นอนอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

ที่มาของภาพ, Getty Images
เจมส์ กัลลาเกอร์
ผู้สื่อข่าวสุขภาพและวิทยาศาสตร์ บีบีซีนิวส์
ทีมนักวิจัยจากสหรัฐฯ ชี้ว่า ความเชื่อผิด ๆ ที่มีอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับการนอนหลับกำลังส่งผลเสียต่อสุขภาพและอารมณ์ของเรา
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้สำรวจคำแนะนำเรื่องการนอนแบบผิด ๆ ที่พบบ่อยทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นนำข้ออ้างเหล่านี้มาเปรียบเทียบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยที่เผยแพร่ทางวารสารการแพทย์ Sleep Health ชิ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดความเชื่อผิด ๆ เรื่องการนอน ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนได้มีมีสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ
นี่คือความเชื่อที่ไม่ถูกต้องในเรื่องการนอนหลับที่คุณควรทราบได้แก่
1. ร่างกายคนเราสามารถทนกับการนอนน้อยกว่า 5 ชม.ได้

ที่มาของภาพ, Getty Creative
นี่เป็นคำกล่าวอ้างที่พบเห็นได้อยู่เสมอและไม่เคยหายไป
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า อดีตนายกรัฐมนตรีมาร์กาเรต แทตเชอร์ ของอังกฤษ นอนหลับเพียงคืนละ 4 ชม. เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ที่กล่าวอ้างในทำนองเดียวกัน ซึ่งการเลือกที่จะเอาเวลานอนไปใช้ในทำงานนั้นเป็นสิ่งที่เราได้ยินและพบเห็นได้บ่อยในเรื่องราวความสำเร็จของธุรกิจต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบอกว่า คำกล่าวอ้างนี้ คือหนึ่งในความเชื่อผิด ๆ ที่บั่นทอนสุขภาพเรามากที่สุด
"เรามีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่าการนอนเพียง 5 ชม. หรือน้อยกว่าเป็นประจำ จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย" ดร.รีเบกกา ร็อบบินส์ หนึ่งในทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าว
ปัญหาสุขภาพดังกล่าวรวมถึง โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น ภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และทำให้มีอายุคาดเฉลี่ยสั้นลง
ด้วยเหตุนี้ ดร.ร็อบบินส์ แนะนำว่าเราควรตั้งเป้าที่จะนอนให้ได้คืนละ 7-8 ชม.เป็นเป็นจำ
2. ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนช่วยให้หลับดีขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
การดื่มของมึนเมาเพื่อความผ่อนคลายก่อนนอน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มไวน์หนึ่งแก้ว เหล้าวิสกี้ช็อตหนึ่ง หรือเบียร์กระป๋องหนึ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งความเชื่อผิด ๆ
ดร.ร็อบบินส์ บอกว่า "มันอาจช่วยให้คุณหลับ แต่กลับทำให้คุณภาพการนอนของคุณลดลงอย่างมากในคืนนั้น"
ที่เป็นเช่นนี้เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปรบกวนการนอนหลับลึกแบบกรอกลูกตาไปมาอย่างรวดเร็ว (REM) ซึ่งสำคัญต่อความทรงจำและการเรียนรู้ของคนเรา
ดังนั้นแม้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ง่วงและหลับง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้ประโยชน์สูญเสียประโยชน์บางอย่างจากการนอนไป
นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังทำให้เราขับปัสสาวะออกมามากผิดปกติ ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณต้องลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยขึ้นด้วย
3. นอนดูทีวีบนเตียงช่วยให้คุณผ่อนคลาย

ที่มาของภาพ, Getty Images
คุณเคยคิดแบบนี้ไหม "ฉันต้องกล่อมตัวเองก่อนเข้านอน ด้วยการนอนดูทีวีเพลิน ๆ"
แต่หากเป็นการดูเรื่องเครียด ๆ เช่น ข่าวการเมือง ก็อาจไม่ส่งผลดีต่อการนอนของคุณนัก
ดร.ร็อบบินส์ บอกว่า การดูรายการข่าวตอนดึกอาจยิ่งทำให้เรานอนไม่หลับ หรือรู้สึกเครียดก่อนเข้านอน ในขณะที่เราพยายามผ่อนคลายเพื่อเตรียมตัวจะนอน
ดังนั้นหากเลือกที่จะดูทีวีก่อนนอน ก็ควรชมรายการที่ไม่เครียดและช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายแทน
อีกปัญหาหนึ่งของการดูโทรทัศน์ เช่นเดียวกับการใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตก็คืออุปกรณ์เหล่านี้จะแผ่แสงสีฟ้า (blue light) ออกมา ซึ่งทำให้ร่างกายของคุณชะลอการผลิตฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการนอนหลับที่เรียกว่า เมลาโทนิน
4. หากนอนไม่หลับ ก็จงพยายามข่มตานอนอยู่บนเตียงต่อไป

ที่มาของภาพ, Getty Creative
หากคุณพยายามข่มตานอนด้วยการนับประชากรแกะทั้งนิวซีแลนด์ (ประมาณ 28 ล้านตัว) แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถหลับลงได้ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคืออะไร
คำตอบไม่ใช่การพยายามทนนอนต่อไป
ดร.ร็อบบินส์ บอกว่า การทำเช่นนั้นจะ "ทำให้เรามีความคิดเชื่อมโยงระหว่างเตียงกับการนอนไม่หลับ"
เธอชี้ว่า คนสุขภาพดีตามปกติมักใช้เวลาราว 15 นาทีในการเคลิ้มหลับไป แต่หากใช้เวลานานกว่านั้น ก็ควรลุกออกจากเตียง เปลี่ยนบรรยากาศและหาอะไรทำเพลิน ๆ จนกว่าจะง่วงนอน
คำแนะนำของเธอคือ การพับถุงเท้า
5. กดปุ่ม snooze เวลาโทรศัพท์ปลุก

ที่มาของภาพ, Getty Images
มีใครบ้างที่ไม่เคยกดปุ่ม snooze เวลาโทรศัพท์ปลุก เพื่อยืดเวลาการนอนต่อไปอีกนิด แต่การได้นอนต่ออีก 6 นาที จะมีผลดีหรือไม่
ทีมนักวิจัยบอกว่า เราควรตื่นทันทีที่เสียงนาฬิกาปลุกดัง
ดร.ร็อบบินส์ บอกว่า เมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เราต่างอยู่ในอาการงัวเงีย แต่การกลับไปนอนต่ออีกไม่กี่นาทีอาจไม่มีประโยชน์อะไร
"ร่างกายคุณจะกลับไปนอนอีก แต่เป็นการหลับไม่ลึกและไม่มีคุณภาพ"
แทนที่จะกลับไปนอน นักวิจัยแนะนำให้เปิดผ้าม่าน และให้ร่างกายได้รับแสงสว่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
6. การกรนเป็นเรื่องที่ไม่มีพิษไม่มีภัย

ที่มาของภาพ, Getty Images
การกรนอาจไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งทำให้ผนังในลำคอผ่อนคลายและแคบลงระหว่างที่หลับ ซึ่งอาจทำให้ผู้มีอาการนี้หยุดหายใจเป็นระยะสั้น ๆ
ผู้มีภาวะนี้มีแนวโน้มจะเกิดภาวะความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเกิดภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง
หนึ่งในสัญญาณอันตรายคือ การกรนเสียงดัง
ดร.ร็อบบินส์ บอกว่า การนอนหลับคือหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดที่เราทุกคนสามารถทำได้เพื่อช่วยให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น รวมทั้งมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น













