6 ข้อเท็จจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวของผู้สมัครตัวเต็งปธน. ฝรั่งเศส
นายฟรองซัว ฟียง ที่ชนะเลือกตั้งขั้นต้นภายในพรรค เล เรพุบลิแก็ง (Les Républicains) เมื่อปีที่แล้ว และเป็นตัวเต็งผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่จะถึงวันลงคะแนนในอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง กำลังถูกวิจารณ์ กรณีที่เขาให้รัฐจ่ายเงินให้สมาชิกครอบครัวโดยอ้างว่าเป็นค่าจ้าง แต่กลับไม่พบหลักฐานการทำงานของคนเหล่านั้นจริง

ที่มาของภาพ, Getty Images
1. กรณีอื้อฉาวเรื่องเงิน
กรณีอื้อฉาวของนายฟรองซัว ฟียง ที่ถูกหนังสือพิมพ์เสียดสีการเมืองอย่าง เลอ กานาร์ อองเชน ออกมาแฉช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังทำให้สังคมสับสน เพราะคำพูดของเขาและภรรยาที่ยังคงขัดกันอยู่ โดยสัปดาห์นี้การสอบสวนได้ข้อมูลเพิ่ม เป็นภาพวีดีโอของนางเพเนโลเพ ที่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ เดอะ เทเลกราฟ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2550 ที่ยืนยันว่าไม่เคยทำงานให้ฟียง นางเพเนโลเพ กล่าวว่าเคยช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ตอนที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองซาเบลอ "แต่ไม่เคยเป็นผู้ช่วย และไม่ได้เป็นผู้จัดการเรื่องการติดต่อสื่อสารของเขา"
คำพูดนี้ ขัดแย้งกับ สิ่งที่ฟรองซัว ฟียง ให้ข้อมูลกับทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า การจ้างงานภรรยาเขาในตำแหน่ง 'ผู้ช่วย' ที่ผ่านมา เป็นเรื่องโปร่งใส โดย เลอ กานาร์ อองเชน รายงานตามรายละเอียดในเอกสารจ่ายเงินเดือนว่า นางเพเนโลเพ ได้เงินไปรวม 831,400 ยูโร (31.75 ล้านบาท) ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ในช่วงก่อนที่สามีจะได้เป็นรัฐมนตรี และยังมีอีกรายงานหนึ่งที่ชี้ว่า เธอไม่มีบัตรเจ้าหน้าที่สำหรับเข้าสภาฯ และไม่มีอีเมล์ติดต่อในการทำงานด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
เลอ กานาร์ อองเชน ยังรายงานด้วยว่า นางเพเนโลเพได้รับเงิน 100,000 ยูโร (3,819,000 บาท) เป็นค่าเขียนบทความรีวิวหนังสือ ให้กับ ลา เรวู เดส์ เดอ มองด์ นิตยสารของมาร์ค ลาดรีย์ เดอ ลาชาร์ครีเย มหาเศรษฐีที่สนิทกับครอบครัว
ส่วนลูก ๆ 2 คน คือมารี และ ชาร์ลส์ ฟียง ก็ได้รับเงินกว่า 80,000 ยูโร (3,055,000 บาท) ที่อ้างว่าเป็นค่าปรึกษาทางกฎหมายให้กับสำนักงานของพ่อ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่ได้เป็นทนายความด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นใหม่ที่ยังไม่ถูกสอบสวนอย่างเป็นทางการ ว่าเงินบริจาคให้แคมเปญหาเสียงของนายฟียง กลับไปตกอยู่ที่กลุ่มการเมืองของฟียง เอง แทนที่จะเป็นพรรค เล เรพุบลิแก็ง ได้อย่างไร

2. กรณีนี้จะทำให้นายฟียงต้องปิดฉากชีวิตการเมืองหรือไม่
ตามปกติแล้ว ยิ่งมีรายงานปัญหาอื้อฉาวเกี่ยวกับการเมืองอยู่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์นานเท่าไร ก็ยิ่งทำให้โอกาสที่นักการเมืองจะต้องถอนตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งข่าวของนายฟียง ที่ออกมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ก็ยังคงถูกพูดถึงอยู่ในสัปดาห์นี้ ผลสำรวจคะแนนนิยมของเขาชี้ว่า ผู้มีสิทธ์ลงคะแนนถึง 76% ไม่ประทับใจที่เขาอ้างว่าไม่ได้ทุจริต ซึ่งตัวเลขนี้ ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่า เขาจะรอดไปถึงการเลือกตั้งรอบ 2 เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่ แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนในพรรคแนวคิดกลาง-ขวาถึง 17 คน ที่ร่วมกันลงชื่อ ประนามการโจมตีนายฟียง และยืนยันว่าจะสนับสนุนเต็มที่

