เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ทรัมป์-ไบเดน ต่างมั่นใจคว้าชัยชนะ แต่การนับคะแนนส่อแววยืดเยื้อ

ที่มาของภาพ, Reuters
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินมาเกินครึ่งทางแล้วชี้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันและผู้นำประเทศคนปัจจุบัน มีแนวโน้มได้รับคะแนนเสียงทิ้งห่างนายโจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ในหลายรัฐใหญ่ที่ยังไม่ได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการ แม้ว่านายไบเดนจะยังมีคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งนำอยู่ก็ตาม
ล่าสุดนายทรัมป์ได้ชัยชนะในรัฐฟลอริดาและเทกซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสำคัญที่สามารถตัดสินชี้ชะตาได้ว่า ใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป ส่วนรัฐที่เป็นสนามแข่งขันสำคัญอื่น ๆ ที่ยังคงนับคะแนนไม่เสร็จสิ้นเป็นจำนวนหลายล้านคะแนนนั้น รวมถึงรัฐจอร์เจีย, เพนซิลเวเนีย, วิสคอนซิน, มิชิแกน และนอร์ทแคโรไลนา
ด้านนายไบเดนได้ขึ้นปราศรัยต่อหน้าบรรดาผู้สนับสนุน ที่มาชุมนุมรอฟังผลการเลือกตั้งที่รัฐเดลาแวร์ว่า "เรารู้ว่าจะยังต้องไปกันอีกไกล แต่ใครจะรู้ มันอาจลากยาวไปถึงเช้าพรุ่งนี้หรือนานกว่านั้น"
"เราพอใจต่อจุดที่เราอยู่ในตอนนี้ ผมมายืนตรงนี้เพื่อบอกพวกคุณไว้เลยว่า คืนนี้เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ากำลังอยู่บนเส้นทางมุ่งไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายทรัมป์ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาวเช่นกัน โดยแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวและผู้สนับสนุนหลายล้านคน ทั้งยังประกาศว่ากำลังเตรียมพร้อมจัดงานฉลองชัยชนะครั้งใหญ่ด้วย "เราชนะทุกอย่าง" ทรัมป์กล่าว
ผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันยังเอ่ยถึงผลการนับคะแนนในรัฐฟลอริดาว่า "เราไม่ได้แค่ชนะเท่านั้น แต่เราชนะไปแล้วด้วยคะแนนเสียงที่สูงมาก" เขายังอ้างว่ากำลังมีคะแนนนำในรัฐเพนซิลเวเนีย เช่นเดียวกับที่นายไบเดนกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ด้วย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่าเขามีแผนจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาในเรื่องผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม "ว่ากันตามตรงเราชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็มีการโกงเลือกตั้งเกิดขึ้น ถือเป็นความอับอายขายหน้าต่อประเทศของเรา"
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ประกาศว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่เขาต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ โดยแสดงความสงสัยต่อการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทางไปรษณีย์และวิธีการพิเศษอื่น ๆ ว่าอาจมีการโกงเกิดขึ้น ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายหลังการนับคะแนน รวมทั้งการถ่ายโอนอำนาจไปยังประธานาธิบดีคนใหม่อาจไม่ราบรื่น หากนายไบเดนเป็นฝ่ายชนะ
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พลเมืองอเมริกันเกือบ 100 ล้านคน ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งทางไปรษณีย์แล้ว ทำให้สถิติของผู้ออกเสียงเลือกผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อาจมีเป็นจำนวนสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ แต่การที่มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในแบบดังกล่าวอย่างล้นหลาม อาจทำให้การนับคะแนนเป็นไปอย่างล่าช้ากว่าปกติ จนมีแนวโน้มว่าหลายรัฐจะไม่สามารถประกาศผลภายในคืนเลือกตั้งได้อย่างที่ผ่านมา แต่ต้องใช้เวลานานอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์













