ทรัมป์ชี้ที่ปรึกษาลอบติดต่อทูตรัสเซียไม่ผิด แต่ให้ลาออกเพราะหมดความเชื่อถือ

ไมเคิล ฟลินน์

ที่มาของภาพ, Alex Wong/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายไมเคิล ฟลินน์ หนุนให้สหรัฐฯมีท่าทีอ่อนลงกับรัสเซีย แต่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน

นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงถึงกรณีที่นายไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีทรัมป์ลาออกจากตำแหน่งว่า ผู้นำสหรัฐฯได้ทราบถึงเรื่องที่นายฟลินน์ลอบติดต่อทูตรัสเซียเพื่อพูดคุยเรื่องยกเลิกการคว่ำบาตรมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมแล้ว โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้แจ้งให้ทราบและเตือนว่าความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างนายฟลินน์กับทางการรัสเซีย อาจทำให้เขาเสี่ยงถูกข่มขู่บังคับให้กระทำการใด ๆ ตามที่รัสเซียสั่งการได้

อย่างไรก็ตามนายสไปเซอร์ระบุว่า ในเวลาที่กระทรวงยุติธรรมได้แจ้งถึงพฤติกรรมของนายฟลินน์ให้ทราบเมื่อสามสัปดาห์ก่อนนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พิจารณาว่าการกระทำของนายฟลินน์ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่การที่นายฟลินน์กล่าวปฏิเสธในตอนแรกว่าไม่ได้ติดต่อกับทูตรัสเซีย และในภายหลังกลับยอมรับว่าได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ โดยไม่สมบูรณ์ ทำให้ทางทำเนียบประธานาธิบดีต้องขอให้นายฟลินน์ลาออก เนื่องจากหมดความเชื่อถือไว้วางใจในตัวเขา

ไมเคิล ฟลินน์

ที่มาของภาพ, AP

คำบรรยายภาพ, นายไมเคิล ฟลินน์ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อปี 2558

กรณีอื้อฉาวของนายฟลินน์ทำให้เกิดคำถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และรัสเซียขึ้นมาอีกครั้ง โดยบรรดาสมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมและเอฟบีไอรายงานเรื่องนี้ต่อรัฐสภาโดยละเอียด ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์นั้นได้ทวีตข้อความแสดงความสงสัยว่า เหตุใดจึงมีข่าวอื้อฉาวรั่วไหลออกมาจากภายในรัฐบาลมากนัก และเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ในขณะที่เขากำลังจัดการกับเรื่องสำคัญเช่นปัญหาเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านี้สื่อในสหรัฐฯรายงานว่า นายฟลินน์ได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก คิสลยาค ทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯหลายครั้ง ตลอดเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ซึ่งการที่พลเรือนอเมริกันซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปดำเนินงานติดต่อทางการทูตเองโดยพลการนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่วนทางทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯได้แต่งตั้งให้พลโท คีธ เคลล็อกก์ นายทหารนอกราชการ เข้ารักษาการตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติแทนนายฟลินน์แล้ว

ทั้งนี้ นายฟลินน์ซึ่งเป็นอดีตพลโทในกองทัพบก เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังเกษียณอายุราชการ และเป็นผู้ติดตามรณรงค์หาเสียงกับนายทรัมป์มาโดยตลอด เขาเคยถูกอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองเพื่อการป้องกันประเทศ และเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีนโยบายที่แข็งกร้าวกับอิหร่าน แต่อ่อนข้อกับรัสเซีย ซึ่งนำไปสู่ข้อสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับทางการรัสเซียในเวลาต่อมา