รายงานยาเสพติดโลก 2019: คนทั่วโลก 35 ล้านคน มีอาการผิดปกติจากการใช้ยาเสพติด แต่มีผู้ได้รับการรักษาเพียง 1 ใน 7

ที่มาของภาพ, Getty Images
รายงานยาเสพติดโลกฉบับล่าสุดซึ่งจัดทำโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime--UNODC) ระบุว่า คาดว่ามีคนทั่วโลกราว 35 ล้านคนทุกข์ทรมานจากอาการความผิดปกติจากการใช้ยาเสพติดและจำเป็นต้องรับการรักษา
โดยงานวิจัยซึ่งได้รับการปรับปรุงและมีข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น ระบุว่า ผลกระทบต่อสุขภาพจากการใช้ยาเสพติด มีความรุนแรงและครอบคลุมพื้นที่มากกว่าที่คาดคิดไว้ก่อนหน้านี้
ประมาณการที่สูงขึ้นในปี 2017 เป็นผลมาจากมีการสำรวจการใช้ยาเสพติดเพิ่มเติมในอินเดียและไนจีเรีย ซึ่งต่างอยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก
รายงานนี้ ประเมินว่า จำนวนผู้ใช้ยาเสพติดจากสารสกัดจากฝิ่น หรือ โอปิออยด์ อยู่ที่ 53 ล้านคน เพิ่มขึ้น 56% จากการประเมินก่อนหน้านั้น นอกจากนี้ยังระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเสพติด 585,000 คน ในปี 2017 มีสาเหตุมาจากยาเสพติดจากสารสกัดจากฝิ่นราว 2 ใน 3
มีผู้คนทั่วโลกราว 11 ล้านคนในปี 2017 ที่ใช้ยาเสพติดแบบฉีด ในจำนวนนี้ 1.4 ล้านคน เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี และ 5.6 ล้านคนเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

ที่มาของภาพ, Getty Images
"การค้นพบในรายงานยาเสพติดโลกปีนี้ช่วยทำให้เห็นภาพรวมของปัญหายาเสพติดในระดับโลกที่รุนแรงขึ้น ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันให้มากขึ้นในการพัฒนาด้านสาธารณสุขที่มีความสมดุลและครอบคลุมแบบเบ็ดเสร็จ และการรับมือด้านกฎหมายทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน" นายยูริ เฟโดตอฟ ผู้อำนวยการ UNODC กล่าว
สถานการณ์ยาเสพติดโลกรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
ในปี 2017 คาดว่ามีคน 271 ล้านคน หรือราว 5.5% ของประชากรโลกที่มีอายุระหว่าง 15-64 ปี ใช้ยาเสพติดในปีก่อนหน้า ใกล้เคียงกับประมาณการในปี 2016 และคาดว่ามีคนใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น 30% จากปี 2009 แต่การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวนประชากรโลกที่มีอายุ 15-64 ปี เพิ่มขึ้นราว 10% ด้วย นอกจากนี้จากข้อมูลยังพบว่า มีการใช้ยาเสพติดที่สกัดจากฝิ่นอย่างแพร่หลายมากขึ้นในภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ เมื่อเทียบกับปี 2009 ส่วนการใช้กัญชาในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และเอเชีย ก็มีความแพร่หลายมากขึ้นเช่นกัน

ที่มาของภาพ, Press Association
ประมาณการการผลิตโคเคนอย่างผิดกฎหมายทั่วโลกเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 1,976 ตันในปี 2017 เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า ส่วนปริมาณโคเคนที่ยึดได้ทั่วโลกในปี 2017 เพิ่มขึ้น 13% มาอยู่ที่ 1,275 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเท่าที่เคยมีรายงาน
นอกจากนี้วิกฤตโอปิออยด์สังเคราะห์ในอเมริกาเหนือก็เพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดในปี 2017 โดยมีผู้เสียชีวิตจากการใช้โอปิออยด์เกินขนาดในสหรัฐฯ มากกว่า 47,000 คน เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า ส่วนในแคนาดา มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวกับการใช้โอปิออยด์ที่ 4,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ราว 33%
เฟนทานิล (Fentanyl) และสารใกล้เคียง ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของวิกฤตโอปิออยด์สังเคราะห์ในอเมริกาเหนือ ส่วนแอฟริกาเหนือ แอฟริกากลาง และแอฟริกาตะวันตก กำลังเผชิญกับวิกฤตของโอปิออยด์สังเคราะห์อีกชนิดหนึ่งคือ ทรามาดอล (tramadol) การยึดทรามาดอลทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากเดิม น้อยกว่า 10 กิโลกรัมในปี 2010 เป็นเกือบ 9 ตัน ในปี 2013 และแตะระดับสูงสุดที่ 125 ตันในปี 2017
กัญชา ยังคงเป็นยาเสพติดที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในโลก โดยคาดว่ามีคนใช้กัญชาราว 188 ล้านคนในปี 2016
รายงานฉบับล่าสุด ยังเปิดเผยถึงภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จในการจัดการกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ (new psychoactive substances--NPS) ซึ่งพิจารณาจากจำนวน NPS ที่ถูกพบและรายงานเข้ามาที่ UNODC มีแนวโน้มลดลงเป็นครั้งแรก NPS ไม่ได้ถูกนำมาซื้อขายกันมากถึงระดับที่กังวลกันเมื่อ 2-3 ปีก่อน ขณะที่ประชาคมโลกได้รับมือกับการประเมินอันตรายจาก NPS ได้อย่างทันท่วงที และกำหนดให้สารเหล่านี้ต้องได้รับการควบคุมในระดับสากล
การป้องกันและการรักษายังไม่ได้ตามเป้า
ขณะที่การป้องกันและการรักษายังไม่ได้ตามเป้าหมายในหลายภูมิภาคในโลก โดยผู้ที่มีอาการผิดปกติจากการใช้ยาเสพติดได้รับการรักษาเพียง 1 ใน 7 ในแต่ละปี

รายงานในปีนี้ยังได้แสดงการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดและผลเสียต่อสุขภาพในเรือนจำ ซึ่งพบว่า มีโรคติดเชื้อหลายโรคอย่าง เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี และวัณโรค รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ที่อยู่ในเรือนจำมากกว่ากลุ่มประชากรทั่วไปอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาเสพติดแบบฉีดในเรือนจำ
มี 56 ประเทศที่รายงานว่า มีจัดหาการบำบัดด้วยสารทดแทนโอปิออยด์ที่เรือนจำอย่างน้อย 1 แห่งในปี 2017 ขณะที่อีก 46 ประเทศระบุว่า ไม่มีการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวในเรือนจำ นอกจากนี้ การเข้าถึงเข็มฉีดยาในเรือนจำยังน้อยมาก โดยมี 11 ประเทศที่รายงานว่า มีเรือนจำอย่างน้อย 1 แห่งที่มีโครงการจัดหาเข็มฉีดยาให้นักโทษ แต่ในอีก 83 ประเทศไม่มีโครงการดังกล่าว
รายงานยาเสพติดโลกฉบับล่าสุด ยังเปิดเผยว่า การแทรกแซงการรักษาอย่างได้ผล ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล ยังไม่มีหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ในระดับที่ควรจะเป็น รัฐบาลต่าง ๆ และประชาคมโลกจำเป็นต้องเพิ่มการแทรกแซง เพื่อแก้ปัญหานี้










