ผู้นำสหรัฐฯ - เกาหลีเหนือ เตรียมพบกันโดยเร็วที่สุด

ที่มาของภาพ, AFP
คณะผู้แทนของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อส่งหนังสือคำเชิญจากนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ให้กับปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมการหารือกับผู้นำเกาหลีเหนือแล้ว
นอกจากนี้ คณะของรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า นายคิม จอง อึน ตอบตกลงที่จะระงับการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ รวมถึง "มีเจตนามุ่งมั่นที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์"
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะของรัฐบาลเกาหลีใต้ได้มีโอกาสหารือกับนายคิม จอง อึน ที่กรุงเปียงยาง โดยเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นหลังเกาหลีเหนือส่งทีมเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ ซึ่งคณะตัวแทนเดียวกันนี้ได้เดินทางไปยังสหรัฐฯ อเมริกา เพื่อส่งต่อข้อความจากผู้นำเกาหลีเหนือ
ปธน.ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยกล่าวว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเจรจากับเกาหลีเหนือ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า "มีความคืบหน้าดีมาก" แต่ยืนยันว่าจะยังคงมาตรการคว่ำบาตรไว้ต่อไป จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่แน่นอนได้
ส่วนทางฝ่ายเกาหลีเหนือยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ถึงความเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
'มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร'
เท่าที่ผ่านมาหลายทศวรรษเกาหลีเหนือถูกโดดเดี่ยวในเวทีนานาชาติ เนื่องจากมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยไม่สนใจกฎหมายระหว่างประเทศ
เกาหลีเหนืออ้างว่า จำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ เนื่องจากประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง โดยที่ผ่านมาได้ทดสอบนิวเคลียร์ไปรวมหกครั้ง และยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเกาหลีเหนือมีศักยภาพพอที่จะโจมตีระยะไกลด้วยอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่

ที่มาของภาพ, AFP
การที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว กลายเป็นประตูที่เปิดโอกาสทางการทูตอย่างไม่มีใครคาดหมายมาก่อน จากการที่ทั้งสองเกาหลีจัดการหารือเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทีมจากเกาหลีเหนือได้มีส่วนร่วม จนนำไปสู่การส่งคณะผู้แทนของรัฐบาลเกาหลีใต้ไปร่วมการหารือครั้งประวัติศาสตร์กับนายคิม จอง อึน ที่กรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือในสัปดาห์นี้ ซึ่งคณะผู้แทนดังกล่าว เดินทางกลับมาพร้อมกับข้อความว่า เกาหลีเหนือยินดีจะปลดอาวุธนิวเคลียร์ หากรู้สึกว่า "ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป"

คำสัญญาของเกาหลีเหนือ
มี 4 ข้อหลัก ได้แก่:
- ผู้นำเกาหลีเหนือพร้อมจะร่วมหารือกับผู้นำสหรัฐฯ
- เกาหลีเหนือมีเจตนามุ่งมั่นที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์
- เกาหลีเหนือจะระงับการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธทั้งหมด
- เกาหลีเหนือเข้าใจว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะต้องดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม นางลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงโซลของเกาหลีใต้กล่าวว่า ทางเกาหลีเหนือยังไม่ได้พูดว่าจะล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด และยังไม่มีความชัดเจนว่าเกาหลีเหนือเรียกร้องอะไรเป็นสิ่งตอบแทนสำหรับการเข้าร่วมหารือนี้
ในการเจรจาครั้งก่อน ๆ เกาหลีเหนือมักยอมระงับการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ แต่ก็กลับมาทดสอบต่อเมื่อหมดความอดทนหรือรู้สึกว่าไม่ได้สิ่งที่เรียกร้อง

ที่มาของภาพ, Getty Images
คำสัญญาข้อสุดท้ายถือว่าสำคัญเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเกาหลี สหรัฐฯ ยังคงมีทหารนับหมื่นคนประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ และการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เป็นสิ่งที่สร้างความโกรธเคืองให้กับเกาหลีเหนือ ซึ่งมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรุกราน การซ้อมรบนี้แต่เดิมมีกำหนดจะจัดขึ้นในช่วงเดียวกับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ผ่านมา แต่ถูกเลื่อนออกไป

