เยรูซาเลม: คำประกาศทรัมป์ ทำให้เกิดความรุนแรงในฉนวนกาซา

ภาพกราฟฟิติในเขตเวสต์แบงก์ของเมืองเบธเลแฮม มีข้อความว่า "เพนซ์ เราไม่ต้อนรับคุณ"

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพกราฟฟิติในเขตเวสต์แบงก์ของเมืองเบธเลแฮม มีข้อความว่า "เพนซ์ เราไม่ต้อนรับคุณ"

สหรัฐฯ เตือนปาเลสไตน์ว่าการยกเลิกกำหนดการหารือในเดือนนี้ ระหว่างนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับนายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ จะ "ไม่เป็นผลดี" หลังเจ้าหน้าที่อาวุโสของปาเลสไตน์ระบุว่าจะไม่ต้อนรับนายเพนซ์

การออกแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ถือเป็นการกลับลำนโยบายที่สหรัฐฯ ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และสร้างความไม่พอใจให้กับปาเลสไตน์

การประท้วงในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์เมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บ 31 คน ซึ่งวันนี้ (8 ธ.ค.) คาดว่าจะมีผู้ออกมาประท้วงเพิ่มขึ้นในดินแดนปาเลสไตน์ โดยกลุ่มฮามาสเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนลุกขึ้นประท้วง ขณะที่อิสราเอลได้ส่งทหารหลายร้อยนายไปเสริมกำลังในเขตเวสต์แบงก์

หลายชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ แถลงว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ ทั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตอาหรับจะจัดการประชุมขึ้นในเร็ววันนี้เพื่อกำหนดท่าทีในการตอบโต้

ความขัดแย้งเรื่องกำหนดการหารืออับบาส-เพนซ์

โฆษกทำเนียบขาวระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุมตามกำหนดที่วางเอาไว้แล้ว โดยนายเพนซ์ "ยังคงตั้งใจที่จะพบกับนายอับบาสและผู้นำปาเลสไตน์คนอื่นๆ และคิดว่าการตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมจะไม่เป็นผลดี" ซึ่งการเยือนตะวันออกกลางของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคมนี้ ยังรวมถึงกำหนดการเยือนอิสราเอลและอียิปต์ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าของวานนี้ นายจิบริล ราคูบ เจ้าหน้าที่อาวุโสในพรรคฟาตาห์ กล่าวว่า ดินแดนปาเลสไตน์ "ไม่ต้อนรับ" นายเพนซ์ และระบุว่าจะไม่มีการประชุมกับผู้นำปาเลสเตน์ แต่นายอับบาสยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

การตัดสินใจที่สร้างความโกรธเคืองในเมืองรามัลลาห์ แต่ความยินดีในอิสราเอล

โดย โยลานเด เนลล์ บีบีซี นิวส์ รายงานจากเขตเวสต์แบงก์และเมืองรามัลลาห์

ผู้ประท้วงในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาที่ถูกยึดครองได้เผาธงชาติสหรัฐฯ และตะโกนข้อความแสดงความเป็นเจ้าของเมืองศักดิ์สิทธิ์

ผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์พยายามเผายาง

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์พยายามเผายาง ในระหว่างปะทะกับกองทัพทหารอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

นางคาร์ลา เบอร์คัท ผู้ประท้วงในเมืองรามัลลาห์ กล่าวว่า "เขาทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นเพียงฝ่ายเดียวโดยเข้าข้างอิสราเอล และปฏิเสธความจริงเกี่ยวกับชาวปาเลสไตน์"

ร้านค้า ธุรกิจ โรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่ปิดทำการทำให้บรรยากาศในพื้นที่ขณะนี้ดูน่าเป็นห่วงยิ่งขึ้น ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากเกรงว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะทำลายโอกาสการได้ตั้งรัฐเอกราชที่มีดินแดนทางตะวันออกของนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง

นายอาเบ็ด เจย์ยูซี ชาวเมืองอีกคน กล่าวว่า "เราประณามการตัดสินใจของอเมริกา มันทำลายความฝันของเราในฐานะชาวปาเลสไตน์" และ "มันเป็นจุดจบสำหรับทางออกที่จะมีทั้งสองรัฐอยู่ร่วมกัน"

ประท้วงต้านยกเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะบอกว่า สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนจุดยืนของนานาชาติเรื่องการมีอยู่ของทั้งสองรัฐ หากทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์เห็นด้วย และเน้นย้ำว่าไม่ได้กำหนดเขตแดนให้กับเยรูซาเลม แต่คนในท้องที่อย่างนายอาเบ็ดกล่าวว่า "ตอนนี้เราไม่ต้องการเจรจาสันติภาพกับอิสราเอล และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับทรัมป์"

ส่วนในย่านร้านค้าที่เขตเยรูซาเลมตะวันตก ชาวอิสราเอลต่างยินดีกับการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุด โดยเชื่อว่าการที่สหรัฐฯ ยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลเหนือดินแดนในเยรูซาเลม คือการแก้ไขความไม่เป็นธรรมในประวัติศาสตร์

นายเดวิด ชไรเดอร์ กล่าวว่า "ทรัมป์เป็นคนที่พระเจ้าส่งมา เพื่อให้พูดสิ่งที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม" และในฐานะที่เป็นผู้นับถือนิกายออร์โธดอกซ์ เขามองว่าเมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอิสราเอลและโลกที่มีเนินเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟ ประกาศแจ้งเตือนคนไทยในอิสราเอล โดยเฉพาะในนครเยรูซาเลมและบริเวณใกล้เคียง ระมัดระวังตัวพร้อมติดตามข่าวสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่

ประกาศเตือนคนไทยในเทลอาวีฟ

ที่มาของภาพ, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ

อย่างไรก็ตาม เมืองเก่าแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสามของชาวมุสลิมด้วย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโดมทองและมัสยิดอัลอักซา ซึ่งทำให้ชาวอิสราเอลบางคนกังวลว่าจะการตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจทำให้เกิดความไม่สงบระหว่างศาสนาได้

นางเดบบี ลาสต์ กล่าวว่า "ฉันรู้สึกสับสน... จริง ๆ ก็ดีใจเพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งก็กังวล เพราะรู้ถึงผลที่อาจตามมา และอาจถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรงอย่างไม่เป็นธรรม"

ปฏิกิริยาจากผู้นำ

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมระบุว่าขณะนี้อิสราเอลกำลัง "ติดต่อกับประเทศอื่นที่จะทำตาม" โดยไม่ได้ระบุชื่อประเทศ แต่สื่อท้องถิ่นของอิสราเอลอ้างถึงฟิลิปปินส์และสาธารณรัฐเช็ก

ด้านทำเนียบขาวระบุว่า ไม่มีข้อมูลว่ามีประเทศใดจะทำตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์หรือไม่

ส่วนผู้นำพรรคฮามาส ซึ่งควบคุมพื้นที่ในฉนวนกาซา เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนจัดการประท้วง "วันแห่งความโกรธแค้น" ในวันนี้ และระบุว่า "จะเป็นวันแรกของการลุกขึ้นต่อต้านผู้ยึดครอง" ซึ่งนายอิสมาอิล ฮานียา กล่าวในฉนวนกาซาว่าสมาชิกฮามาสจะ "เตรียมพร้อมเต็มขั้น"เพื่อ "เผชิญกับอันตรายด้านกลยุทธ์"

ประท้วงต้านยกเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงถือธงตุรกีและป้ายประท้วง บริเวณหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงอังการา เมืองหลวงของประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เพื่อต่อต้านกรณีสหรัฐฯ เตรียมย้ายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเลม

ด้านพรรคฟาตาห์ได้ประท้วงผ่านช่องทางการทูต โดยทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และผลักดันให้สันนิบาตอาหรับตอบโต้ด้วยจุดยืนที่แข็งกร้าว ซึ่งดร.นัสเซอร์ อัลคิดวา โฆษกพรรคฟาตาห์ กล่าวว่า "เราจะประกาศให้สหรัฐฯ ถูกตัดสิทธิ์ออกจากผู้สนับสนุนร่วมในกระบวนการสันติภาพ หรือกระบวนการทางการเมืองทั้งหมด" และ "ในมุมมองของเรา เขาสูญเสียศักยภาพในความพยายามทั้งหมดในแง่นี้ไปแล้ว"

นอกจากนี้ ผู้นำกลุ่มประเทศอาหรับยังได้ออกมาตอบโต้สหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยประธานาธิบดีเรเซป ทายยิบ เออร์โดกัน แห่งตุรกี กล่าวเตือนประธานาธิบดีทรัมป์ว่า "กำลังโยนภูมิภาคนี้เข้าสู่วงแหวนแห่งไฟ" ส่วนผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนีระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการประกาศของสหรัฐฯ