นายพลเกษียณปฏิเสธข้อเสนอทรัมป์ทาบทามเป็นที่ปรึกษาความมั่นคง

โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง, ไมเคิล ฟลินน์, โดนัลด์ ทรัมป์, ประธานาธิบดี, สหรัฐฯ, สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ, NSA, เดวิด เพเทรียส, คีธ เคลล็อกก์, เอกอัครราชทูตรัสเซีย, กรุงวอชิงตันดีซี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายโรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด ปฏิเสธข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าเป็นเหตุผลส่วนตัวเรื่องครอบครัวและเหตุผลทางเศรษฐกิจ

นายโรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด ปฏิเสธข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งทาบทามเขาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง หลังอดีตที่ปรึกษาคนก่อนลาออกเพราะถูกเปิดโปงว่าลอบติดต่อกับทูตรัสเซีย

นายฮาร์เวิร์ด เป็นอดีตนาวิกโยธินเกษียณราชการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทล็อคฮีดมาร์ตินในกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เขาเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า มีเหตุผลส่วนตัวเกี่ยวกับครอบครัวและประเด็นทางเศรษฐกิจ ทำให้ไม่อาจรับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ได้

สื่อสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งรายงานว่าเหตุผลแท้จริงซึ่งทำให้นายฮาร์เวิร์ดไม่รับข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นเพราะเขาต้องการนำทีมของตัวเองไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) แต่ตกลงกันไม่ได้ และนายฮาร์เวิร์ดได้บอกให้ผู้สื่อข่าวไปถามข้อเท็จจริงจากนายทรัมป์เอง

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวอย่างหนักแน่นว่าบุคลากรประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ทำงานสอดคล้องกันเป็นอย่างดี พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวลือที่สื่อรายงานว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นในคณะรัฐมนตรีและทีมงานของเขา

โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง, ไมเคิล ฟลินน์, โดนัลด์ ทรัมป์, ประธานาธิบดี, สหรัฐฯ, สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ, NSA, เดวิด เพเทรียส, คีธ เคลล็อกก์, เอกอัครราชทูตรัสเซีย, กรุงวอชิงตันดีซี

ที่มาของภาพ, CHRIS KLEPONIS/AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไมเคิล ฟลินน์ ต้องลาออกหลังถูกเปิดโปงว่าลอบติดต่อกับทูตรัสเซียตั้งแต่ก่อนที่เขาจะได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง

นายฮาร์เวิร์ดเป็นหนึ่งใน 3 ของผู้ได้รับการทาบทามเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในรัฐบาลทรัมป์ หลังจากที่นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตนายทหารระดับสูงซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคนแรก ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากสื่อเปิดเผยว่าเขาติดต่อพูดคุยกับนายเซอร์เก คิสลยาค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันดีซีของสหรัฐฯ เพื่อเจรจาผลักดันการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ตั้งแต่ก่อนที่นายทรัมป์จะชนะการเลือกตั้ง และเขายังไม่ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายสหรัฐฯ ที่ห้ามพลเรือนยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการทางการทูต

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะยืนยันในช่วงแรกว่านายฟลินน์ไม่ได้กระทำผิดใด ๆ แต่ในเวลาต่อมา เขาได้เสนอให้นายฟลินน์ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่านายฟลินน์ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดต่อนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี กรณีที่เขาเคยพูดคุยกับเอกอัครราชทูตรัสเซีย

แม้แต่สมาชิกหลายรายของพรรครัฐบาล พรรครีพับลิกัน ต่างเรียกร้องให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมว่ามีข้อมูลลับรั่วไหลจนทำให้นายฟลินน์ต้องลาออกหรือไม่

โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง, ไมเคิล ฟลินน์, โดนัลด์ ทรัมป์, ประธานาธิบดี, สหรัฐฯ, สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ, NSA, เดวิด เพเทรียส, คีธ เคลล็อกก์, เอกอัครราชทูตรัสเซีย, กรุงวอชิงตันดีซี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายคีธ เคลล็อกก์ (ขวา) และนายเดวิด เพเทรียส (ซ้าย) เป็นอีกสองคนที่ได้รับการทาบทามมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง

นอกจากนี้ ผู้ได้รับการทาบทามเข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงอีก 2 ราย ได้แก่ นายคีธ เคลล็อกก์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) คนปัจจุบัน และนายเดวิด เพเทรียส อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (CIA)

นายเคลล็อกก์ วัย 72 ปี เป็นอดีตนายพลที่เคยปฏิบัติหน้าที่ทั้งในสงครามเวียดนามและสงครามอิรัก ซึ่งเกษียณเมื่อปี 2546 ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของบริษัทซอฟท์แวร์ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น

ขณะที่นายเพเทรียสพ้นจากตำแหน่ง ผอ. CIA หลังถูกเปิดโปงว่าเขาเผยข้อมูลลับให้แก่นักข่าวหญิงซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือชีวประวัติของเขา และเป็นผู้ที่เขามีความสัมพันธ์นอกสมรสด้วย

จากกรณีดังกล่าวทำให้นายเพเทรียสถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ 2 ปี ในฐานะที่นำข้อมูลลับไปเปิดเผยโดยมิชอบ และเขาจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมความประพฤติทราบในกรณีที่จะต้องย้ายไปรับตำแหน่งที่กรุงวอชิงตันดีซี