ยอดเสียชีวิตเหตุโจมตีที่มั่นกบฏซีเรียพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี

ที่มาของภาพ, AFP
กองกำลังรัฐบาลซีเรียซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย เร่งกระหน่ำโจมตีฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฏที่เขตโกตาตะวันออกใกล้กรุงดามัสกัสหนักหน่วงยิ่งขึ้น จนมีรายงานว่ายอดพลเรือนผู้เสียชีวิตในการสู้รบดังกล่าวเพิ่มเป็น 250 รายแล้ว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 48 ชั่วโมง นับแต่เหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีเมื่อปี 2013 เป็นต้นมา
ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว มีเด็กรวมอยู่ด้วยถึงกว่า 50 คน แต่จนถึงขณะนี้ทางการซีเรียยังไม่เคยแถลงถึงการสู้รบที่เขตโกตาตะวันออกอย่างชัดเจนแต่อย่างใด เพียงแต่กล่าวว่าได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีแบบ "เจาะจงเป้าหมาย" ในพื้นที่ที่มีการยิงต่อสู้ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น
องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย (SOHR) ซึ่งเป็นผู้รายงานยอดผู้เสียชีวิตดังกล่าวบอกว่า สถานการณ์ในเขตโกตาตะวันออกเลวร้ายลงอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยนอกจากการโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินรบของรัสเซียแล้ว กองกำลังรัฐบาลยังระดมยิงกระสุนปืนใหญ่เข้ามาเหมือนห่าฝน โดยมีเมืองและหมู่บ้านกว่า 10 แห่งที่ถูกโจมตี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,200 คน
นายพานอส มูมต์ซิส เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานของสหประชาชาติในซีเรียเผยว่า มีโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 แห่งถูกทำลายในการโจมตีทางอากาศโดยเจตนา ซึ่งการกระทำเช่นนี้อาจถือว่าเป็นอาชญากรรมสงครามได้ แพทย์ในท้องถิ่นยังบอกว่าผู้คนต่างอ่อนล้าและล้มป่วยจากการขาดแคลนอาหารและสิ่งจำเป็นมานาน ทำให้โอกาสในการมีชีวิตรอดจากการสู้รบครั้งนี้มีอยู่น้อยมาก
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว มีการเปิดวงล้อมการสู้รบให้ขบวนรถขนความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมได้ลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปในเขตโกตาตะวันออกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้ภาวะอดอยากขาดแคลนอาหารยังคงมีอยู่ทั่วไป มีรายงานว่าราคาขนมปังพุ่งสูงขึ้นกว่าราคาเฉลี่ยในท้องตลาดทั่วประเทศ 22 เท่า และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีถึง 12% มีภาวะทุพโภชนาการขั้นรุนแรง

ที่มาของภาพ, Reuters
สำหรับความคืบหน้าที่แนวรบด้านพรมแดนตุรกี-ซีเรียนั้น ล่าสุดกองกำลังกลุ่มหนึ่งที่เป็นพันธมิตรฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ได้ยกพลเข้าไปยังภูมิภาคอาฟริน เพื่อช่วยเหลือกองกำลังชาวเคิร์ด YPG สู้รบกับกองทัพตุรกีที่บุกข้ามพรมแดนเข้ามาแล้ว
สื่อของซีเรียรายงานว่า กองทัพตุรกีได้ยิงโจมตีขบวนรถของกองกำลังดังกล่าวในขณะที่มาถึงเมืองอาฟรินในทันที ทำให้ต้องล่าถอยกลับออกไป แต่โฆษกของกองกำลังผู้สนับสนุนรัฐบาลซีเรียนี้บอกว่า ได้ยกกำลังกลับมาในภายหลังและได้เคลื่อนพลเข้าสู่เขตเมืองอาฟรินเป็นที่เรียบร้อย
ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอันของตุรกีกล่าวว่า กองกำลังที่ยกมาช่วยชาวเคิร์ดนี้เป็น "ผู้ก่อการร้าย" และเป็นกองกำลังมุสลิมชีอะห์ ทั้งยังย้ำว่าได้ตกลงกับรัสเซียเพื่อไม่ให้กองทัพรัฐบาลซีเรียเข้าร่วมมือกับชาวเคิร์ดต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของตุรกีแล้ว









