศชัยชนะล่วงหน้าไปก่อน โดยทรัมป์บอกว่าไบเดนไม่ควร "อ้างความเป็นเจ้าของตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างไม่ถูกต้อง" เพราะตัวเขาเองก็สามารถกล่าวอ้างเช่นนั้นได้เหมือนกัน ทรัมป์ยังเน้นย้ำว่ากระบวนการทางกฎหมายเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้งอย่างเป็นธรรม เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

ทรัมป์ได้แถลงถึงจุดยืนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหากเขาต้องเป็นฝ่ายแพ้มาแล้วหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ทีมงานของเขาได้ยื่นฟ้องต่อศาลในหลายรัฐ เช่นจอร์เจีย, เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, วิสคอนซิน และเนวาดา เพื่อให้หยุดการนับคะแนน แต่ศาลฎีกาของรัฐเพนซิลเวเนียได้ยกคำร้องของทรัมป์ ทั้งยังตัดสินให้มีการนับคะแนนทางไปรษณีย์ที่ส่งมาล่าช้าด้วย โดยต้องแยกตรวจนับและแยกเก็บเอาไว้ต่างหากก่อน

สำหรับความคืบหน้าในการนับคะแนนเลือกตั้งล่าสุด ผลคะแนนของไบเดนในรัฐเพนซิลเวเนียขึ้นแซงหน้านายโดนัลด์ ทรัมป์แล้วกว่า 27,000 เสียง หลังจากมีการนับคะแนนไปแล้ว 99% และคาดว่าการตรวจนับจะเสร็จสิ้นลงในไม่ช้านี้

โจ ไบเดน 4 พ.ย. 2020

ที่มาของภาพ, Reuters

เพนซิลเวเนียมีคณะผู้เลือกตั้งถึง 20 คน จึงเป็นรัฐสำคัญที่ตัดสินชี้ชะตาว่าไบเดนจะสามารถประกาศชัยชนะอย่างเด็ดขาด ภายในวันนี้ (7 พ.ย.) ได้หรือไม่

หากไบเดนคว้าชัยได้ในรัฐเพนซิลเวเนีย เขาจะได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ ในทันที หรือถ้าเขาสามารถโกยคะแนนเสียงได้มากกว่าทรัมป์ใน 2 รัฐ จากกลุ่มของ 4 รัฐสำคัญคือ จอร์เจีย, เนวาดา, แอริโซนา และนอร์ทแคโรไลนาแล้ว ก็จะทำให้ไบเดนเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน

ส่วนที่รัฐจอร์เจีย ไบเดนเป็นฝ่ายขึ้นนำเช่นกัน หลังจากเร่งทำคะแนนจนแซงหน้าทรัมป์ไปอยู่ที่ราว 4,000 เสียงแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ทางการรัฐจอร์เจียได้ประกาศว่า จะต้องมีการนับคะแนนใหม่กันอีกครั้ง เนื่องจากมีแนวโน้มว่าผลคะแนนของผู้สมัครทั้งสองจะใกล้เคียงกันอย่างมาก โดยไม่พบความผิดปกติที่ส่อแววว่ามีการทุจริตโกงเลือกตั้งเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ผู้สนับสนุนทรัมป์สวมหน้ากากรูปหน้าโจ ไบเดน ถือป้ายประท้วงด้านนอกศูนย์ประชุมในเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งกำลังมีการนับคะแนนเลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้สนับสนุนทรัมป์สวมหน้ากากรูปหน้าโจ ไบเดน ถือป้ายประท้วงด้านนอกศูนย์ประชุมในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งกำลังมีการนับคะแนนเลือกตั้ง

การนับคะแนนใหม่นี้ ทำให้ในทางปฏิบัติแล้วนายไบเดนอาจจะยังไม่สามารถประกาศชัยชนะได้ แม้สื่อหลายสำนักจะรายงานว่าเขามีคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 คะแนนไปแล้วก็ตาม

สถานการณ์ของทรัมป์ในตอนนี้ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะไบเดนมีคะแนนนำอยู่ในรัฐเนวาดาที่ 20,000 เสียงแล้ว แม้ในรัฐแอริโซนาทรัมป์จะสามารถตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนขณะนี้ห่างจากไบเดนไม่ถึง 30,000 เสียง แต่เขาก็ยังจะต้องคว้าชัยให้ได้ในรัฐเพนซิลเวเนีย รวมทั้งต้องชนะให้ได้ใน 3 รัฐ จากกลุ่มของ 4 รัฐสำคัญด้วย จึงจะสามารถครองตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปได้อีกสมัย

แต่ถ้าทรัมป์เกิดคว้าชัยชนะได้ใน 4 รัฐ ซึ่งได้แก่แอริโซนา, เนวาดา, นอร์ทแคโรไลนา และเพนซิลเวเนีย ผลการเลือกตั้งจะออกมาเสมอกัน โดยขณะนี้เขามีคะแนนนำไบเดนอยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนากว่า 76,000 เสียง

คำบรรยายวิดีโอ, เลือกตั้งสหรัฐฯ: ทำไมผู้ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุดอาจไม่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี