เตือนใช้ยาไอบูโพรเฟนเกินขนาด ทำให้ฮอร์โมนเพศชายต่ำถาวรได้

ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)

ที่มาของภาพ, SPL

การรับประทานยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่ได้รับความนิยมสูงชนิดหนึ่งในปริมาณที่มากเกินจำเป็นและติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจรบกวนการผลิตฮอร์โมนเพศ และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้

ผลวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ PNAS ชี้ว่าการกินยาไอบูโพรเฟนติดต่อกันหลายเดือน อาจเสี่ยงทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกายของเพศชายลดลง โดยจะทำให้มีอาการอ่อนแรง กล้ามเนื้อฝ่อ และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามมา ซึ่งอาการเหล่านี้มักพบได้ในชายสูงวัยและในกลุ่มผู้สูบบุหรี่เป็นปกติ

นพ.เดวิด คริสเตนเซน จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้บอกว่า ยาไอบูโพรเฟนซึ่งเป็นยาแก้ปวดและต้านอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS) สามารถทำให้ปริมาณของฮอร์โมนเพศเทสโทสเตอโรนในร่างกายของผู้ชายลดลง ซึ่งภาวะนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมพิทูอิทารีใต้สมองต้องทำงานหนักขึ้นอีก เพื่อผลิตฮอร์โมนดังกล่าวที่ขาดหายไปมาชดเชย

แต่ยิ่งนานวันไป ต่อมไร้ท่อดังกล่าวจะไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้มากเท่าเดิม และภาวะชดเชยฮอร์โมนเพศต่ำ (Compensated hypogonadism) นี้จะล้มเหลว ทำให้ร่างกายของผู้ที่ได้รับยาไอบูโพรเฟนนานเกินควรมีระดับฮอร์โมนเพศต่ำเป็นการถาวร

จากการทดลองกับอาสาสมัครชาย 31 คน ที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี โดยให้รับประทานยาไอบูโพรเฟนขนาด 600 มิลลิกรัมวันละ 2 เม็ด ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ พบว่าอาสาสมัครเริ่มมีอาการของภาวะที่ร่างกายต้องชดเชยฮอร์โมนเพศซึ่งขาดหายไปในสัปดาห์ที่ 2 เท่านั้น

ภาวะดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้รับการทดลองนั้นไม่รุนแรงนัก และจะคงอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ผู้ที่รับประทานยาไอบูโพรเฟนในปริมาณมากเกินที่แพทย์แนะนำเป็นประจำ เช่น ในกลุ่มนักกีฬาฟุตบอลที่รับประทานเพื่อต้านการอักเสบของกล้ามเนื้อเป็นประจำทุกวัน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะฮอร์โมนเพศต่ำอย่างถาวรได้

ก่อนหน้านี้ ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่ายาไอบูโพรเฟนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจวายทั้งในชายและหญิง เป็นอันตรายต่อสตรีมีครรภ์และทารกในครรภ์ โดยเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้แท้งบุตรขึ้นกว่า 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำว่าการกินยาไอบูโพรเฟนเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม เช่นไม่รับประทานติดต่อกันนานเกินหนึ่งสัปดาห์ และใช้ตามความจำเป็นเช่นใช้บรรเทาอาการปวดฟัน นับว่าเป็นวิธีใช้ยาที่ปลอดภัย