อุโมงค์ทดสอบนิวเคลียร์เกาหลีเหนือถล่มบอกอะไรได้บ้าง?

แผนที่แรงสั่นสะเทือนจากบริเวณใกล้สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์หมู่บ้านปุงเกของเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, EPA/USGS

คำบรรยายภาพ, สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนมาจากบริเวณใกล้สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์หมู่บ้านปุงเกของเกาหลีเหนือ

แม้เกาหลีเหนือจะประกาศว่าสามารถทำการทดลองระเบิดไฮโดรเจนได้ "สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ" แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดยืนยันได้อย่างแน่ชัด ขณะนี้โอกาสที่จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็มาถึง แคเธอรีน ดิลล์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุธนิวเคลียร์จากสถาบันการระหว่างประเทศศึกษามิดเดิลเบอรีของสหรัฐฯ บอกว่า อุโมงค์ทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินของเกาหลีเหนือพังถล่มลงมาหลังการทดสอบครั้งที่หกซึ่งเป็นครั้งล่าสุดทำให้สามารถวัดอะไรได้หลายอย่าง

การทำงานของระเบิดนิวเคลียร์ความร้อน (เทอร์โมนิวเคลียร์) หรือระเบิดไฮโดรเจน มีสองขั้นตอนด้วยกันคือ หนึ่ง เกิดการระเบิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิชชั่น คือการแตกตัวของธาตุหนักอย่างยูเรเนียมและพลูโตเนียมกลายเป็นอนุภาคที่มีมวลเบาลงและในระหว่างนั้นก็ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา จากนั้นก็ตามขั้นที่สองคือปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิวชั่นคือการวมตัวของนิวเคลียสธาตุเบาจนเกิดพลังงานขึ้นมา อันเป็นรูปแบบเดียวกับปฏิกิริยาก่อกำเนิดพลังงานในดวงอาทิตย์

ฉะนั้นการอานุภาพการทำลายล้างของมันจึงมหาศาลยิ่งนัก และนำซึ่งความวิตกอย่างยิ่งหากว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธเช่นนี้อยู่ในครอบครองจริง

เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดที่แรงกว่าฮิโรชิม่า 10 เท่า

แรงสั่นสะเทือนที่ออกมาจากสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์หมู่บ้านปุงเก (Punggye-ri) ของเกาหลีเหนือที่วัดได้คือ 6.3 นั้นเป็นแรงสะเทือนขั้นต่ำสุดที่เป็นไปได้ที่เกิดจากการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจน นักวิทยาศาสตร์นำข้อมูลนี้มาคำนวณและพบว่าระเบิดดังกล่าวปลดปล่อยพลังงานออกมาราว 100-150 กิโลตัน ซึ่งเป็นแรงระเบิดที่ทรงพลานุภาพที่สุดเท่าที่เกาหลีเหนือเคยทดสอบมา หากนำไปเทียบกับระเบิดปรมาณู "ลิตเติ้ลบอย" ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมะในอดีตแล้ว นับว่ามีความรุนแรงกว่าถึง 10 เท่า ทั้งยังมีความรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือทดสอบเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว 5-6 เท่า แต่เพียงข้อมูลนี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นระเบิดไฮโดรเจนหรือไม่

คิม จอง อึน ตรวจสอบสิ่งที่อ้างว่าเป็นระเบิดไฮโดรเจน

ที่มาของภาพ, REUTERS/KCNA

คำบรรยายภาพ, การทดสอบนิวเคลียร์มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังสื่อทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่รูปผู้นำสูงสุดตรวจสอบสิ่งที่อ้างว่าเป็นระเบิดไฮโดรเจน

อุโมงค์ถล่ม:โอกาสได้ข้อมูลเพิ่มเติม

หลังการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ราว 8 นาที อุโมงค์ทดสอบก็พังถล่มลงมา เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจวัดองค์ประกอบของ "นิวไคลด์กัมมันตรังสี" (Radionuclides)ที่ถูกปลดปล่อยออกมาสู่บรรยากาศโลกได้ นิวไคลด์กัมมันตรังสีเป็นอะตอมที่มีพลังงานสูงเกินจนนิวเคลียสไม่เสถียร ทำให้เกิดการแผ่รังสีแกมมาหรือแตกตัวเป็นอนุภาคใหม่ออกมา การตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบเหล่านี้จะทำให้พิสูจน์ทราบได้ว่าพวกมันมาจากระเบิดไฮโดรเจนจริงหรือไม่

ไทย:หนึ่งใน 80 สถานีตรวจวัดการทดลองอาวุธนิวเคลียร์

ดร.ยุทธนา ตุ้มน้อย นักชีววิทยารังสีชำนาญการพิเศษ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่าไทยเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาห้ามการทดสอบนิวเคลียร์อย่างครอบคลุม (CTBTO) และก็เป็นที่ตั้งของสถานีตรวจจับแรงสั่นสะเทือนใต้ภิภพหนึ่งใน 80 แห่งที่มีอยู่ทั่วโลก สถานีแห่งนี้ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพที่เชียงใหม่

ดร.ยุทธนาชี้ว่าสถานีของไทยตรวจพบความสั่นสะเทือนจากการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนและได้ส่งข้อมูลนี้ให้กับ CTBTO ที่กรุงเวียนนาไปแล้วในขณะทีเกิดขึ้น นอกจากนี้ก็มีสถานีตรวจจับนิวไคลด์กัมมันตรังสีด้วย ซึ่งตั้งอยู่ที่กำแพงแสน หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในสถานีก็คือเก็บตัวอย่างกัมมันตรังสีในอากาศเพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นประจำ

ดร.ยุทธนากล่าวว่าการที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นการทดสอบด้วยระเบิดนิวเคลียร์แบบไหนก็ต้องตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสีรังสีที่หลุดรอดออกมา จะบอกได้ว่าเป็นระเบิดแบบไหนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญของ CTBTO ที่เวียนนาถึงจะตรวจได้และก็ต้องรอเวลาราวสองสัปดาห์หรือมากกว่านั้นถึงจะทราบได้ว่าเกาหลีเหนือนั้นทดลองอาวุธนิวเคลียร์แบบไหนอยู่

เขาก็ยังได้กล่าวว่าหากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีระเบิดเป็นสงครามมีการยิงขีปนาวุธเข้าใส่กันจริง ๆ ทางไทยมีมาตรการรับมือเป็นขั้นตอนไว้แล้ว เนื่องจากไทยอยู่ไกลหลายพันกิโลเมตร ดังนั้นผลกระทบที่จะได้รับน่าจะเกิดขึ้นเมื่อลมพัดพาอนุภาคกัมมันตรังสีมา ขั้นแรกก็คงมีการเตือนให้อยู่ในบ้าน หรือหากมีการฟุ้งกระจายในปริมาณสูงก็จะมีการแจกจ่ายยาเพื่อกินอันจะสะกัดกั้นการเข้าสู่ร่างกายได้ รวมทั้งการเตือนอย่าเพิ่งบริโภคอาหารและน้ำจากแหล่งนี้ นอกจากนี้ทางการก็มีการฝึกซ้อมเป็นประจำรับมือกับการแพร่กระจายของกัมมันตภาพในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง