สหประชาชาติมีมติให้หยุดยิง 30 วัน เพื่อบรรเทาทุกข์ชาวซีเรีย

ที่มาของภาพ, Reuters
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทุกฝ่ายที่กำลังสู้รบกันอยู่ในซีเรียหยุดยิงเป็นการชั่วคราว 30 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแจกจ่ายแก่พลเรือน และเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกมาจากวงล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขตโกตาตะวันออกใกล้กรุงดามัสกัส ซึ่งถูกกองทัพรัฐบาลถล่มโจมตีอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
มติดังกล่าวมีขึ้นหลังการเจรจาต่อรองที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 3 วันระหว่างชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงฯ โดยนางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติกล่าวหารัสเซียว่า จงใจถ่วงเวลาการออกมติหยุดยิงโดยเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาของมติหลายครั้ง
รัสเซียได้ขอให้กลุ่มติดอาวุธที่ร่วมมือกับฝ่ายตน สามารถดำเนินปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียต่อไปได้ระหว่างการหยุดยิง ทำให้มติในครั้งนี้ไม่ครอบคลุมถึงปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธที่คณะมนตรีความมั่นคงฯถือว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เช่น กลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส), กลุ่มอัลไคดา, แนวร่วมอัล-นุสรา (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Hayat Tahir al-Sham หรือ HTS) รวมทั้งบุคคล กลุ่มจัดตั้ง และองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มข้างต้น

ที่มาของภาพ, Reuters
องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย (SOHR) รายงานว่าเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) มีพลเรือนเสียชีวิตจากการสู้รบเพิ่มอีกอย่างน้อย 29 รายที่เขตโกตาตะวันออก ทำให้ยอดรวมของพลเรือนที่เสียชีวิตในการสู้รบครั้งนี้พุ่งสูงถึง 500 รายแล้ว นับแต่กองทัพรัฐบาลซีเรียเร่งระดมโจมตีฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฎในเขตดังกล่าวตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Reuters
มีพลเรือนเกือบ 400,000 คน ติดอยู่ในวงล้อมการสู้รบที่เขตโกตาตะวันออก โดยขาดแคลนทั้งอาหาร สิ่งจำเป็นและการรักษาพยาบาล มีผู้พบเห็นเครื่องบินของรัสเซียเข้าร่วมทิ้งระเบิดและยิงจรวดโจมตีโรงพยาบาลหลายแห่งด้วย แต่ทางการรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนรวมในปฏิบัติการที่สมรภูมิแห่งนี้
นายวาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติระบุว่า มีการรายงานถึงสถานการณ์ในเขตโกตาตะวันออกอย่างเกินจริงแบบโฆษณาชวนเชื่อ ส่วนมติหยุดยิงของคณะมนตรีความมั่นคงฯที่ออกมาจะได้ผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าทุกฝ่ายที่สู้รบติดพันกันอยู่จะเห็นพ้องร่วมมือด้วยหรือไม่




