ผู้แปรพักตร์เกาหลีเหนือหนีออกนอกประเทศน้อยลงในยุค คิม จอง อึน
นักการเมืองเกาหลีใต้ระบุว่า จำนวนผู้แปรพักตร์เกาหลีเหนือที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในเกาหลีใต้มีจำนวนลดลง นับแต่นายคิม จอง อึน ขึ้นปกครองประเทศเมื่อ 7 ปีก่อน
นายปัก บยอง ซอก สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ ระบุเรื่องนี้โดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงรวมชาติว่า เมื่อปีที่แล้ว มีผู้แปรพักตร์เกาหลีเหนือหลบหนีเข้าไปในเกาหลีใต้ 1,127 คน ถือว่าน้อยลงเมื่อเทียบกับเมื่อปี 2011 ที่มีจำนวน 2,706 คน
นายปัก ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้มาจากการควบคุมพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือและจีนที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการที่กลุ่มผู้รับจ้างลักลอบพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเรียกเก็บค่าบริการสูงขึ้น
ด้านทางการเกาหลีเหนือยังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะกระเตื้องขึ้นมากในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ แต่โดยหลักการแล้วทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะสงคราม นับตั้งแต่การสู้รบในสงครามเกาหลียุติลงในปี 1953 เพราะยังไม่มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการ

ที่มาของภาพ, SOUTH KOREA BLUE HOUSE TWITTER
รัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 1953 มีคนเกาหลีเหนือเดินทางข้ามพรมแดนเข้าไปในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายกว่า 30,000 คน ส่วนใหญ่มักเลือกเดินทางผ่านประเทศจีน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือยาวที่สุด และเป็นช่องทางที่ง่ายกว่าการเดินทางข้ามเขตปลอดทหาร (Demilitarized Zone - DMZ) ตรงพรมแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
เมื่อชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์เข้าไปอยู่ในเกาหลีใต้ พวกเขาจะต้องเข้าโครงการฟื้นฟูและจะได้รับความช่วยเหลือในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และมักได้รับสถานะพลเมืองในที่สุด ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะถูกทางการเกาหลีใต้สอบปากคำอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้เป็นสายลับสองหน้า