ที่มาของภาพ, Getty Images
3. ข้อแก้ต่าง
เท่าที่ผ่านมา นายฟียง อ้างว่า ข่าวที่ออกมา เป็นกระบวนการของนักการเมืองฝ่ายซ้ายที่พยายามจะโค่นอำนาจเขา แต่ในเมื่อขณะนี้มีการสอบสวนกรณีฉ้อโกงแล้ว เขาก็จะต้องหาหลักฐานมายืนยัน โดยทั้งตัวนายฟียง ภรรยา และลูกๆ กำลังถูกตรวจสอบ
ด้านสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศส เคยถามนายฟรองซัว ว่า ภรรยามีหน้าที่อะไร ซึ่งเขาตอบว่าเธอเป็นผู้ตรวจสุนทรพจน์ ช่วยดูแลรับแขก ไปออกงานแทน และรับเรื่องที่มีคนส่งเข้ามา ส่วนนายแอนโตแนง ลีวี ทนายความของครอบครัวยืนยันว่าที่ นางเพเนโลเพ ฟียง ไม่ได้เข้าสำนักงานนั้นเป็นเพราะสามีไม่มีสำนักงานอยู่ในเขตเลือกตั้ง และทั้งคู่ทำงานจากบ้าน

ที่มาของภาพ, TWITTER
4. ฟียง มีเหตุผลให้อ้างได้หรือไม่
ที่จริงแล้วไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลก กับการที่ส.ส.ฝรั่งเศส จะจ้างสมาชิกครอบครัวช่วยงาน โดยเว็บไซต์ มีเดียพาร์ท (Mediapart) ระบุว่ามีส.ส.ถึง 115 คน จาก 577 คน ที่จ้างสมาชิกครอบครัว ให้ช่วยงานทั้งแบบเต็มเวลา และชั่วคราว ซึ่งตามกฎหมายฝรั่งเศสแล้วไม่ใช่เรื่องผิด ตราบใดที่คนเหล่านั้นทำงานจริง
แต่ในกรณีของครอบครัวฟียง นี้ ปัญหาก็คือไม่มีใครจำได้ ว่าภรรยาของเขา ทำงานเมื่อไร เช่นนายมิเชล ครีปู อดีตบรรณาธิการของนิตยสาร ลา เรวู เดส์ เดอ มองด์ ที่จ่ายเงินให้เธอ 100,000 ยูโร ก็กล่าวว่า ไม่เคยเห็นนางเพเนโลเพ เข้าไปที่สำนักงานเลย
5. จะเกิดอะไรขึ้นหากนายฟียง ประกาศถอนตัว
ถ้านายฟียง ประกาศถอนตัว จะมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ทางพรรคจะเปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาตัวแทนใหม่ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และจะต้องมีผู้ลงคะแนนถึง 4 ล้านคน ซึ่งแอน เลอวาด์ ทนายความที่รับผิดชอบด้านกฎหมายการจัดไพรมารี่กล่าวว่า ไม่มีกฏข้อไหน ที่ระบุไว้ชัดเจนถึงกรณีที่มีตัวแทนพรรคประกาศถอนตัว โดยนี่เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องภายในพรรคจะต้องตัดสินใจ ซึ่งผู้สนับสนุนของนายอาแลง จูพพ์ นายกเทศมนตรีเมืองบอร์โด อายุ 71 ที่ได้คะแนนมาเป็นที่ 2 ในไพรมารี่เมื่อปีที่แล้ว กำลังพยายามผลักดันเขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนพรรคหากนายฟียง ถอนตัว

ที่มาของภาพ, AP
6. ผู้ที่ได้ประโยชน์จากกรณีอื้อฉาวนี้
แน่นอนว่าหนึ่งในผู้ที่ได้ประโยชน์จากการที่นายฟียง ถูกสอบสวน ก็คือ นางมารีน เลอ เปน คู่แข่งจากพรรคเนชั่นแนล ฟรอนท์ ที่ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งนี้ด้วย โดยผลสำรวจที่ระบุว่าคะแนนนิยมของนายฟียง ลดลง ยังชี้ด้วยว่านาง เลอ เปน น่าจะชนะการเลือกตั้งรอบแรกในเดือนเมษายนนี้ แม้ว่าอาจจะไปแพ้การเลือกตั้งรอบ 2 ในเดือนพฤษภาคมก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว ก็เห็นจะเป็นนายเอมมานูแอล มาครง นักการเมืองสายกลางรุ่นน้อง และอดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด โดยถ้าตัวแทนจากพรรค เล เรพุบลิแก็ง สอบตกการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก เขาก็จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งประธานาธิบดีฝรั่งเศส









