เข็มในสตรอว์เบอร์รี: อะไรทำให้คนเอาเข็มไปฝังในผลไม้?

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทางการออสเตรเลียกำลังหาตัวคนก่อเหตุฝังเข็มไว้ในลูกสตรอว์เบอร์รี จนทำให้เกิดกระแสตื่นกลัวทั้งในและนอกประเทศ อีกทั้งยังสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ชนิดนี้ด้วย
ผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งที่รับประทานสตรอว์เบอร์รีที่มีเข็มเข้าไปต้องถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล มีรายงานว่าเด็กและผู้บริโภครายอื่น ๆ ก็ เกือบจะประสบเคราะห์เดียวกันอย่างหวุดหวิด
นับแต่เกิดข่าวนี้ขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางการออสเตรเลียได้ออกมาเตือนผู้ที่คิดจะลอกเลียนแบบหรือแกล้งสร้างเหตุการณ์ขึ้น
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ บีบีซีได้ไปสอบถามนักอาชญาวิทยา และนักจิตวิทยาถึงความเห็นที่มีต่อเรื่องนี้
ความหวาดกลัวรูปแบบใหม่
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การก่ออาชญกรรมทางอาหาร เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในออสเตรเลีย และแนวคิดเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
"ฉันคิดว่านี่เป็นสาเหตุว่าทำไมสังคมถึงได้ตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น...คุณซื้อสตรอว์เบอร์รี ซึ่งเป็นเรื่องแสนธรรมดาและคิดว่ามันปลอดภัย"
น.ส.แอนิตา แมคเกรเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยา (forensic psychologist) จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย กล่าว

ที่มาของภาพ, QUEENSLAND POLICE
ใครคือเป้าหมายการก่อเหตุครั้งนี้?
ศ.เมอร์เรย์ ลี นักอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า แรงจูงใจของการก่อเหตุเป็นไปได้หลายสาเหตุมาก และผู้กระทำผิดอาจไม่ได้จงใจจะทำร้ายประชาชนทั่วไปด้วย
"บางทีคนก่อเหตุอาจไม่พอใจเกษตรกรหรือเจ้าของธุรกิจสตรอว์เบอร์รีและต้องการทำสิ่งนี้เพื่อแก้แค้น"
แต่ขณะเดียวกันก็อาจเป็นการกระทำด้วยความมุ่งร้ายต่อประชาชนทั่วไป เพื่อก่อให้เกิดความหวาดกลัวไปทั่วสังคม ศ.ลี ระบุ
น.ส.แมคเกรเกอร์ เสริมว่าอาจเป็นการกระทำที่เกิดจากความวิกลจริตหรือความชั่วร้าย หรือทั้งสองอย่าง "ผู้ก่อเหตุอาจลงมือทำสิ่งนี้จากเหตุผลส่วนตัว หรือจากอาการหลอนที่กระตุ้นให้ก่อเหตุขึ้น"
พฤติกรรมลอกเลียนแบบ และพวกเล่นพิเรนทร์
ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจอะไร แต่บรรดานักอาชญาวิทยา ระบุว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการจงใจทำ
"สิ่งที่เราเห็นอยู่นี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ" ดร.แดเนียล แฮร์ริส นักอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธในรัฐควีนส์แลนด์กล่าว
"เราอาจพยายามทำความเข้าใจได้ว่าทำไมคนจึงก่อเหตุงัดบ้านหรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่การกระทำที่ถูกกระตุ้นจากอารมณ์โกรธ...ไม่ว่าจะเป็นการลอกเลียนแบบ การแกล้งเล่นพิเรนทร์ หรือการแจ้งเรื่องเท็จ นี่คือการกระทำด้วยความจงใจ" ดร. แฮร์ริส กล่าว

ที่มาของภาพ, JOSHUA GANE
ด้าน ศ.ลี ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยชี้ว่า การก่อเหตุ "รูปแบบใหม่" ที่มุ่งเป้าสิ่งธรรมดา ๆ อย่างสตรอว์เบอร์รี อาจดึงดูดให้พวกชอบลอกเลียนแบบทำตาม
ศ.ลี บอกว่า ข่าวการพบเข็มในสตรอว์เบอร์รีแต่ละครั้งมักสร้างความรู้สึกตื่นเต้น "ดังนั้นคุณคงนึกออกว่าคนที่อาจมีปัญหาทางจิตอ่อน ๆ ก็อาจจะอยากร่วมกระทำความผิดรูปแบบใหม่นี้และสร้างข่าวที่เป็นผลงานของตัวเองขึ้น"
ดร.แฮร์ริส บอกว่าผู้กระทำผิดที่ชอบก่อเหตุลอกเลียนแบบนั้น มักแสดงพฤติกรรม "เรียกร้องความสนใจ" เช่นเดียวกับพวกที่มีพฤติกรรมคุกคามและข่มเหงรังแกผู้อื่นทางอินเทอร์เน็ต
"ผู้คนมักแอบทำเรื่องที่ตามปกติจะไม่กล้าทำอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพฤติการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีความไม่เชื่อมโยงกันอยู่มากระหว่างพฤติกรรมกับผลร้ายที่ตามมา" ดร.แฮร์ริส กล่าว พร้อมชี้ว่า "นี่ไม่ใช่การกระทำของคนที่ชอบความซาดิสม์ ไม่ใช่คนที่อยากเห็นความเจ็บปวดของผู้อื่นตอนที่กัดสตรอว์เบอร์รีเข้าไป มันไม่มีความเชื่อมโยงกัน"








