เข็มในสตรอว์เบอร์รี: นายกฯ ออสเตรเลีย รับปากจะตามตัว 'คนขี้ขลาด' มาลงโทษ

กล่องใส่สตรอว์เบอร์รี

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ทางการกำลังสอบสวน เหตุการณ์พบเข็มซ่อนอยู่ในสตรอว์เบอร์รีที่ได้รับแจ้งมากกว่า 100 เหตุ

รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า จะเพิ่มโทษอาญา เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ซ่อนเข็มในผลไม้ ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ระบุว่า คนทำผิดอาจได้รับโทษจำคุก 15 ปี

ด้านตำรวจ เปิดเผยว่า มีเด็กคนหนึ่งถูกจับตัว หลังจากยอมรับว่า นำเข็มไปเสียบในสตรอว์เบอร์รี เลียนแบบเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

สจ๊วต สมิธ รักษาการผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า เด็กคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีภายใต้กระบวนการสอบสวนเยาวชน

'คนขี้ขลาด'

นายกรัฐมนตรีมอร์ริสัน กล่าวเมื่อวันพุธว่า บทลงโทษใหม่จะเทียบเท่ากับการก่อการร้ายทางการเงิน และการกระทำความผิดเกี่ยวกับสี่อลามกอนาจารเด็ก

เขากล่าวว่า "รัฐบาลของเราจริงกับกับเรื่องนี้มาก" โดยนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ขอให้รัฐสภาผ่านกฎหมายใหม่ในสัปดาห์นี้

ปัจจุบัน บทลงโทษสูงสุดฐานใส่วัตถุปนเปื้อนในอาหารคือ จำคุก 10 ปี พรรคแรงงานซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ระบุว่า จะสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายนี้

นายมอร์ริสัน กล่าวว่า กฎหมายใหม่จะพุ่งเป้าไปยังผู้ที่ก่อเหตุลอกเลียนแบบ และกุเรื่องหลอกลวง"

"คุณทำให้ชีวิตของชาวออสเตรเลียที่ทำงานหนักตกอยู่ในความเสี่ยง และทำให้เด็ก ๆ หวาดกลัว" นายมอร์ริสันกล่าว

"คุณเป็นคนขี้ขลาด"

'การสืบสวนที่ล่าช้า'

รัฐบาลออสเตรเลียรับปากจะมอบความช่วยเหลือให้แก่อุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รี 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 23.5 ล้านบาท เท่ากับความช่วยเหลือที่รัฐบาลรัฐควีนส์แลนด์รับปากไว้ก่อนหน้านี้

ขณะนี้มี 3 รัฐที่เสนอมอบเงินรางวัล 1 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 2.34 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่ตำรวจยังคงสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ชั้นวางสตรอว์เบอร์รีในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ว่างเปล่า

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งหยุดขายสตรอว์เบอร์รี

ในรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งพบการแจ้งเหตุเป็นแห่งแรก ตำรวจระบุว่า ได้พุ่งไปไปที่กระบวนการในการผลิตและจัดจำหน่ายในอุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีที่มีความซับซ้อน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีการเรียกคืนสตรอว์เบอร์รีจำนวนมาก ทำให้ผู้ปลูกหลายรายต้องทำลายพืชผลของตัวเองทิ้ง โดยแต่ละปี อุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีมีมูลค่าราว 130 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 3,000 ล้านบาท

ผู้ส่งออกได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบเข้มงวดขึ้น รวมถึง การนำผลผลิตเข้าเครื่องตรวจโลหะ หรือเครื่องเอ็กซ์เรย์

รัฐบาล ได้ขอให้ผู้บริโภคซื้อสตรอว์เบอร์รีต่อไป แต่ให้ผ่าลูกสตรอว์เบอร์รีก่อนรับประทาน