ประท้วงในอเมริกา : โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ "จอร์จ ฟลอยด์ จะไม่ตายเปล่า"

คำบรรยายวิดีโอ, ปธน. ทรัมป์ขู่ใช้กำลังทหารปราบจลาจล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาประกาศส่งกองกำลังทหารและตำรวจอาวุธครบมือ "หลายพันคน" เข้าระงับเหตุจลาจลที่เกิดจากความไม่พอใจต่อกรณีการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ พร้อมกับขู่ว่าใครที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจะถูกจับกุม คุมขังและถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ในการแถลงซึ่งมีขึ้นที่โรสการ์เดน ทำเนียบขาว ช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรงตำหนิผู้ที่ก่อเหตุจลาจล โดยบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น "การก่อการร้ายในประเทศ" และประกาศว่าผู้ก่อเหตุจะถูกลงโทษหนักและจะต้องถูกจำคุกเป็นเวลาหลายปี

ทรัมป์เริ่มต้นการแถลงด้วยประโยคว่า "ภารกิจอันดับแรกและภารกิจอันสูงสุดของผมในฐานะประธานาธิบดีคือการปกป้องประเทศอันยิ่งใหญ่นี้และพิทักษ์ชาวอเมริกัน"

"ผมกล่าวสาบานตนว่าจะยึดมั่นในกฎหมายของสหรัฐฯ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมจะปฏิบัติตาม"

เขาบอกว่าจะระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานทั้งในสังกัดพลเรือนและทหารเพื่อระงับเหตุจลาจล การปล้นร้านค้า การทำลายทรัพย์สิน การทำร้ายร่างกายและการสร้างความเสียหายต่อสถานที่ต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของอเมริกันชนผู้เคารพกฎหมาย

"ชาวอเมริกันทุกคนมีสิทธิที่จะไม่พอใจและประท้วงต่อการเสียชีวิตอย่างทารุณของจอร์จ ฟลอยด์" ทรัมป์กล่าว "เขาจะไม่ตายเปล่า"

โดนัลด์ ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือคัมภีร์ไบเบิลอยู่ด้านหน้าโบสถ์เซนต์จอห์นหลังเสร็จสิ้นการแถลงกรณีจอร์จ ฟลอยด์

แต่ทรัมป์กล่าวว่าความทรงจำที่ทุกคนมีต่อฟลอยด์ไม่ควรถูกบดบังด้วยภาพของฝูงชนผู้เกรี้ยวกราด

"ประธานาธิบดีของพวกคุณเป็นผู้รักษากฎหมายและความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นผู้สนับสนุนการประท้วงอย่างสันติ"

"แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประเทศของเราถูกยึดครองโดยพวกอนาธิปไตย ผู้ชุมนุมที่นิยมความรุนแรง นักวางเพลิง โจร อาชญากร นักก่อการจลาจล ขบวนการซ้ายสุดโต่งแอนติฟาและอีกหลายพวก"

"รัฐบาลท้องถิ่นในหลายรัฐก็ล้มเหลวในการปกป้องประชาชน" เขากล่าว

ไฟไหม้ในเมืองมินนีแอโปลิส

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ที่เมืองมินนีแอโปลิส มีการจุดไฟเผาอาคาร รถยนต์ และเข้าฉกชิงทรัพย์ในร้านค้าต่าง ๆ

ก่อนการแถลงไม่นานนัก ทรัมป์ประชุมทางโทรศัพท์กับผู้ว่าการรัฐหลายแห่งและตำหนิพวกเขาที่ "อ่อนปวกเปียก" ในการรับมือกับเหตุประท้วง จนทำให้ถูกนานาชาติหัวเราะเยาะ

"การประท้วงที่เกิดขึ้นไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติ" ทรัมป์กล่าว "แต่เป็นการก่อเหตุร้ายในประเทศ"

"การทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ การทำให้เลือดผู้บริสุทธิ์นองแผ่นดินเป็นปฏิปักษ์ต่อมนุษยชาติและเป็นอาชญากรรมต่อพระเจ้า"

ส่งกองกำลังทหารตำรวจติดอาวุธเข้าประจำการ

ทรัมป์พูดถึงการประกาศเคอร์ฟิวในกรุงวอชิงตันดีซีว่าเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ผู้ใดที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจะต้องถูกจับกุม คุมขังและถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ผู้ก่อเหตุร้ายจะต้องโทษอาญาและถูกจำคุกนานหลายปี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโดยหมายถึงกลุ่มแอนติฟา

โดนัลด์ ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินออกจากจุดแถลงข่าวในทำเนียบขาวพร้อมคณะผู้ติดตาม ไม่มีใครสักคนที่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยกเว้นอิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวของเขาเพียงคนเดียวที่สวมหน้ากากอนามัย

"ขณะที่กำลังแถลงข่าวอยู่นี้ ผมได้ส่งทหารพร้อมอาวุธครบมือและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายหลายพันคนออกไประงับเหตุจลาจล การปล้นร้านค้า การทำลายข้าวของและการสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน"

"ประเทศเราต้องชนะ"

"เยียวยาไม่ใช่เกลียดชัง ความยุติธรรมไม่ใช่ความวุ่นวาย นี่คือภารกิจของเราและภารกิจนี้จะต้องประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจะชนะ ประเทศเราเป็นฝ่ายชนะเสมอ" ทรัมป์กล่าว

"หากการทำร้ายกันและความรุนแรงเป็นฝ่ายชนะ จะไม่มีใครอยู่อย่างเป็นสุขได้" เขากล่าวและทิ้งท้ายว่า "วันที่ดีที่สุดของอเมริกากำลังจะมาถึงในไม่ช้า"

ไม่ไกลนักจากโรสการ์เดนที่ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงต่อประชาชน ตำรวจกำลังผลักดันผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งออกจากพื้นที่

หลังจากที่แถลงเสร็จสิ้น ทรัมป์บอกว่าเขาจะไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็เดินจากทำเนียบขาวไปที่โบสถ์เซนต์จอห์นที่ได้รับความเสียหาย และยืนถือคัมภีร์ไบเบิลให้สื่อมวลชนถ่ายภาพด้านหน้าโบสถ์ เพียงไม่นานหลังจากตำรวจใช้แก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงในบริเวณใกล้เคียงออกไป