ปธน.สหรัฐฯ อ้างคนเข้าเมืองมาจาก "ประเทศรูทวาร"

ปธน.ทรัมป์ในห้องรูปไข่

ที่มาของภาพ, Reuters

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ถ้อยคำรุนแรง วิจารณ์คนเข้าเมืองต่อหน้าสมาชิกรัฐสภา ในระหว่างการประชุมที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี โดยใช้คำพูดที่อ้างถึงชาวเฮติ เอลซัลวาดอร์ และกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา ว่า "ทำไมเราถึงมีคนจากประเทศรูทวารเหล่านี้ เดินทางเข้ามาที่นี่"

ด้านสื่ออื่น ๆ ของสหรัฐฯ ยืนยันคำพูดดังกล่าวเช่นกัน ส่วนทำเนียบขาวไม่ได้ปฏิเสธ และนายราจ ชาห์ โฆษกทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ว่า "นักการเมืองในวอชิงตันบางคน เลือกที่จะต่อสู้เพื่อประเทศอื่น แต่ประธานาธิบดีทรัมป์จะต่อสู้เพื่อชาวอเมริกันเสมอ"

ขณะที่โฆษกองค์การสหประชาชาติประณามว่าเป็นเรื่องน่าละอาย น่าตระหนก และเป็นการเหยียดเชื้อชาติ

อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่าไม่ได้ใช้ถ้อยคำดังกล่าวในระหว่างการร่วมประชุมเกี่ยวกับคนเข้าเมืองที่ทำเนียบขาว

คำแถลงของทำเนียบขาว ระบุด้วยว่า ในขณะที่ประเทศอื่นที่ใช้นโยบายพิจารณารับคนเข้าเมืองตามคุณสมบัติ ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพยายามต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งทางออกที่ใช้ได้อย่างถาวร ซึ่งจะทำให้ประเทศของเราแข็งแกร่งขึ้น โดยเปิดรับผู้ที่จะมีส่วนร่วมกับสังคม ช่วยให้สังคมของเราเติบโต และปรับตัวเข้ากับประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเราได้

ข้อความตอนหนึ่งของแถลงการณ์จากนายชาห์ ระบุว่า "เขาจะปฏิเสธมาตรการแก้ปัญหาชั่วคราวที่อ่อนแอ และเป็นอันตรายต่อชีวิตของชาวอเมริกันที่ต้องสู้งานหนัก และจะตัดลดคนเข้าเมืองที่มาแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในสหรัฐฯ โดยอาศัยช่องทางตามกฎหมาย"

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับสมาชิกรัฐสภาว่า สหรัฐฯ ควรจะเปิดรับคนเข้าเมืองจากประเทศอย่างนอร์เวย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เพิ่งเดินทางเยือนสหรัฐฯ ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ขณะที่สมาชิกรัฐสภาจากทั้งสองพรรคการเมือง เดินทางไปเข้าพบผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวเพื่อเสนอกฎหมายคนเข้าเมืองร่วมกัน

ผู้อพยพสาบานตัวเป็นพลเมืองอเมริกันที่เมื่อปี 2015

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้อพยพสาบานตัวเป็นพลเมืองอเมริกันที่เมื่อปี 2015

ส่วนเมื่อสามสัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่าในระหว่างการประชุมเกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์พูดว่าชาวเฮติ "เป็นเอดส์ทุกคน" คำกล่าวของเขาทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนายเอลีอาห์ คัมมินส์ ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐแมรีแลนด์ ทวีตข้อความว่า "ผมประณามคำพูดนี้ ที่ไม่สามารถให้อภัยได้ และทำให้ตำแหน่งประธานาธิบดีเสื่อมเสีย"

นายซีดริค ริชมอนด์ ส.ส.พรรคเดโมแครตเชื้อสายแอฟริกันอีกคน กล่าวว่า คำพูดของนายทรัมป์ เป็นเครื่องพิสูจน์เพิ่มเติมว่านโยบายที่ต้องการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของผู้นำ ที่จริงแล้วเป็นนโยบายที่ต้องการให้อเมริกากลายเป็นดินแดนของคนผิวขาวอีกครั้ง

มีอา เลิฟ ขณะกล่าวปราศรัยเมื่อเดือน มี.ค. 2016

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มีอา เลิฟ ขณะกล่าวปราศรัยเมื่อเดือน มี.ค. 2016

นางมีอา เลิฟ ส.ส.พรรครีพับลิกันจากรัฐยูทาห์ ซึ่งเป็นคนเดียวในสภาฯ ที่มีเชื้อสายเฮติ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ขอโทษสำหรับคำพูดที่ "โหดร้าย สร้างความแตกแยก และแบ่งแยกชนชั้น" ส่วนสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของชนผิวสีแห่งชาติ (NAACP) กล่าวหาว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังถลำตัวลึกลงเรื่อย ๆ ในหลุมพรางแห่งการเหยียดเชื้อชาติและความเกลียดกลัวชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวดูเหมือนจะไม่สนใจคำวิจารณ์ โดยสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างคำพูดจากเจ้าหน้าที่ในคณะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนหนึ่งว่า "แม้ว่าประเด็นนี้อาจทำให้นักการเมืองหลายคนไม่พอใจ แต่ทีมงานคาดว่าจะเป็นคำพูดที่สะท้อนกลับไปถึงฐานเสียง เช่นเดียวกับคำกล่าวโจมตีนักกีฬาเอ็นเอฟแอล ที่คุกเข่าระหว่างเพลงชาติ"

ด้านโฆษกสถานทูตเอลซัลวาดอร์ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้

ผู้ประท้วงเดินขบวนต่อต้านนโยบายคนเข้าเมืองของปธน.ทรัมป์ ที่ลอสแองเจลิส เดือน พ.ค. 2017

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงเดินขบวนต่อต้านนโยบายคนเข้าเมืองของปธน.ทรัมป์ ที่ลอสแองเจลิส เดือน พ.ค. 2017

ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี สมาชิกรัฐสภาได้เข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อเสนอให้สหรัฐฯ นำเอกสารที่เรียกว่า ทีพีเอส หรือใบอนุญาตคุ้มครองสถานะชั่วคราวกลับมาใช้กับบางประเทศ รวมถึงเสนองบประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ (4.8 หมื่นล้านบาท) สำหรับการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนด้านที่ติดกับเม็กซิโก

ในสัปดาห์นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศจะยกเลิกใบอนุญาตคุ้มครองสถานะชั่วคราวที่ออกให้กับชาวเอลซัลวาดอร์กว่า 2 แสน คนเมื่อปี 1991 หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ทำให้ต้องเข้าไปขออาศัยในสหรัฐฯ ชั่วคราว โดยการยกเลิกสถานะจะมีผลทำให้บุคคลเหล่านี้ต้องเดินทางออกนอกประเทศภายในปีหน้า ยื่นขอถิ่นที่อยู่ตามกฎหมาย หรือเสี่ยงถูกขับออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า โครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ของเอลซัลวาดอร์ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ได้รับการซ่อมแซมแล้ว

ส่วนก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตคุ้มครองสถานะชั่วคราว กับบุคคลสัญชาติเฮติ และนิการากัวแล้ว