You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สื่อหลายแห่งเผย สหรัฐฯ 'โจมตีไซเบอร์' รบกวนการทำงานของเครื่องยิงขีปนาวุธอิหร่าน
สื่อสหรัฐฯ หลายแห่งรายงานว่า สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางไซเบอร์ระบบอาวุธของอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ถอนการโจมตีอิหร่านทางอากาศ
นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า นี่เป็นการตอบโต้ที่อิหร่านยิงโดรนของสหรัฐฯ ตก และเป็นการตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอีกหลายลำ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่า เป็นฝีมือของอิหร่าน
ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันที่เป็นอิสระเกี่ยวกับความเสียหายของระบบอาวุธของอิหร่าน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้บังคับใช้การคว่ำบาตรหลายอย่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกว่า เป็นการคว่ำบาตรที่ "สำคัญ"
เขาบอกว่า จำเป็นต้องใช้การคว่ำบาตรดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจต่อไป จนกว่าอิหร่านจะยอมเปลี่ยนใจ
วอชิงตันโพสต์รายงานว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้น ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมเครื่องปล่อยจรวดและขีปนาวุธใช้งานไม่ได้
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามกับบรรดาชาติมหาอำนาจในปี 2015 แต่เพียงฝ่ายเดียว และได้กลับมาเพิ่มการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ทำให้เศรษฐกิจอิหร่านชะลอตัว
สัปดาห์ที่แล้ว อิหร่านระบุว่า แร่ยูเรเนียมเสริมสรรถนะต่ำของอิหร่านจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเกินกว่าข้อจำกัดตามข้อตกลงนิวเคลียร์
นายทรัมป์ เคยกล่าวว่า เขาไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่าน แต่เตือนว่า อิหร่านจะต้องเผชิญ "หายนะ" ถ้าเกิดความขัดแย้งขึ้น
การโจมตีไซเบอร์ของสหรัฐฯ ส่งผลอะไรบ้าง
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสื่อของสหรัฐฯ ว่า มีการวางแผนการโจมตีนี้มานานหลายสัปดาห์แล้ว และเป็นการตอบโต้กับการวางทุ่นระเบิดโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน
การโจมตีพุ่งเป้าไปที่ระบบอาวุธที่กองกำลังป้องกันการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Iran's Islamic Revolution Guards Corps--IRGC) ใช้งานอยู่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว IRGC ได้ยิงโดรนของสหรัฐฯ ตก และสหรัฐฯ ยังระบุว่า IRGC เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำด้วย
ทั้งวอชิงตันโพสต์และสำนักข่าวเอพี รายงานว่า การโจมตีไซเบอร์ทำให้ระบบดังกล่าวใช้การไม่ได้ นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า การโจมตีนี้ จะทำให้ระบบถูกตัดขาดการเชื่อมต่อออนไลน์ไปช่วงเวลาหนึ่ง
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ เตือนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า อิหร่าน กำลังเพิ่มการโจมตีไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ
คริสโตเฟอร์ เคร็บส์ ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงโครงสรางพื้นฐานและความมั่นคงทางไซเบอร์ กล่าวว่า ตัวแทนและผู้ที่อยู่ในรัฐบาลอิหร่านอยู่เบื้องหลัง "กิจกรรมทางไซเบอร์ที่มุ่งร้าย" ที่ถูกตรวจพบที่หน่วยงานของทางการและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของสหรัฐฯ
เขากล่าวว่า พวกเขาใช้ "การโจมตี 'ไวเปอร์' ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง" ด้วยการใช้กลยุทธ์อย่าง "ส่งอีเมล์ลวง, พยายามเข้ารหัสลับของหลายบัญชี และการพยายามใช้ข้อมูลส่วนตัวที่ขโมยมาได้เพื่อล็อกอิน" โดยอิหร่านทำเช่นนี้เพื่อต้องการเข้ามาควบคุมระบบทั้งระบบ
นอกจากนี้ วอชิงตันโพสต์ ยังรายงานว่า อิหร่านยังได้พยายามแฮ็กระบบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วย
ทรัมป์ บอกว่าอย่างไร
ทรัมป์ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานข่าวการโจมตีทางไซเบอร์ เขากล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาได้ถอนการโจมตีอิหร่าน เพราะว่า ได้รับแจ้งว่า การโจมตีนั้นจะทำให้มีชาวอิหร่าน 150 คนเสียชีวิต
เมื่อวันเสาร์ เขากล่าวว่า เขาเปิดรับการเจรจากับอิหร่าน
"ถ้าอิหร่านต้องการเป็นชาติที่รุ่งเรือง...ผมก็ไม่ว่าอะไร" นายทรัมป์ กล่าว "แต่พวกเขาไม่จะได้เป็น ถ้าพวกเขาคิดแต่ว่า จะมีอาวุธนิวเคลียร์ในอีก 5-6 ปี"
"เรามาทำให้อิหร่านกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งกันเถอะ" เขากล่าวเพิ่มเติมด้วยการล้อกับคำขวัญที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของเขาในปี 2016
การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ส่งผลต่ออิหร่านอย่างไร
การที่สหรัฐฯ กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านในปีที่แล้ว โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ภาคการขนส่งสินค้าทางเรือ และภาคการเงิน ทำให้การลงทุนจากต่างชาติหดหายไปจากอิหร่าน และส่งผลต่อการส่งออกน้ำมัน
การคว่ำบาตรดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ไม่สามารถค้าขายกับอิหร่านได้ แต่ยังห้ามบริษัทต่างชาติหรือประเทศต่าง ๆ ทำมาค้าขายกับอิหร่านด้วย
การคว่ำบาตรนี้ จึงนำไปสู่การขาดแคลนสินค้านำเข้าและผลิตภัณฑ์ที่ต้องอาศัยวัตถุดิบจากต่างประเทศ ที่เห็นได้ชัดคือ ผ้าอ้อมทารก
ค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทั่วไปที่ผลิตในประเทศ อย่าง เนื้อสัตว์ และไข่ ซึ่งมีราคาปรับตัวสูงขึ้น
เกิดอะไรขึ้นกับโดรนของสหรัฐฯ
IRGC ระบุว่า การยิงโดรนตก เป็น "การส่งสัญญาณที่ชัดเจน" ไปยังสหรัฐฯ ว่า อย่าล้ำเส้นเข้ามาในพรมแดนของอิหร่าน
แต่เจ้าหน้าที่ทางการกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่า ในขณะนั้นโดรนลำดังกล่าวอยู่ในน่านฟ้าสากล เหนือช่องแคบฮอร์มุซ
อามีร์ อาลี ฮาจิซาเดห์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ IRGC กล่าวว่า มีเครื่องบินทหารอีกลำหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสาร 35 คน บินอยู่ใกล้กับโดรนลำดังกล่าว "เราจะยิงเครื่องบินลำนั้นด้วยก็ได้ แต่เราไม่ทำ" เขากล่าว