นี่ถือว่าเป็นชัยชนะของปธน.ทรัมป์ หรือไม่
เมื่อปีที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ ได้พยายามลดทอนความสำคัญของนายคิม จอง อึนหลายครั้ง และขู่ว่าจะใช้ "ไฟและความโกรธเกรี้ยว อย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน" หากเกาหลีเหนือยังคงข่มขู่สหรัฐฯ และก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ ยังเคยกล่าวด้วยว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเจรจากับเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ตาม นายชุง อุยยอง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ แถลงกับผู้สื่อข่าวที่ด้านนอกทำเนียบขาวหลังจากเข้าพบปธน.ทรัมป์ โดยยกย่องผู้นำสหรัฐฯ ถึงการใช้นโนบายกดดันอย่างถึงที่สุด ควบคู่ไปกับความเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับนานาชาติเพื่อมาถึง ณ จุดนี้

ที่มาของภาพ, PA
ส่วนนายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ อดีตผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ในประเด็นเกาหลีเหนือ กล่าวกับบีบีซีว่า ปธน.ทรัมป์ อาจทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือเกรงกลัว โดย "มองทุกทางเลือกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนไม่ได้คิดถึง" และผู้นำสหรัฐฯ ยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการพบปะกับผู้คนที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ อาจปฏิเสธ
ผู้สื่อข่าวระบุด้วยว่า นายคิม จอง อึน ได้ชัยชนะในการโฆษณาชวนเชื่อเช่นกัน โดยขั้นแรกคือการเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิก และต่อมาคือการยื่นมือให้กับสหรัฐฯ

ชาติมหาอำนาจแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร
แถลงการณ์ของคณะผู้แทนของรัฐบาลเกาหลีใต้ยกย่องว่าเป็น "ความเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับนานาชาติ" เพื่อมาถึง ณ จุดนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะหมายถึงมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เกาหลีเหนือแสดงแสนยานุภาพ

ที่มาของภาพ, AFP
จีนซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ ได้หันมาใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องหลักๆ อย่างปิโตรเลียมและน้ำมัน ซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะสร้างความลำบากให้กับเกาหลีเหนือ
ด้านญี่ปุ่น เมื่อปีที่ผ่านมาต้องอดทนกับการที่เกาหลีเหนือส่งขีปนาวุธข้ามดินแดนถึงสองครั้ง และยังคงไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกาหลีเหนือ แม้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ จะยินดีกับข่าวล่าสุดนี้ แต่ก็กล่าวว่า "เราจะยังคงใช้การกดดันขึ้นสูงสุด จนกว่าเกาหลีเหนือจะลงมือปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างชัดเจน"

ก่อนหน้านี้ เคยมีการเจรจาลักษณะนี้หรือไม่
ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนไหน ได้เข้าร่วมการหารือกับผู้นำเกาหลีเหนือในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง โดยก่อนหน้านี้ มีเพียงแต่ความพยายามให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ เช่นครั้งล่าสุด เมื่อปี 2008 ซึ่งการเจรจาหกฝ่ายต้องล้มเหลว เนื่องจากเกาหลีเหนือปฏิเสธการส่งคณะผู้ตรวจสอบลงพื้นที่ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องการล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์
ข้อเสนอเพื่อกลับมาเจรจาใหม่อีกหลายครั้งก็ล้มเหลวเช่นกัน รวมถึงเมื่อปี 2012 ที่เกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธ สองสัปดาห์หลังประกาศข้อตกลงกับสหรัฐฯ
นายคิม จอง อึน เป็นผู้ที่ถูกคว่ำบาตรด้านการเดินทางจากหลายประเทศ จึงทำให้มีทางเลือกจำกัดและไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ปธน.ทรัมป์ จะเดินทางไปเกาหลีเหนือ ดังนั้นทั้งคู่อาจพบกันที่เขตปลอดทหาร บริเวณชายแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ หรือที่มีความเป็นไปได้มากกว่านั้นคือ จีนอาจจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ









