เกาหลีเหนือขู่ทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งรุนแรงที่สุด

นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, REUTERS/KCNA

คำบรรยายภาพ, นายคิม ขณะกล่าวทางโทรทัศน์วันนี้ (22 ก.ย.2016)

นายรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ เผยเกาหลีเหนือคิดทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งรุนแรงที่สุด

รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือระบุดังกล่าวหลังจากนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เพิ่งออกมาแถลงทางโทรทัศน์เรียกนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็น "คนบ้า"

นายทรัมป์ ประกาศต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ว่าพร้อมจะโจมตีเกาหลีเหนือให้สิ้นซากทั้งยังเรียกนายคิมว่าเป็น "มนุษย์จรวดที่กำลังปฏิบัติภารกิจฆ่าตัวตาย"

นายรี ยอง โฮ นั้นเป็นผู้ที่ออกมาระบุเมื่อวันก่อนว่าสุนทรพจน์ของนายทรัมป์เป็นเพียง "เสียงหมาเห่า" ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัป รายงานคำพูดล่าสุดของนายรีว่าระเบิดไฮโดรเจนที่จะทดสอบนี้ "อาจจะรุนแรงที่สุด" ที่เคยทดสอบมาในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ดี "จะต้องรอผู้นำคิม จอง อึน เป็นคนสั่งการ"

นายรี ยอง โฮ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือผู้ออกมาระบุว่าคำพูดของนายทรัมป์เปรียบเสมือนเสียง "หมาเห่า"

วันนี้ นายคิม ได้อ่านแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษผ่านทางโทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือ ชี้ว่าสุนทรพจน์ของนายทรัมป์ ซึ่งเป็น "คนบ้า" นั้นทำให้ตนมั่นใจว่าได้ทำถูกต้องแล้วที่พัฒนาอาวุธ และจะทำต่อไปจนถึงที่สุดแทนที่จะเกรงกลัวหรือยุติ ทั้งยังเตือนว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะต้อง "ชดใช้อย่างสาสม"

"ในเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ยอมรับและเหยียดหยามผมและประเทศของผมต่อหน้าสายตาชาวโลก รวมถึงประกาศสงครามอย่างป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ เกาหลีเหนือจะพิจารณามาตรการตอบโต้ที่รุนแรงในระดับ สูงสุดเพื่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์ชดใช้อย่างสาสม"

นายคิม กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าจะ "กำราบสหรัฐฯ ที่บ้าคลั่ง และเลอะเลือนด้วยไฟ"

โดนัลด์ ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายทรัมป์ บนเวทีสมัชชาสหประชาชาติ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำเกาหลีเหนือออกมาแถลงโดยตรงต่อชาวโลก โดยเป็นปฏิกิริยาที่ออกมาไม่นานหลังจากเจ้าหน้าที่ ของเกาหลีเหนือเดินทางถึงนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ควรจะพิจารณาถ้อยแถลงดังกล่าวอย่างละเอียดและจริงจัง

ด้านนายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า "ถ้อยแถลงและพฤติกรรมของเกาหลีเหนือ ยั่วยุต่อความมั่นคงของภูมิภาคและนานาชาติ และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้"

นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้คำขู่มากขึ้น กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ (ขวาสุดในภาพ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งลงนามในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับใหม่ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือเพื่อตอบโต้ที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้คว่ำบาตรบริษัทและสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ธนาคารกลางจีนได้ออกคำสั่งให้ธนาคารอื่น ๆ ของจีน เลิกทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือด้วย

มาตรการคว่ำบาตรใหม่นี้ ออกมาเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ หลังจากที่สหประชาชาติได้อนุมัติมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ต้องการ "ตัดแหล่งเงินทุน ที่ให้การสนับสนุนความพยายามของเกาหลีเหนือ ในการพัฒนาอาวุธที่เป็นอันตรายที่สุดต่อมนุษยชาติ" โดยได้เน้นไปที่อุตสาหกรรมสิ่งทอ ประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ และภาคการผลิตของเกาหลีเหนือ

"เป็นเวลานานมาแล้ว ที่เราปล่อยให้เกาหลีเหนือหาประโยชน์จากระบบการเงินระหว่างประเทศ เพื่อนำไปเป็นเงินทุนสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ"

กองทัพเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เกาหลีเหนือไม่หยุดยั้งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปี 2008 โดยได้อายัดทรัพย์สินของบุคคลและบริษัทที่เชื่อมโยงกับโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงห้ามส่งออกสินค้าและบริการไปยังเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ เมื่อวาน (21 ก.ย) ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวชื่นชมรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าที่ใกล้ชิดที่สุดของเกาหลีเหนือว่า "ธนาคารกลางจีน ได้แจ้งธนาคารอื่น ๆ ให้หยุดทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ" โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนได้ออกคำสั่งให้ธนาคารของตน ปฏิบัติตามมติคว่ำบาตรของสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด แต่ทางการจีนยังไม่ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้

นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, นายคิม ขณะตรวจหัวรบนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดที่ออกมาไม่มีข้อใดที่ระบุว่าห้ามส่งออกน้ำมันให้เกาหลีเหนือตามที่จีนได้คัดค้านมาตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกมาแสดงวิวาทะข้ามทวีปส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวในตลาดหลักทรัพย์ โดยดัชนีหลักทรัพย์นิกเคอิ 225 ปรับตัวลดลง 51.03 จุดหรือร้อยละ 0.25 ตั้งแต่เปิดการซื้อขายจนถึงช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลดลง 53.36 จุด หรือร้อยละ 0.24 ระหว่างช่วงเวลาซื้อขายปกติของเมื่อวานนี้ (21 ก.ย.)

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธถี่ขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 6 โดยไม่สนใจเสียงประณามจากนานาชาติ