ความรุนแรงในครอบครัว : ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตพ่อแม่อเมริกันที่ล่ามขังลูก 13 คนให้อดโซอยู่ในบ้านนานแรมปี

คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันถูกดำเนินคดีในข้อหาทรมานและทำให้เด็กตกอยู่ในอันตราย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันถูกดำเนินคดีในข้อหาทรมานและทำให้เด็กตกอยู่ในอันตราย

นายเดวิด และนางลูอิส เทอร์พิน สองสามีภรรยาชาวอเมริกันได้รับการตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตในความผิดฐานทารุณกรรมลูก 13 คน ด้วยการกักขังไว้ในบ้าน โดยเด็กบางคนถูกล่ามโซ่คล้องกุญแจเอาไว้กับที่นอน และทั้งหมดอยู่ในสภาพที่สกปรกผอมโซขาดการดูแล นานกว่า 9 ปี

ในการฟังคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ (19 เม.ย.) ลูก ๆ ของทั้งคู่ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในฐานะเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบว่า "หนูรักพ่อแม่ของหนูมาก" ลูกสาวคนหนึ่งกล่าวในถ้อยแถลงที่ให้พี่ชายเป็นผู้อ่านต่อศาล

"แม้ว่ามันจะไม่ใช่การเลี้ยงดูที่ดีที่สุด แต่หนูก็ดีใจที่พวกท่านเลี้ยงหนูมาเพราะมันทำให้หนูเป็นหนูทุกวันนี้"

ส่วนลูกอีกคนระบุว่า "ผมไม่สามารถบรรยายสิ่งที่พวกเราได้ประสบออกมาเป็นคำพูดได้"

"บางครั้งผมยังฝันร้ายถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น เช่น พี่น้องถูกล่ามโซ่ หรือถูกทุบตี"

"ผมรักพ่อแม่และยกโทษให้กับหลาย ๆ สิ่งที่พวกท่านกระทำต่อพวกเรา"

David Turpin, who pleaded guilty with his wife Louise to 14 felony counts for the abuse over several decades of their 13 children, addresses the court during their sentencing in Riverside, California on April 19, 2019

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายเทอร์พิน วัย 57 ปี และภรรยา รับสารภาพในความผิด 14 กระทงฐานทารุณกรรมลูก 13 คน

ส่วนลูกสาวอีกคน ที่ยังมีท่าทางสั่นเทาด้วยความกลัว กล่าวว่า "พ่อแม่เคยพรากชีวิตไปจากหนู แต่ตอนนี้หนูจะเอาชีวิตของหนูคืน...หนูเป็นนักสู้ หนูแข็งแกร่ง และหนูจะฝ่าฟันกับชีวิตให้เหมือนกับจรวด"

เธอกล่าวต่อไปว่า "หนูเห็นพ่อเปลี่ยนแม่ให้เป็นอีกคน พวกท่านเกือบจะเปลี่ยนหนูไปด้วย แต่หนูตระหนักได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น"

ด้านนายและนางเทอร์พิน ต่างร่ำไห้เมื่อได้ฟังคำพูดของลูก ๆ และกล่าวขอโทษต่อสิ่งที่ได้ทำลงไป นางเทอร์พิน วัย 50 ปี กล่าวต่อศาลว่า "ฉันรักลูก ๆ มาก และตั้งตารอวันที่จะได้พบหน้า โอบกอด และบอกพวกเขาว่าฉันเสียใจ"

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกลับมีสีหน้านิ่งเฉยเมื่อผู้พิพากษาประณาม "การกระทำที่เห็นแก่ตัว โหดร้ายและไม่ใช่มนุษย์" ที่พวกเขาได้ทำต่อลูก ๆ

คาดว่า นายและนางเทอร์พินจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในเรือนจำ เว้นเสียแต่พวกเขาจะได้รับการทำทัณฑ์บนให้ปล่อยตัวก่อนกำหนดในอีก 25 ปีข้างหน้า

คำบรรยายวิดีโอ, พ่อแม่อเมริกันล่ามขังลูก 13 คนให้อดโซอยู่ในบ้าน

นายและนางเทอร์พิน ถูกจับกุมเมื่อเดือน ม.ค.ปีที่แล้ว หลังจากตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากเด็กสาววัย 17 ปีซึ่งเป็นเหยื่อคนหนึ่งในบ้าน และแอบหนีออกมาจากที่กักขัง จากนั้นใช้โทรศัพท์มือถือที่แอบหยิบออกมาด้วยโทรเบอร์ฉุกเฉิน 911 แจ้งเรื่องกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจบอกว่าวัยรุ่นหญิงคนดังกล่าวดูซูบผอม และตัวเล็กผิดปกติคล้ายกับเป็นเด็กที่มีอายุเพียง 10 ปีเท่านั้น

จากการตรวจสอบ ตำรวจพบว่าภายในบ้านมีผู้ที่ถูกกักขังอยู่อีก 12 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 2-29 ปี และเชื่อว่าทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน ทั้งหมดถูกขังอยู่ในห้องแคบมืดทึบซึ่งมีกลิ่นเหม็นสกปรกคละคลุ้งไปทั่ว ในจำนวนนี้บางรายถูกล่ามโซ่ติดกับเตียงในห้องด้วย

ครอบครัวเทอร์พินกับผู้แต่งกายเลียนแบบเอลวิส เพรสลีย์ ที่ลาสเวกัส ขณะที่นายเดวิดและนางลูอิสทำพิธีสมรสกันอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, FACEBOOK

คำบรรยายภาพ, ครอบครัวเทอร์พินกับผู้แต่งกายเลียนแบบเอลวิส เพรสลีย์ ที่ลาสเวกัส ขณะที่นายเดวิดและนางลูอิสทำพิธีสมรสกันอีกครั้ง

นายไมค์ เฮสตริน อัยการเขตริเวอร์ไซต์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าของคดี ระบุว่า ลูกสาวคนที่หนีออกมาและโทรศัพท์แจ้งตำรวจวางแผนการหนีมานานถึงสองปี และอธิบายถึงวิธีการทรมานลูกๆ หลากหลายแบบ ประกอบด้วย

  • ถูกทุบตีเป็นประจำ รวมถึงการถูกรัดคอ
  • ได้รับอนุญาตให้อาบน้ำปีละครั้ง
  • เด็กจะตื่นตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเข้านอนเวลา 4.00 หรือ 5.00 น. โดยจะหลับในช่วงกลางวัน
  • ไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นของเล่น แต่พบว่ามีของเล่นที่ไม่ได้ถูกแกะออกจากห่ออยู่ภายในบ้าน
  • หากล้างมือแล้วน้ำเลอะตั้งแต่บริเวณเหนือข้อมือขึ้นไปจะถูกทำโทษ เพราะพ่อแม่อ้างว่าเด็ก "กำลังเล่นน้ำ"
  • คู่สามีภรรยาเทอร์พิน ให้ลูกรับประทานอาหารเพียงวันละหนึ่งมื้อ แต่จะซื้ออาหาร เช่น พายฟักทอง มาตั้งเอาไว้ให้เห็นแต่รับประทานไม่ได้
  • ลูกทุกคนไม่เคยพบทันตแพทย์ และไม่ได้พบแพทย์มานานกว่าสี่ปี
  • เด็กขาดความรู้พื้นฐานในการใช้ชีวิต และไม่รู้จักว่าตำรวจคืออะไร

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าเด็กที่มีอายุ 2 ขวบมีน้ำหนักเป็นปกติ แต่คนอื่นอยู่ในภาวะขาดอาหารอย่างรุนแรง โดยคนที่อายุ 12 ปีมีน้ำหนักเท่ากับเด็กอายุ 7 ปี และคนที่อายุ 29 ปีมีน้ำหนักเพียง 37 กิโลกรัม

ลูกทุกคนของทั้งคู่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ และ "โรคระบบประสาท โดยเป็นอาการบาดเจ็บของเส้นประสาท เนื่องจากถูกทารุณร่างกายอย่างรุนแรงเป็นเวลานาน" นายเฮสตรินกล่าว